ขอเป็นคนธรรมดาในเกม แต่นั่นมันบั๊กเทพครับคุณพี่•ตอนที่ 8

ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้

ผลงานโดย ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
เศษซากของบอสระดับตำนานที่ถูกลบเลือนด้วยคำสั่งบังคับของระบบ ยังคงหลงเหลือละอองแสงสีฟ้าจางๆ ลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศราวกับฝุ่นผงแห่งกาลเวลา “ถอยไปข้างหลังครับ” ผมกระซิบ “คราวนี้... ผมคงต้องใช้บั๊กที่ใหญ่กว่าเดิมในการจัดการมันแล้ว” สิ้นเสียงของผม นิ้วมือทั้งสองข้างก็รัวลงบนอากาศอย่างไร้รูปแบบ ทว่าในสายตาของระบบและเนตรแห่ง ‘ผู้ส่องสว่างความลับ’ ทุกการกดนั้นคือการปักหมุดแก้ไขช่องโหว่ระดับรากฐานของโค้ดเกม อาเซอร์ร็อธ คาบสมุทรแห่งนี้สั่นสะเทือนเบาๆ คล้ายแผ่นดินไหวขนาดย่อม รอยแยกสีดำสนิทปรากฏขึ้นกลางอากาศก่อนจะถูกเย็บปิดด้วยด้ายแสงสีขาวบริสุทธิ์อย่างรวดเร็ว แรงอัดอากาศมหาศาลซัดเข้าใส่ร่างของเราจนชายเสื้อคลุมโบกสะบัด เซเลน่าไม่ได้ถอยหนีตามที่ผมบอก เธอยืนนิ่งสนิท ดวงตาสีไพลินคู่สวยจ้องมองแผ่นหลังของผมด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา ในมือของเธอยังคงถือคทาเวทมนตร์ที่อัดแน่นไปด้วยมานา แต่พลังงานเหล่านั้นกลับสงบลงอย่างผิดคาดเมื่อเทียบกับบรรยากาศตึงเครียดรอบตัว “คุณเรย์...” เสียงหวานเอ่ยขึ้นเรียบๆ ทว่าก้องกังวานในความเงียบ “คุณทำแบบนั้นได้อย่างไร... การเจาะเข้าระบบแกนกลางของเซิร์ฟเวอร์โดยไม่ผ่านหน้าต่างคำสั่ง มันไม่ใช่สิ่งที่ผู้เล่นธรรมดาควรจะทำได้ แม้แต่หัวหน้าทีมพัฒนาเกมเองก็ยังต้องใช้สิทธิ์ระดับผู้ดูแลระบบสูงสุด” ผมถอนหายใจเบาๆ ปัดฝุ่นตามไหล่เสื้อตัวเองอย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะหันกลับไปสบตาเธอ รอยยิ้มสุภาพถูกยกขึ้นประดับใบหน้าตามวิสัยของคนที่รักความสงบ “ถ้าผมบอกว่าเป็นเพราะโชคช่วย... คุณเซเลน่าจะเชื่อไหมครับ?” “คนโชคดีที่ไหนเขาลบมอนสเตอร์ระดับบอสด้วยการกดปุ่ม ‘รีเซ็ต’ สามครั้งกันล่ะคะ” เธอหรี่ตามองผมอย่างจับผิด มุมปากหยักขึ้นเล็กน้อยในแบบที่ผมเดาอารมณ์ไม่ได้ “คุณปิดบังอะไรบางอย่างอยู่ และฉันรู้ว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ” บรรยากาศระหว่างเราเงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงแจ้งเตือนระบบที่ยังคงรันเบื้องหลังด้วยตัวเลขสีแดงฉาน [คำเตือน: ตรวจพบความผิดปกติของข้อมูลในพื้นที่โซน 4 - อาเซอร์ร็อธตอนใต้] [ระบบกำลังพยายามซ่อมแซมตัวเอง... ความเสถียร: 78%] เซเลน่าก้าวเข้ามาใกล้ผมอีกนิด กลิ่นอายจางๆ ของดอกไม้ป่าผสมผสานกับกลิ่นอายเวทมนตร์ลอยเข้าแตะจมูก เธอมองสำรวจหน้าต่างสถานะของผมที่ถูกตั้งค่าให้ซ่อนไว้ด้วยสายตาที่คมกริบราวกับจะทะลุผ่านมันไปให้ได้ “กิลด์ ‘ราชันย์ดารา’ ของเรากำลังประสบปัญหาใหญ่” เธอเปิดประเด็นด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น “ดันเจี้ยนระดับ S ที่เราควรจะเคลียร์ได้อย่างไร้รอยต่อ กลับมีบั๊กประหลาดโผล่ขึ้นมา มอนสเตอร์ไม่ยอมดรอปไอเทม แถมยังมีผู้เล่นหลายคนติดอยู่ในนั้นออกมาไม่ได้... และที่แย่ที่สุดคือ ทีมงานของบริษัทเกมติดต่อไม่ได้เลย ราวกับว่าพวกเขากำลังหลบเลี่ยงอะไรบางอย่าง” ผมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ฟังจากสิ่งที่เธอเล่า มันไม่ใช่แค่บั๊กธรรมดาในเกม VRMMO ทั่วไป แต่มันมีความเชื่อมโยงกับทักษะ ‘ผู้ส่องสว่างความลับ’ ที่ผมถือครองอยู่แน่ๆ “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผมล่ะครับ? ผมก็แค่นักผจญภัยสายชิลีคนหนึ่ง ที่แค่อยากจะหาทำMissions เล็กๆ น้อยๆ แล้วก็ไปนั่งตกปลาตามริมธาร” ผมตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พยายามบ่ายเบี่ยงอย่างสุภาพ “เกี่ยวข้องโดยตรงเลยต่างหากล่ะคะ” เซเลน่าหยิบบัตรสีทองอร่ามสลักตราสัญลักษณ์รูปดาวห้าแฉกยื่นมาตรงหน้าผม “ฉันในฐานะมาสเตอร์แห่งกิลด์ราชันย์ดารา ขอใช้สิทธิ์แต่งตั้งคุณเป็น ‘ที่ปรึกษาพิเศษประจำกิลด์’ พร้อมกับสิทธิประโยชน์ระดับสูงสุดที่คุณปฏิเสธไม่ได้” ผมก้มมองบัตรสีทองในมือ ลวดลายเวทมนตร์บนนั้นส่องแสงระยิบระยับบ่งบอกถึงมูลค่าและอำนาจที่มาพร้อมกับมัน การเข้าร่วมกิลด์อันดับหนึ่งหมายถึงความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตในเกม แต่มันก็หมายถึงภาระและความวุ่นวายที่จะตามมาเป็นเงาตามตัว ซึ่งเป็นสิ่งตรงกันข้ามกับเป้าหมายการเป็นคนธรรมดาของผมอย่างสิ้นเชิง “เป็นเกียรติมากครับ... แต่ผมเกรงว่า-” “คุณยังไม่ต้องรีบปฏิเสธหรอกค่ะ” เซเลน่าขัดขึ้น น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลขึ้นแต่แฝงด้วยความเด็ดขาด “แลกกับการที่คุณยอมร่วมมือกับเราเพื่อตรวจสอบความผิดปกตិនี้ ฉันจะทำให้คุณได้รับ ‘สิทธิ์ยกเว้นการตรวจสอบระบบ’ เป็นเวลาสามเดือนเต็ม... คุณสามารถเดินไปไหนมาไหนในอาเซอร์ร็อธโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกแบนบัญชีจากการใช้บั๊กอีกต่อไป” ข้อเสนอนั้น... ทำให้ผมชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาสีไพลินของเธอมองตรงมาที่ผมอย่างรู้ทัน เธอย่อมรู้ดีว่าจุดอ่อนที่สุดของผมคืออะไร การที่ต้องคอยหลบๆ ซ่อนๆ จากระบบตรวจจับอัตโนมัติมันน่ารำคาญเสียยิ่งกว่าการสู้กับบอสเสียอีก การมีสิทธิ์ยกเว้นนั้นเท่ากับว่าผมสามารถใช้ชีวิตในเกมได้อย่างสงบสุขตามที่วาดฝันไว้... แม้จะต้องแลกมากับการช่วยเธอแก้ปัญหาโลกแตกก็ตามที ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วถึงข้อดีและข้อเสีย ก่อนจะแย้มยิ้มออกมาบางเบา “คุณนี่ร้ายกาจกว่าที่ผมคิดไว้นะครับ... เซเลน่า” “เรียกว่าเป็นการเจรจาทางธุรกิจที่วิน-วินทั้งสองฝ่ายจะดีกว่าค่ะ” เธอยื่นบัตรสีทองเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายนิ้วของเราเกือบจะสัมผัสกัน “ตกลงไหมคะ คุณเรย์?” ผมเอื้อมมือไปรับบัตรทองใบนั้นมาถือไว้ น้ำหนักของมันเบาหวิวในมือ แต่ความรับผิดชอบที่ตามมานั้นหนักหนาเอาการ ผมถอนหายใจยาวเหยียดอย่างจำยอม “ก็ได้ครับ... ถือว่าผมมาช่วยเพื่อนร่วมงานก็แล้วกัน” ทันทีที่ปลายนิ้วของผมสัมผัสกับบัตรสีทอง เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นกังวานในโสตประสาท ไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนธรรมดา แต่เป็นเสียงระฆังสีทองที่ดังสะท้อนก้องกวานจนหน้าจอตรงหน้าเปลี่ยนเป็นสีฟ้าคราม [ติ๊ง! ผู้เล่น ‘เรนเดล’ ได้รับสถานะ: ที่ปรึกษาพิเศษกิลด์ราชันย์ดารา] [ระบบตรวจพบการซิงโครไนซ์ข้อมูลระดับสูง... ปลดล็อกเงื่อนไขลับ] [คำเตือนจากระบบหลัก: ตรวจพบการเข้าถึง ‘พื้นที่ต้องห้าม’ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากรหัสผ่านนิรนาม... กำลังเริ่มต้นกระบวนการทำลายล้างอัตโนมัติในอีก 60 วินาที] รอยยิ้มบนใบของเซเลน่าแข็งค้างไปชั่วขณะ เมื่อจู่ๆ ท้องฟ้าสีครามของอาเซอร์ร็อธก็ถูกย้อมด้วยสีแดงฉานราวกับหยดเลือด พื้นดินใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม ประตูมิติสีดำขนาดมหึมาค่อยๆ ฉีกตัวออกกลางอากาศเหนือศีรษะของเรา พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่กดดันจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง “นั่น... มันไม่ใช่บั๊กที่ฉันรู้จักแล้วค่ะ” เซเลน่าหน้าซีดเผือด หันมามองผมด้วยแววตาตื่นตระหนกเป็นครั้งแรก ผมมองขึ้นไปบนท้องฟ้า หรี่ตามองตัวหนังสือสีแดงเลือดที่กำลังกระพริบเตือนอยู่เหนือประตูมิติ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างเหนื่อยหน่าย “ดูเหมือนว่า... ข้อเสนอของคุณจะมาพร้อมกับงานช้างเลยนะครับ คุณเซเลน่า” ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับผมครับ *ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ*
สารจากนักเขียน (ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนธรรมดาในเกม แต่นั่นมันบั๊กเทพครับคุณพี่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%