กลิ่นอับชื้นของหินโบราณและละอองฝุ่นที่ลอยเคว้งคว้างในความมืด คือสิ่งแรกที่ยืนยันว่าพวกเขาไม่ได้อยู่ในเส้นทางเดินหลักของดันเจี้ยนซากปรักหักพังอัลเทรียตามที่แผนที่ระบุไว้
"ถ้าจำไม่ผิด รอยแยกของผนังศิลาเมื่อสามร้อยเมตรก่อน น่าจะเป็นจุดที่ข้อมูลของระบบเกิดความผิดพลาดในการเรนเดอร์พื้นผิว..."
เรย์พึมพำเบาๆ ขณะใช้ปลายนิ้วสัมผัสผิวผนังเย็นเยียบ ดวงตาคู่คมกวาดมองข้อความแจ้งเตือนสีฟ้าจางๆ ที่ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ—ไอคอนรูปเฟืองสีแดงขัดข้องกระพริบถี่ๆ บ่งบอกชัดเจนว่าพวกเขากำลังยืนอยู่บนรอยต่อของโค้ดโปรแกรมที่ถูกละเลยโดยทีมพัฒนาเกม
เซเลน่าขยับไม้เท้าเวทมนตร์ในมืออย่างระมัดระวัง แสงสีฟ้าอ่อนจากหัวคทาส่องให้เห็นโครงสร้างสถาปัตยกรรมรอบกายที่แตกต่างจากส่วนอื่นอย่างสิ้นเชิง ที่นี่ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีคราบเลือดของมอนสเตอร์ระดับต่ำ แต่กลับมีเสาหินอักษรโบราณที่สลักโค้ดคำสั่งประหลาด ซึ่งหากมองด้วยตาเปล่ามันก็เป็นแค่ลวดลายประดับฝาผนังธรรมดา
"คุณเรย์... บรรยากาศรอบตัวมันเริ่มแปลกไปแล้วนะครับ" จอมเวทสาวเอ่ยเสียงเรียบ แม้ใบหน้าจะยังคงความเยือกเย็นเป็นเอกลักษณ์ แต่ดวงตาสีมรกตกลับกวาดมองความมืดเบื้องหน้าไม่วางตา "มานาในอากาศแถบนี้มีความหนาแน่นสูงผิดปกติ แถมยังปั่นป่วนจนเกราะเวทของฉันเริ่มสั่นไหว"
"นั่นเพราะเรากำลังเหยียบอยู่บน 'จุดบอด' ของระบบครับเซเลน่า" เรย์หันกลับมาส่งยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสบายใจจนน่าหมั่นไส้ในสายตาของคนอื่น แต่สำหรับเซเลน่าแล้ว มันคือเครื่องยืนยันว่าสถานการณ์ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของชายหนุ่มคนนี้เสมอ "ดันเจี้ยนร้างที่ถูกลืมเลือนแห่งนี้ ไม่เคยถูกบันทึกไว้ในแพทช์โน้ตใดๆ ทั้งสิ้น... พูดง่ายๆ ก็คือ ที่นี่คือบั๊กชิ้นโตที่รอให้เราไปเก็บกวาด"
ก่อนที่เซเลน่าจะได้ท้วงติงอะไร พื้นเบื้องล่างก็เกิดอาการสั่นสะเทือนเบาๆ เสียงคำรามทุ้มต่ำราวกับเสียงเครื่องจักรกลขนาดใหญ่ที่ไม่ได้ใช้งานมานานนับพันปีดังสะท้อนก้องมาจากความมืดเบื้องล่าง
*โฮกกกกก—!*
แรงลมมหาศาลพัดกรรโชกจนเส้นผมสีเงินสลวยของเซเลน่าปลิวไสว ร่างเงาขนาดมหึมาค่อยๆ ก้าวพ้นจากม่านหมอกสีดำทมิฬ ดวงตาสีแดงฉานคู่ใหญ่จ้องมองผู้บุกรุกทั้งสองราวกับมองมดปลวก มันคือ 'โกลนอส ป้อมปราการเหล็กกล้าแห่งความเสื่อมสลาย' มอนสเตอร์ระดับบอสลับที่ซ่อนตัวอยู่ในโค้ดขยะของระบบ ซึ่งตามหลักการแล้ว มันไม่ควรจะปรากฏตัวขึ้นในดันเจี้ยนระดับกลางนี้ได้เลย
ค่าสถานะมหาศาลถูกกางขึ้นเป็นหน้าต่างสีแดงฉานตรงหน้า เรย์หรี่ตาลงเล็กน้อย คำนวณความเสียหายและรูปแบบการโจมตีในเสี้ยววินาที
"พลังโจมตีทางกายภาพทะลุเกราะเจ็ดพัน... แถมยังมีสกิลฟื้นฟูอัตโนมัติจากโค้ดฐานข้อมูลหลักด้วยสินะครับ" เรย์พึมพำพลึงขณะหยิบดาบสั้นเล่มธรรมดาออกจากกระเป๋าคาดเอว มันไม่ใช่ไอเทมระดับตำนาน หรืออาวุธเรืองแสงอลังการอะไรเลย เป็นเพียงดาบเหล็กกล้าคุณภาพปานกลางที่หาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไปในเมืองเริ่มต้น
เซเลน่าเตรียมร่ายเวทบทใหญ่ แสงสีฟ้าเข้มเริ่มหมุนวนรอบตัวคทา "ฉันจะตรึงขาภาระของมันไว้ด้วย 'พันธนาการแห่งฟรอสต์เซิร์ฟ' คุณเรย์ หาจังหวะโจมตีจุดอ่อนของมัน!"
"ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอครับเซเลน่า..." เรย์เอ่ยขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรื่อยๆ แต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว "การใช้เวทมนตร์รุนแรงใส่บอสตัวนี้ จะเป็นการกระตุ้นให้ระบบสำรองของมันรีเซ็ตค่าพลังป้องกัน... เราแค่วิเคราะห์มันด้วยวิธีที่ง่ายกว่านั้น"
สิ้นคำพูด เรย์ก็พุ่งทะยานออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่การพุ่งเข้าใส่ด้วยความบ้าระห่ำ แต่เป็นการเคลื่อนไหวตามเส้นทางอับสายตาของบอส—จุดอับที่เกิดจากข้อจำกัดในการเรนเดอร์มุมมองของปัญญาประดิษฐ์ (AI Blind Spot) ที่เขาเป็นคนค้นพบตั้งแต่ตอนที่สำรวจโค้ดของเกม
โกลนอสเหวี่ยงหมัดเหล็กขนาดเท่าก้อนหินลงมาหมายจะบดขยี้ รัศมีการทำลายล้างมหาศาลทำให้พื้นศิลาแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ แต่เรย์กลับก้าวเท้าหลบไปทางซ้ายอย่างเฉียดฉิว ราวกับเขารู้ล่วงหน้าแล้วว่าเงาของหมัดจะตกกระทบตรงจุดไหน
*แกร๊ก!*
เรย์ไม่ได้โจมตีใส่เกราะเหล็กหนาเตอะของบอส แต่เขาใช้ปลายดาบสั้นในมือจิ้มลงไปตรงรอยต่อของแผ่นเพลทโค้ดที่กระพริบแสงสีแดงจางๆ—จุดที่เป็นบั๊กความคงทนของระบบ
"ระบบทำงานผิดพลาดที่บรรทัดที่ 402... รีเซ็ตค่าสถานะการป้องกันเป็นศูนย์"
เรย์พึมพำเบาๆ พร้อมกับกดใช้สกิลติดตัว 'ผู้ส่องสว่างความลับ' ส่งข้อมูลความผิดพลาดนั้นเข้าสู่ระบบแกนกลางโดยตรง ทันทีที่ปลายดาบสัมผัสโดนจุดนั้น แสงสีทองสว่างวาบก็พาดผ่านร่างของโกลนอส เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังสนั่นหวั่นไหวราวกับระบบกำลังรวนอย่างหนัก
มอนสเตอร์ระดับบอสที่ควรจะโค่นล้มได้ยากเย็น กลับหยุดชะงักนิ่งค้างกลางอากาศ รอยร้าวสีทองกระจายตัวไปทั่วร่างมหึมา ก่อนที่ร่างนั้นจะค่อยๆ แตกสลายกลายเป็นละอองข้อมูลสีฟ้าโปร่งแสง ปลิวหายไปกับสายลมแห่งความว่างเปล่า
เซเลน่าอ้าปากค้างเล็กน้อย ดวงตาสีมรกตเบิกกว้างด้วยความทึ่ง เธอมองซากข้อมูลที่หลงเหลืออยู่สลับกับชายหนุ่มที่ยืนปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับเพิ่งไปเดินซื้อของในตลาดมา
"คุณ... ทำแบบนั้นได้อย่างไรกัน?" เสียงของจอมเวทสาวสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ "นั่นคือบอสลับระดับตำนานเชียวนะครับ! ทำไมมันถึง..."
"ก็บอกแล้วไงครับว่าบางครั้ง ความจริงของโลกใบนี้ก็มีช่องว่างให้เราเดินเล่นได้เสมอ" เรย์หันมายิ้มละมุนให้เธอก่อนจะก้มลงเก็บไอเทมดรอปที่พื้น
ทว่า ในจังหวะที่ละอองข้อมูลสุดท้ายจางหายไป พื้นเบื้องล่างที่ควรจะสงบกลับยุบตัวลงกลายเป็นหลุมลึกสีดำสนิท พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าของทั้งคู่ด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่
[คำเตือน: ท่านได้ปลดล็อกพื้นที่ต้องห้าม 'เขาวงกตแห่งปฐมกาล' — ระบบตรวจพบผู้บุกรุกที่ไม่ได้รับอนุญาต: 'บรรพบุรุษแห่งผู้สร้าง' กำลังตื่นจากการหลับใหล...]
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางครั้งนี้ด้วยนะครับ
ขอเป็นคนธรรมดาในเกม แต่นั่นมันบั๊กเทพครับคุณพี่•ตอนที่ 3
ดันเจี้ยนร้างที่ไม่มีใครรู้จัก
ผลงานโดย ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนธรรมดาในเกม แต่นั่นมันบั๊กเทพครับคุณพี่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!