แรงกดดันจากมหาเวทสีชาดที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างของ ‘เวลทูรอส’ ราชันย์มังกรโบราณ ทำให้ชั้นหินใต้พื้นห้องโถงมหาสมบัติสั่นสะเทือนจนเกิดรอยร้าวลึกนับร้อยเส้น อากาศรอบตัวบิดเบี้ยวจนมองเห็นเป็นคลื่นความร้อนระอุ กลิ่นอายของความตายและเศษซากอารยธรรมที่ถูกกลืนกินนับหมื่นปีกำลังบีoคั้นลมหายใจของทุกคนให้หยุดชะงัก
เรย์หรี่ตาลงเล็กน้อย นิ้วมือเรียวยาวขยับพลิกหน้าต่างระบบโปร่งแสงอย่างรวดเร็ว สมองของเขาประมวลผลรูปแบบการโจมตีของบอสระดับตำนานตัวนี้ด้วยความเร็วสูง สกิล ‘ผู้ส่องสว่างความลับ’ ส่งเสียงเตือนถี่รัวในหัว ข้อมูลจุดบกพร่องของโค้ดเกมที่ปรากฏขึ้นบนจอตาบอกชัดเจนว่า การโจมตีระลอกถัดไปของเวลทูรอสจะเจาะทะลุเกราะเวทมนตร์ทุกชนิดในรัศมีสามสิบเมตรอย่างไร้เงื่อนไข
“เซเลน่า ถอยออกไปสครับ! โล่เวทมนตร์ของคุณรับการโจมตีนี้ไม่ได้หรอก”
เสียงทุ้มต่ำของเรย์เอ่ยเตือนด้วยความร้อนรนเป็นครั้งแรกในรอบการต่อสู้ แววตาที่ปกติมักจะฉายแววเกียจคร้านและรักความสงบ บัดนี้กลับเปล่งประกายความจริงจังและเด็ดเดี่ยวออกมาอย่างเต็มเปี่ยม
ด้านหลังของเขา เซเลน่า จอมเวทสาวผู้เยือกเย็นและเป็นหัวหน้ากิลด์อันดับหนึ่ง กำลังร่ายบทเวทมนตร์บทใหญ่อย่างยากลำบาก เม็ดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากเนียนละเอียด เส้นผมสีเงินยวงลู่แนบแก้มขาวซีดจากการสูญเสียมานาไปเกือบหมดสิ้น เธอยืนหยัดปักหลักอยู่เบื้องหน้าเรย์ ไม่ยอมถอยตามคำสั่งแม้แต่ก้าวเดียว
“ฉันถอยไม่ได้... เรย์” เซเลน่าเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่สั่นเครือเล็กน้อย สายตาคมกริบจ้องมองร่างมหึมาของราชันย์มังกรที่กำลังรวบรวมพลังงานสีดำมืดมิดไว้ที่กรามอันน่ากลัว “ถ้าฉันถอย... นายที่มีสถานะเป็นผู้เล่นสายสนับสนุนธรรมดาคนนี้ จะไม่มีทางรอดจากรัศมีกวาดล้างนี้แน่”
“คุณกำลังเอาชีวิตมาทิ้งนะ!” เรย์กัดฟันกรอด ขยับตัวเข้าไปหมายจะกระชากแขนเรียวให้หลบพ้นวิถีการโจมตี แต่ทว่า—
*โฮกกกกกกกกกกกกกกกก!*
เสียงคำรามของเวลทูรอสสะท้านสะเทือนไปทั่วทั้งมิติ ลำแสงสีดำทมิฬขนาดมหึมาพ่นทะลักออกมาจากปากของมันราวกับอุกกาบาตพุ่งชนโลก ความเร็วของมันเกินกว่าที่มนุษย์คนใดจะหลบพ้น รัศมีการทำลายล้างแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง กลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างให้กลายเป็นจุลในพริบตา
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง เซเลน่าตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตการเล่นเกมของเธอ
ร่างเพรียวบางก้าวขึ้นมาบังด้านหน้าของเรย์ไว้อย่างมิดชิด ไม้เท้าเวทมนตร์ในมือถูกปักลงกับพื้นเบื้องล่าง วงแหวนเวทมนตร์โบราณสีครามซ้อนทับกันถึงเจ็ดชั้นระเบิดแสงเจิดจ้าขึ้นมาทันที มันคือสกิลลับขั้นสูงสุดของสายอาชาจอมเวทพิทักษ์ ‘ม่านฟ้าไร้พ่าย’ — สกิลที่แลกมาด้วยการทำลายขีดจำกัดพลังชีวิตทั้งหมดเพื่อสร้างเกราะคุ้มกันชั่วพริบตา
*ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!*
แรงปะทะมหาศาลระเบิดออกจนเกิดคลื่นกระแทกสีขาวโพลนสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงมิติ แสงสว่างจ้าจนแสบตาบดบังทุกสรรพสิ่ง แรงอัดอากาศทำให้เศษหินและเสาหินขนาดใหญ่ปลิวว่อนราวกับใบไม้ร่วง เรย์ถูกแรงกระแทกซัดจนร่างกระเด็นไถลไปกับพื้นหลายเมตร แต่เขาพยุงตัวลุกขึ้นมาได้อย่างรวดเร็วด้วยสัญชาตญาณ
“เซเลน่า!”
