ขอเป็นคนธรรมดาในเกม แต่นั่นมันบั๊กเทพครับคุณพี่•ตอนที่ 7

พบเจอกับจอมเวทสาวผู้เยือกเย็น

ผลงานโดย ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
“อย่าขยับ... ถ้าไม่อยากให้ละอองเวทพวกนั้นฉีกร่างเจ้าเป็นชิ้นๆ” น้ำเสียงของผมราบเรียบ ทว่าเฉียบขาดพอที่จะทำให้ความวุ่นวายในโถงดันเจี้ยนระดับลึกหยุดชะงักลงทันที ผมยืนอยู่ห่างจากจุดที่เธอกำลังเผชิญหน้ากับความตายไม่เกินสิบก้าว ดวงตาของผมหรี่ลงเล็กน้อยขณะจ้องมองไปยัง ‘ตาข่ายอักขระ’ ที่เรืองแสงสีม่วงคล้ำล้อมรอบร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งไว้ เซเลน่า... หัวหน้ากิลด์ ‘ราชันย์นิรันดร์’ ผู้ได้รับฉายาว่าจอมเวทน้ำแข็ง ผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเยือกเย็นที่สุดในเซิร์ฟเวอร์ บัดนี้เธอกำลังอยู่ในสภาพที่ไม่น่ามองนัก ชุดคลุมนักเวทราคาแพงมีรอยขาดวิ่นจากการปะทะกับกลไกกับดักที่ผิดพลาดของระบบ เธอหอบหายใจถี่ สายตาที่เคยหยิ่งผยองบัดนี้สั่นไหวเล็กน้อยเมื่อตระหนักว่าเธอกำลังก้าวเข้าสู่กับดักที่ ‘ไม่มีในสารบบ’ ของดันเจี้ยนแห่งนี้ “เจ้าเป็นใคร...” เซเลน่าเค้นเสียงถาม มือขวาของเธอยังคงพยายามรวบรวมมานาที่เหลืออยู่เพื่อสร้างเกราะป้องกัน ทว่าทุกครั้งที่มานาหมุนวน ตาข่ายอักขระนั่นก็ยิ่งรัดตัวแน่นขึ้น “ผู้มีใจอยากช่วยคนหลงทางครับ” ผมตอบพลางก้าวเดินเข้าไปอย่างไม่รีบร้อน มือข้างหนึ่งหยิบ ‘ไอเทมขยะ’ ที่ผมเก็บได้จากซากศพของบารอนในตอนก่อนหน้านี้ออกมา มันคือเศษเสี้ยวของผลึกลบสถานะที่ดูไม่มีค่าอะไรเลยในสายตาคนทั่วไป แต่สำหรับผม... มันคือจุดเชื่อมต่อของบั๊กที่กำลังทำลายโครงสร้างของห้องนี้ “อย่าเข้ามา! นี่คือกับดักเวทมนตร์ระดับสูง ถ้าเจ้าขยับผิดจังหวะ—!” “นั่นไม่ใช่กับดักเวทมนตร์ครับ มันคือ ‘ความผิดพลาดในการประมวลผลตำแหน่งวัตถุ’ ต่างหาก” ผมขัดจังหวะด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ขณะที่นิ้วเรียวดีดเศษผลึกนั่นเข้าไปตรงจุดบอดของวงแหวนเวทมนตร์ ปัง! เสียงคล้ายกระจกแตกกระจายดังก้องไปทั่วห้อง อักขระสีม่วงคล้ำมลายหายไปในพริบตา ความกดดันที่บีบคั้นอากาศในห้องพลันมลายหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่จริง เซเลน่าร่วงลงสู่พื้นตามแรงโน้มถ่วง ผมรีบก้าวเข้าไปคว้าต้นแขนของเธอไว้เพื่อประคองไม่ให้เธอล้มลงกับพื้นหินเย็นเฉียบ สัมผัสจากชุดผ้าเนื้อดีของเธอยังคงความเย็นจัดตามสไตล์ผู้ใช้เวทน้ำแข็ง สายตาของเธอจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของผม ความสงสัย ความหวาดระแวง และความทึ่ง ผสมปนเปกันจนอ่านไม่ออก “เจ้า... แก้ไขมันได้อย่างไร?” เธอถาม เสียงของเธอแผ่วเบาลง “ไม่มีนักเวทคนไหนในกิลด์ของข้าที่สามารถอ่านกลไกของ ‘อาณัติแห่งความว่างเปล่า’ ได้แม้แต่คนเดียว” “บางทีคนเราก็ไม่จำเป็นต้องอ่านหนังสือเล่มที่เขียนด้วยหมึกหรอกครับ แค่มองให้เห็นรอยเปื้อนบนกระดาษก็พอ” ผมปล่อยมือจากเธอแล้วถอยห่างออกมาสองก้าวโดยสัญชาตญาณของการรักษาระยะห่าง “คุณบาดเจ็บที่ขา ขวาครับ... ถ้าฝืนเดินต่อ แรงสะท้อนของกับดักเมื่อกี้จะทำให้ค่าพลังชีวิตคุณเหลือศูนย์ภายในสามนาที” เซเลน่าก้มลงมองที่ข้อเท้าของตนเอง สีหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม เธอไม่ได้เอ่ยขอบคุณ แต่กลับหยิบขวดยาฟื้นฟูระดับสูงขึ้นมาดื่มโดยไม่ละสายตาจากผม “เจ้าคือ ‘เรย์’ คนที่เป็นข่าวลือว่าล้มบารอนได้เพียงเพราะความบังเอิญงั้นหรือ?” “ความบังเอิญเป็นเพียงข้ออ้างของคนที่ไม่มีคำอธิบายให้ตัวเองครับ แต่ผมไม่ได้สนใจข่าวลือพวกนั้นหรอก” ผมตอบพลางหันหลังเตรียมเดินจากไป เป้าหมายของผมไม่ใช่การสร้างสายสัมพันธ์กับหัวหน้ากิลด์ผู้สูงส่ง แต่การที่เธอติดอยู่ที่นี่หมายความว่า ‘ความผิดปกติ’ ในดันเจี้ยนแห่งนี้กำลังขยายตัวเป็นวงกว้าง “เดี๋ยว!” เสียงของเธอดังไล่หลังมา “เจ้าจะไปไหน? ดันเจี้ยนชั้นในสุดถูกปิดตายด้วยบั๊กที่เจ้าพูดถึง เจ้าคนเดียวไม่มีทางรอดไปได้... มากับข้า” ผมหยุดกึก สายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านโถงทางเดิน แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวตนของหญิงสาวผู้นี้ ผมหันกลับไปมองเธอเพียงครู่เดียว “ผมแค่คนธรรมดาครับคุณเซเลน่า คนธรรมดาที่ต้องการกลับไปนอนพักในเมือง...” ทว่าในวินาทีที่ผมกำลังจะก้าวเดินต่อ จู่ๆ อากาศรอบตัวก็หนักอึ้งขึ้นอย่างกะทันหัน เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ผมคุ้นเคย—และหวาดกลัว—ก็ดังก้องขึ้นในหัว [คำเตือนระบบ: ตรวจพบการแทรกแซงจาก ‘ผู้ดูแลระบบเบื้องหลัง’! เนื่องจากผู้เล่น 'เรย์' ได้ทำการแก้ไขจุดบกพร่องในเขตหวงห้าม ภารกิจบังคับระดับ SSS: ‘ลบเลือนรอยร้าวแห่งโลก’ ได้เริ่มต้นขึ้น] [เงื่อนไข: หากปฏิเสธการทำภารกิจ หรือปล่อยให้เซเลน่าเสียชีวิตภายใน 10 นาที ข้อมูลตัวละครทั้งหมดของท่านจะถูกรีเซ็ตเป็นศูนย์] ผมเบิกตากว้างเล็กน้อย นี่มันบ้าอะไรกัน? ระบบกำลังบังคับให้ผมต้องร่วมทางกับผู้หญิงที่อันตรายที่สุดในเกมอย่างนั้นหรือ? “ทำไมถึงหยุดล่ะ?” เซเลน่าถามพลางก้าวเข้ามาใกล้ แววตาของเธอเริ่มมีความกังวลฉายชัดขึ้น “ข้ารู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง... เหมือนกับว่ามีใครบางคนกำลังจ้องมองเราจากบนยอดหอคอยนั่น” ผมสูดหายใจลึก ก่อนจะเผยยิ้มที่ฝืนที่สุดเท่าที่เคยทำมา “ดูเหมือนว่า... เราสองคนคงต้อง ‘บังเอิญ’ ร่วมทางกันยาวหน่อยแล้วล่ะครับ” ทันใดนั้น ผืนดินใต้เท้าของเราทั้งคู่ก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงกรีดร้องของมอนสเตอร์ระดับบอสที่ไม่ได้ปรากฏอยู่ในบันทึกดันเจี้ยนดังก้องขึ้นมาจากเบื้องล่าง ประตูปิดตายด้านหลังของเราพังทลายลงพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเงาสีดำทมิฬที่ไม่มีรูปร่างชัดเจน มันไม่ได้มีไอเทมดรอป ไม่มีการโจมตีที่อ่านทางได้ แต่มันมีเพียงอย่างเดียวที่มันถืออยู่ในมือ... ดาบที่ดูเหมือนจะเป็นรหัสคำสั่ง (Code) ที่พร้อมจะลบข้อมูลของทุกคนที่มันสัมผัส เซเลน่าชักไม้เท้าออกมา ทว่าเธอกลับหน้าซีดเผือด “นั่นมัน... ตัวแทนจากระบบงั้นหรือ? มันไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสู้กับผู้เล่น แต่มันถูกสร้างมาเพื่อ ‘ลบ’ เราทิ้ง!” ผมกำหมัดแน่น ในใจนึกด่าระบบเฮงซวยนี่ไปหลายตลบ แต่ในฐานะสุภาพบุรุษที่ต้องเอาตัวรอด ผมทำได้เพียงก้าวไปยืนขวางหน้าจอมเวทสาวเอาไว้ “ถอยไปข้างหลังครับ” ผมกระซิบ “คราวนี้... ผมคงต้องใช้บั๊กที่ใหญ่กว่าเดิมในการจัดการมันแล้ว” ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของเรย์นะครับ ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธสัญญาว่าจะนำพาเรื่องราวที่เข้มข้นกว่านี้มาให้อ่านกันในตอนหน้าแน่นอนครับ!
สารจากนักเขียน (ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนธรรมดาในเกม แต่นั่นมันบั๊กเทพครับคุณพี่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%