กลิ่นอายของบุหรี่ราคาแพงผสมผสานกับความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออกในห้องทำงานเพนต์เฮาส์ส่วนตัว ทำให้เพียงขวัญรู้สึกราวกับว่าออกซิเจนรอบตัวกำลังถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ร่างสูงใหญ่ของคราณฑ์ที่ยืนหันหลังให้อยู่ริมกระจกบานใหญ่ สูงตระหง่านและทรงอิทธิพลเกินกว่าที่เธอจะกล้าเอื้อมมือไปคว้าไว้ แม้ว่าเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ ร่างกายของเขากับเธอจะเพิ่งหลอมรวมกันด้วยความเร่าร้อนและถ้อยคำกระซิบที่เต็มไปด้วยความเสน่หา
แต่ตอนนี้... ไม่มีร่องรอยของความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่อีกต่อไปแล้ว
"คุณคีย์คะ... ฟังฉันอธิบายก่อนเถอะนะคะ ภาพพวกนั้นมันไม่ใช่..." เพียงขวัญเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ มือเรียวบางบีบเข้าหากันแน่นจนปลายนิ้วซีดเผือด หัวใจของเธอเจ็บแปลบราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง เมื่อนึกถึงภาพถ่ายที่ถูกส่งเข้ามาในโทรศัพท์มือถือของเขา ภาพที่เธอกำลังยืนอยู่ใกล้ชิดกับมาร์คัส เลวิส ในมุมที่ดูสนิทสนมเกินกว่าเหตุ ทั้งที่ความจริงแล้วมันเป็นเพียงแค่จังหวะที่มาร์คัสจงใจเข้ามาประชิดตัวเพื่อหาเรื่องเธอก็เท่านั้น
คราณฑ์ค่อยๆ หันกลับมาอย่างช้าๆ นัยน์ตาคมกริบสีดำสนิทคู่นั้นเย็นชาไร้ก้นบึ้ง ราวกับน้ำแข็งขั้วโลกที่พร้อมจะแช่แข็งทุกสิ่งที่ขวางหน้า มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่ไม่ได้ส่งไปถึงดวงตาเลยแม้แต่น้อย
"อธิบายงั้นเหรอ?" เสียงทุ้มต่ำที่เคยกระซิบคำหวานข้างหู บัดนี้กลับราบเรียบและเย็นเยือกจนน่ากลัว "ภาพที่มันฟ้องอยู่คาตาเธอเมื่อกี้ ยังจำเป็นต้องหาคำแก้ตัวอะไรอีกงั้นเหรอ เพียงขวัญ หรือเธอคิดว่าฉันโง่พอที่จะหลงเชื่อคำพูดตลบแตลงของผู้หญิงที่ยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อความอยู่รอดของครอบครัวอย่างเธอกันล่ะ"
ถ้อยคำเชือดเฉือนนั้นพุ่งตรงเข้าปักกลางอกของเธออย่างจัง น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้แทบตายเอ่อคลอหน่วยขึ้นมาทันที เพียงขวัญสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความอ่อนแอ แต่ความเจ็บปวดมันกลับแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย
"ฉันไม่เคยทำแบบนั้นนะคะ!" เธอเถียงกลับเสียงสั่น น้ำตาหยดใสไหลร่วงลงมาอาบแก้มเนียน "คุณก็รู้ว่ามาร์คัส เลวิส มันจ้องจะเล่นงานเราอยู่... ทำไมคุณถึงไม่ยอมเชื่อใจฉันบ้างเลยล่ะคะ คีย์?"