เรย์ตะโกนเรียกชื่อนั้นสุดเสียง หัวใจของเขากระตุกวูบอย่างรุนแรง ความรู้สึกเย็นวาบแล่นพล่านไปทั่วสันหลังเมื่อภาพตรงหน้าปรากฏชัดเจนขึ้น
ม่านเวทมนตร์เจ็ดชั้นแตกสลายราวกับกระจกที่ถูกทุบด้วยค้อนเหล็ก ร่างของเซเลน่าทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น เลือดสีแดงฉานไหลทะลักออกจากมุมปากและรอยแยกของชุดคลุมเวทมนตร์ แรงกดดันจากการรับการโจมตีระดับบอสใหญ่แทนเขา ทำให้พลังชีวิตของเธอลดลงจนแตะขีดแดงก่ำที่ศูนย์เปอร์เซ็นต์อย่างเฉียดฉิว
ไม้เท้าในมือหักสะบั้นเป็นสองท่อน ดวงตาสองข้างที่เคยฉายแววเข้มแข็งและหยิ่งทะนง บัดนี้เริ่มพร่ามัวลงอย่างช้าๆ ลมหายใจของเธอกระชั้นชิดและแผ่วเบาลงทุกที
“ทำไม... ถึงต้องทำขนาดนี้ด้วยเล่า” เรย์พุ่งเข้าไปประคองร่างที่กำลังจะล้มลงของเธอไว้ อ้อมแขนของเขารับน้ำหนักตัวที่ไร้เรี่ยวแรงของหญิงสาวเอาไว้แนบอก ความนุ่มนวลและไออุ่นที่เจือด้วยกลิ่นอายเวทมนตร์จางๆ ปะทะเข้ากับความรู้สึกภายในใจของเขาอย่างจัง
เซเลน่าเงยหน้าขึ้นสบตาเรย์ ริมฝีปากบางเฉียบแย้มยิ้มออกมาเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความโล่งอกและความรู้สึกที่ซ่อนเร้นมาเนิ่นนาน
“...เพราะนาย... เป็นคนบอกฉันไม่ใช่เหรอ... ว่าโลกใบนี้ยังมีเรื่องสวยงามรอให้อ่านใหม่อยู่...” เสียงของเธอกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลม “ฉันไม่อยากให้... เรื่องราวของนาย... ต้องจบลงแค่ตรงนี้... เรย์...”
สิ้นเสียงคำพูดนั้น เปลือกตาสสีมุกของเซเลน่าก็ปิดลงสนิท ร่างกายของเธอกลายเป็นละอองแสงสีทองจางๆ บ่งบอกถึงสภาวะหมดสติและเตรียมเข้าสู่กระบวนการส่งตัวกลับจุดเซฟเพื่อรักษาชีวิต แต่ทว่า ด้วยความรุนแรงของดาเมจระดับเวลทูรอส ระบบกลับแจ้งเตือนสถานะที่อันตรายยิ่งกว่า—*‘ผู้เล่นเซเลน่าเข้าสู่สภาวะวิกฤตขั้นสูงสุด: วิญญาณกำลังจะแตกสลาย หากไม่ได้รับการแก้ไขภายใน 60 วินาที จะสูญเสียตัวละครถาวร (Permadeath)’*
ดวงตาของเรย์ที่เคยสงบนิ่งมาตลอดนับตั้งแต่ก้าวเข้ามาในโลกเกมนี้ เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย บรรยากาศรอบตัวของชายหนุ่มเปลี่ยนไปในทันที รังสีความกดดันที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าราชันย์มังกรพุ่งทะยานออกจากร่างของเขาอย่างควบคุมไม่ได้
“ระบบ... แกกำลังเล่นตลกอะไรอยู่”
เรย์ค่อยๆ วางร่างของเซเลน่าลงอย่างระมัดระวัง เขายืนขึ้นช้าๆ สายตาคมกราบจ้องมองไปยังเวลทูรอสที่กำลังอ้าปากคำรามเตรียมพ่นการโจมตีระลอกที่สอง สกิล ‘ผู้ส่องสว่างความลับ’ ในหัวของเรย์ระเบิดแสงสว่างจ้าจนแผดเผาประสาทสัมผัส ข้อมูลนับล้านบรรทัดไหลทะลักเข้ามาในหัวของเขาเพื่อค้นหาทางแก้บั๊กนี้
และในวินาทีนั้นเอง หน้าต่างระบบสีแดงฉานระดับ SSS ก็เด้งขึ้นมาขวางกั้นสายตาของเขา พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบหลักที่ดังก้องกังวานไปทั่วทั้งจักรวาลเซิร์ฟเวอร์
*‘[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉิน]: ตรวจพบการแทรกแซงโค้ดลับระดับพระเจ้าในพื้นที่เรดบอส เปิดใช้งานเงื่อนไขพิเศษ [สิทธิ์ขาดแห่งผู้สร้างเงา] — ต้องการแลกเปลี่ยนความทรงจำและพลังทั้งหมดของผู้เล่น เพื่อปลดล็อกสถานะ ‘แอดมินชั่วคราว’ หรือไม่?’*
เรย์จ้องมองหน้าต่างสีแดงนั้นด้วยแววตาที่ลุ่มลึกและเฉียบคม เขายกมือขึ้นสัมผัสหน้าจอโปร่งแสงเบาๆ ก่อนจะมุมปากจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เย็นเยียบที่สุดเท่าที่เคยมีมา
“ดี... ในเมื่อพวกแกอยากเล่นสนุกกับบั๊กนัก งั้นฉันก็จะรีเซ็ตเกมนี้ให้ดูเอง”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับผมเสมอนะครับ — ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
ขอเป็นคนธรรมดาในเกม แต่นั่นมันบั๊กเทพครับคุณพี่•ตอนที่ 33
เซเลน่ากับการตัดสินใจครั้งสำคัญ
ผลงานโดย ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนธรรมดาในเกม แต่นั่นมันบั๊กเทพครับคุณพี่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!