ขอเป็นคนธรรมดาในเกม แต่นั่นมันบั๊กเทพครับคุณพี่•ตอนที่ 9

การผจญภัยครั้งแรกกับปาร์ตี้ตัวท็อป

ผลงานโดย ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
"ถ้าพวกคุณยังยืนเถียงเรื่องตำแหน่งยืนในแนวหน้าอีกสามวินาที มอนสเตอร์ประเภทโกเลมศิลาอาคมระดับเจ็ดสิบตัวนั้น จะตื่นขึ้นมาก่อนที่เราจะได้ก้าวเท้าเข้าสู่ห้องโถงชั้นในนะครับ" น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมของเรย์ดังขึ้น ทำลายบรรยากาศตึงเครียดของปาร์ตี้ระดับท็อปจากกิลด์ 'ดาราจักรทมิฬ' ลงในพริบตา เซเลน่า ซึ่งยืนกอดอกอยู่เบื้องหน้า หรี่ตามองชายหนุ่มชุดคลุมนักเวทสีเทาเรียบๆ ไร้ซึ่งร่องรอยของอุปกรณ์สวมใส่ระดับสูง แต่นัยน์ตาสสีนิลคู่นั้นกลับกวาดมองแผนผังดันเจี้ยน 'วิหารอสูรโบราณ' ด้วยความแม่นยำราวกับเข็มทิศเวทมนตร์ นักรบเกราะหนักร่างยักษ์ นามว่า 'บลัดดี้ฟาน' แค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอด้วยความไม่สบอารมณ์ เขาส่งสายตาดูแคลนมายังเรย์ ผู้เล่นหน้าใหม่ที่ถูกเซเลน่าดึงตัวมาร่วมทีมในฐานะ 'ผู้ชำนาญการพิเศษ' ตามคำสั่งของกิลด์มาสเตอร์ "เจ้าหนู นายรู้หรือเปล่าว่าดันเจี้ยนระดับนรกนี่ ขึ้นชื่อเรื่องความโหดหินขนาดไหน? แค่พวกฉันสี่คนลงไปลุยเองเมื่อสัปดาห์ก่อน ยังเกือบเอาชีวิตไม่รอด แล้วนี่นายบอกว่าทางเดินที่พวกเรากำลังจะเดินผ่าน มันมีบั๊กของระบบที่ทำให้ไม่ต้องสู้กับมอนสเตอร์เลยอย่างนั้นรึ? อย่ามาพูดจาเพ้อเจ้อหน่อยเลย" บลัดดี้ฟานกระชับขวานยักษ์ในมือ เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่น เรย์ถอนหายใจเบาๆ อย่างนึกระอา เขาไม่ได้โกรธเคืองท่าทีเหล่านั้น เกมเมอร์สายชิลล์อย่างเขารู้ดีว่า ความไม่ไว้วางใจเป็นเรื่องปกติธรรมดาในโลก VRMMO ที่ความตายหมายถึงการสูญเสียไอเท็มและค่าประสบการณ์มหาศาล แต่สิ่งที่บลัดดี้ฟานมองไม่เห็น คือเส้นแสงสีทองจางๆ ที่ลอยเค្វ้งอยู่เหนือรอยต่อของแผ่นศิลา—นั่นคือรหัสบั๊กของระบบที่ 'ผู้ส่องสว่างความลับ' ของเขาเท่านั้นที่มองเห็น "ถ้าผมเพ้อเจ้อ คุณก็แค่เตรียมตัวแบกโล่แล้ววิ่งหนีโกเลมสิบตัวพร้อมกันตอนที่มันพ่นไฟละกันครับ" เรย์ตอบกลับด้วยรอยยิ้มสุภาพ ก่อนจะก้าวเท้าเดินผ่านหน้าบลัดดี้ฟานไปอย่างไร้ความเกรงกลัว "เดี๋ยวก่อน เรย์" เสียงหวานนับร้อยแปดของเซเลน่าเอ่ยทักขึ้น ดวงตาสีฟ้าครามราวกับท้องทะเลลึกจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเรย์ เธอกำลังประเมินความเสี่ยงและค้นหาความจริงจังภายใต้ท่าทีสบายๆ นั้น "นายมั่นใจแค่ไหน?" "เก้าสิบเก้าจุดเก้าเปอร์เซ็นต์ครับ ส่วนอีกศูนย์จุดหนึ่งเผื่อไว้ให้ระบบมันเกิดนึกสนุกอยากแก้โค้ดเองกระทันหัน" เรย์หยุดเดินเล็กน้อย หันกลับมามองหัวหน้ากิลด์สาวผู้ทรงอิทธิพลด้วยแววตาพินิจพิเคราะห์ "ตามผมมา ห้ามเหยียบแผ่นศิลาที่มีรอยแตกรูปวงกลมเด็ดขาด... และคุณเซเลน่าครับ ช่วยเตรียมคาถา 'สายลมบริสุทธิ์' ไว้ที่ปลายนิ้วด้วย เผื่อมีกลิ่นอัปมงคลลอยออกมาจากผนังด้านซ้าย" เซเลน่าพยักหน้ารับอย่างไม่ลังเล แม้เธอจะไม่เข้าใจว่าเหตุใดเรย์จึงรู้กลไกของดันเจี้ยนที่ถูกปิดตายมานานนับปี แต่วิเคราะห์จากสัญชาตญาณของจอมเวทระดับแนวหน้า เธอมั่นใจว่าชายหนุ่มผู้นี้ไม่ได้กำลังเล่นสนุก การเดินทางผ่านดันเจี้ยนระดับยากดำเนินไปอย่างแปลกประหลาด—สำหรับสมาชิกกิลด์ดาราจักรทมิฬ มันคือความรู้สึกที่เหมือนกับการเดินชมสวนพฤกษศาสตร์มากกว่าการบุกตะลุยดันเจี้ยนอันตราย เรย์นำทางพวกเขาหลบเลี่ยงกับดักเวทมนตร์ที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นได้อย่างแม่นยำราวจับวาง ทุกย่างก้าวสอดประสานกับจังหวะการเดินของมอนสเตอร์ลาดตระเวนที่เดินสวนทางกันไปอย่างเฉียดฉิว โดยไม่มีการปะทะเกิดขึ้นแม้แต่ครั้งเดียว บลัดดี้ฟานอ้าปากค้างจนแทบจะกลืนขวานยักษ์ลงไปได้อยู่แล้ว ขณะที่นักเวทสาวประจำปาร์ตี้อย่าง 'มีอา' ถึงกับอุทานออกมาด้วยความทึ่งเมื่อเห็นเรย์ใช้ไม้เท้าเคาะเบาๆ ที่เสาศิลาโบราณสามครั้ง จนทำให้กลไกประตูห้องสมบัติลับเปิดออกเองโดยไม่ต้องไขปริศนาอักษรีกำแพงที่ยากนรกแตก "นาย... นายทำได้ยังไงเนี่ย?" มีอาเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับ "ปัญหานี้พวกเราติดกันมาเป็นเดือน จนต้องจ้างผู้เล่นสายถอดรหัสมาตั้งหลายคนแต่ก็ยังแก้ไม่ได้ ทำไมนายถึงเคาะแค่สามทีแล้วมันเปิดล่ะ?" "ทุกสิ่งในโลกนี้มีรอยต่อของมันครับ มีอ่า" เรย์ตอบพลางยิ้มรับไอเท็มระดับแรร์ที่ร่วงหล่นลงมาจากกล่องสมบัติลับโดยอัตโนมัติ "บางครั้ง การที่เราพยายามแก้ปัญหาด้วยการคิดให้ยาก มันก็เหมือนกับการพยายามผูกเงือกเชือกที่ถูกตัดขาดไปแล้ว ทางที่ถูกคือการมองหาปมเดิมที่ผู้สร้างระบบเขาผูกไว้ลวกๆ ต่างหากล่ะครับ" เซเลน่ามองภาพเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เธอยืนพิงผนังหินเย็นเฉียบ ขณะที่เรย์กำลังแบ่งปันไอเท็มโพชั่นฟื้นฟูมาให้เธออย่างเป็นกันเอง ความอบอุ่นและรอบคอบที่แผ่ออกมาจากตัวตนของชายหนุ่มคนนี้ ช่างแตกต่างจากบรรดาขุนนางหรือหัวหน้ากิลด์อำมหิตที่เธอต้องพบเจอในสังคมเกมออนไลน์แห่งนี้อย่างสิ้นเชิง เขาไม่ได้มีความทะเยอทะยานที่จะแย่งชิงอำนาจ แต่กลับมีความลึกซึ้งที่พร้อมจะดึงดูดทุกสายตาให้หันมามองโดยไม่รู้ตัว "นายทำให้ฉันประหลาดใจอีกแล้วนะ เรย์" เซเลน่าเอ่ยเสียงเบา ขณะรับขวดโพชั่นมาจากมือของเขา ปลายนิ้วของทั้งคู่สัมผัสกันแผ่วเบาโดยบังเอิญ สร้างความรู้สึกวูบวาบในใจของจอมเวทสาวอย่างประหลาด "ผมแค่ทำหน้าที่ของคนธรรมดาที่อยากผ่านดันเจี้ยนให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้กลับไปนอนพักผ่อนต่างหากล่ะครับ" เรย์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนที่รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาจะค่อยๆ เลือนหายไปแทนที่ด้วยความจริงจัง อุณหภูมิภายในห้องโถงชั้นในสุดของดันเจี้ยนลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว จนลมหายใจของทุกคนกลายเป็นไอสีขาว กลิ่นอายของความตายและพลังเวทมนตร์มืดอันเก่าแก่แผ่พุ่งทะลักออกมาจากรอยแยกของประตูหินขนาดยักษ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า [แจ้งเตือนระบบ: ผู้เล่นค้นพบเขตอาคมต้องห้าม 'ห้องบรรทมแห่งราชันย์ไร้เงา'] [คำเตือน: ตรวจพบความผิดปกติของข้อมูลในดันเจี้ยน ระดับภัยคุกคามถูกยกระดับจาก 'ยาก' เป็น 'วิกฤตสูงสุด (SSS)'] [คำเตือน: โครงสร้างข้อมูลของบอสประจำดันเจี้ยนกำลังถูกเขียนทับด้วย 'สิ่งแปลกปลอม' ที่อยู่นอกเหนือการควบคุม...] เสียงแจ้งเตือนสีแดงฉานสาดส่องลงมาบนใบหน้าของทุกคนในปาร์ตี้ บลัดดี้ฟานหน้าซีดเผือด ขวานยักษ์ในมือสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ มีอาส่งเสียงกรีดร้องเบาๆ ด้วยความหวาดกลัว ขณะที่เซเลน่าชักไม้เท้าประจำตัวออกมาตั้งรับในท่าทีพร้อมต่อสู้ทันที เรย์หรี่ตามองรอยแยกของประตูหินที่กำลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เส้นแสงสีทองที่เขามองเห็นในตอนแรกบิดเบี้ยวกลายเป็นสีดำสนิท และสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อเสียงหัวเราะเยือกเย็นอันก้องกังวานดังสะท้อนออกมาจากความมืดมิดเบื้องหลังประตูบานนั้น "ยินดีต้อนรับ... สู่จุดจบของพวกแก เจ้าพวกแมลงตัวน้อยที่บังอาจรบกวนการหลับใหลของข้า" สิ้นเสียงนั้น บานประตูหินขนาดยักษ์ก็พังทลายลงเป็นจุล พร้อมกับร่างเงาทมิฬสูงใหญ่กว่าสามเมตรที่ก้าวเท้าออกมา พร้อมดวงตาสีแดงฉานที่จ้องตรงมายังเรย์เพียงผู้เดียวราวกับรู้จักกันมาแสนนาน! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนธรรมดาในเกม แต่นั่นมันบั๊กเทพครับคุณพี่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%