"เชื่อใจ?" คราณฑ์ทวนคำนั้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ขายาวก้าวเข้ามาใกล้เธอทีละก้าวอย่างคุกคาม แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่ทำให้เพียงขวัญต้องถอยหลังโดยอัตโนมัติ จนกระทั่งแผ่นหลังบางชนเข้ากับชั้นวางหนังสือราคาแพง "เธอมีสิทธิ์อะไรมาเรียกร้องความเชื่อใจจากฉัน เพียงขวัญ? จำไม่ได้แล้วหรือไงว่าความสัมพันธ์ของเรามันเริ่มต้นมาจากอะไร... มันก็แค่พันธะทางธุรกิจ และเธอก็เป็นแค่ผู้หญิงที่ฉัน 'ซื้อ' มาด้วยเงินก็เท่านั้น"
คำพูดที่ไร้เยื่อใยและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเธอ ทำให้เพียงขวัญรู้สึกราวกับโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงมาตรงหน้า ความรู้สึกชาหนาแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ มือเล็กยกขึ้นทาบอกตัวเองโดยอัตโนมัติเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดที่แทบจะระเบิดออกมา
"ถ้าคุณมองฉันเป็นแค่ผู้หญิงไร้ค่าแบบนั้น... แล้วที่ผ่านมาที่คุณทำดีกับฉัน ที่คุณกอดฉัน ที่คุณบอกว่า..." เธอชะงักคำพูดไว้เพียงแค่นั้นเมื่อตระหนักได้ว่าตัวเองกำลังจะพูดอะไรที่น่าสมเพชออกไป
"ก็แค่เกมสนุกๆ ระหว่างผู้ชายกับผู้หญิงที่แลกผลประโยชน์กันก็เท่านั้น" คราณฑ์ตัดบทด้วยน้ำเสียงที่ไร้ความปรานีที่สุด สายตาที่เขามองเธอมันว่างเปล่า ราวกับเธอนั้นไร้ตัวตน "ในเมื่อเธอเลือกที่จะเล่นเกมตุกติก ไปสนิทสนมกับคู่แข่งทางธุรกิจของฉัน ลับหลังฉัน... งั้นก็เตรียมตัวรับบทลงโทษจากฉันได้เลย เพียงขวัญ"
"คุณจะทำอะไรฉันคะ..." เพียงขวัญถามเสียงสั่นด้วยความหวาดกลัวอย่างแท้จริง เมื่อเห็นประกายตาวาวโรจน์ที่ฉายแววร้ายกาจขึ้นมาวูบหนึ่ง
"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป... สถานะของเธอในบ้านหลังนี้เปลี่ยนไปแล้ว" คราณฑ์ก้มลงกระซิบชิดริมหูของเธอ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยอาญาสิทธิ์ที่ไม่อาจขัดขืน "เธอไม่มีสิทธิ์ก้าวเท้าออกไปไหน ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องโทรศัพท์มือถือ และทุกๆ คืน... เธอต้องชดใช้ความผิดที่กล้าหักหลังฉัน ด้วยร่างกายและหัวใจของเธอ จนกว่าฉันจะพอใจ!"
เพียงขวัญเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม นี่เขาตั้งใจจะกักขังเธอไว้ทั้งร่างกายและจิตใจโดยไม่แม้แต่จะรับฟังคำอธิบายใดๆ เลยอย่างนั้นหรือ ความเย็นชาและความไร้เหตุผลของคราณฑ์ในตอนนี้ ทำให้เธอนึกกลัวผู้ชายคนนี้ขึ้นมาจับใจ กลัวมากกว่าตอนที่เจอกันครั้งแรกเสียอีก
"คุณมันใจร้ายที่สุด..." เธอพึมพำออกมาได้เพียงแค่นั้น ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะสั่นเทาด้วยแรงสะอื้น
คราณฑ์ไม่สนใจหยาดน้ำตาของเธอแม้แต่น้อย เขาผละตัวออกห่างด้วยท่าทางเย่อหยิ่งและถือดี ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานแล้วกดอินเตอร์คอมเรียกบอดี้การ์ดส่วนตัวเข้ามาทันที "จัดการพาคุณเพียงขวัญกลับไปที่ห้องพักส่วนตัวด้านหลัง และห้ามให้ใครเข้าเยี่ยมเด็ดขาดถ้าฉันไม่อนุญาต"
"ค่ะ นายท่าน" บอดี้การ์ดหนุ่มร่างใหญ่สองคนก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉยและผายมือเชิญเธอ
เพียงขวัญหันกลับไปมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนหันหลังให้เธออีกครั้งอย่างตัดพ้อ ไร้ซึ่งปาฏิหาริย์ใดๆ เขาไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเธอเป็นครั้งสุดท้ายด้วยซ้ำ ร่างบางถูกประคองตัวให้ออกไปจากห้องทำงานนั้นอย่างจำยอม ประตูบานใหญ่ปิดสนิทลงพร้อมกับความมืดมนที่เข้าปกคลุมจิตใจของเธอจนแทบไม่เหลือชิ้นดี
แต่ทว่า... ในขณะที่เพียงขวัญถูกคุมตัวเดินผ่านโถงทางเดินยาวเพื่อไปยังห้องพักกักบริเวณนั้น ประตูลิฟท์ส่วนตัวที่เชื่อมตรงมาจากชั้นจอดรถใต้ดินก็เปิดออกเสียงดัง *ติ๊ง* พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวออกมาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
มาร์คัส เลวิส ยืนกอดอกพิงกรอบประตูลิฟท์ด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับจงใจมารอจังหวะนี้อยู่แล้ว ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองสภาพที่น่าเวทนาของเพียงขวัญด้วยความพึงพอใจ ก่อนที่เขาจะยกโทรศัพท์มือถือขึ้นหมุนเล่นในมืออย่างไม่รีบร้อน
เพียงขวัญชะงักกึก ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น เมื่อมาร์คัสขยับริมฝีปากส่งข้อความไร้เสียงมาหาเธออย่างจงใจ...
*"แผนแรกสำเร็จไปครึ่งทางแล้ว... ต่อไปก็แค่รอให้คราณฑ์มันพังพินาศด้วยมือของฉันเอง"*
ด้วยรักและปรารถนาดี
มิดไนท์คิส
พันธะสเน่หาซ่อนเงารัก•ตอนที่ 14
ความเย็นชาที่กลับมา
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะสเน่หาซ่อนเงารัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!