เสียงคำรามกึกก้องที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งแผ่นดิน ไม่ใช่เสียงของฟ้าผ่าหรือแผ่นดินไหวตามธรรมชาติ แต่มันคือเสียงสะท้อนจากรอยปริแตกของโค้ดระบบที่กำลังพังทลาย
"แนวป้องกันที่สามแตกแล้ว! กองทัพมอนสเตอร์บั๊กจำนวนมหาศาลกำลังทะลักเข้าสู่เขตชั้นในของเมืองหลวง!"
เสียงตะโกนรายงานผ่านหน้าต่างสนทนากลุ่มของกิลด์ดังขึ้นอย่างร้อนรน พร้อมกับกลุ่มควันสีดำทะมฬที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืนของอาเซอร์ร็อธ บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก เหล่าผู้เล่นระดับสูงต่างวิ่งพล่านอย่างไร้ทิศทางเมื่อพบว่าค่าสถานะของมอนสเตอร์ในระลอกนี้มีความผิดปกติอย่างรุนแรง พลังโจมตีของพวกมันถูกคูณเพิ่มขึ้นอย่างไร้เหตุผล และที่สำคัญที่สุดคือพวกมันเป็นอมตะต่อการโจมตีทางกายภาพทั่วไป
เรย์ (เรนเดล) ยืนอยู่บนระเบียงหอคอยบัญชาการสูงสุด เขากำลังกวาดสายตามองภาพความโกลาหลเบื้องล่างด้วยสีหน้าเรียบเฉย แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นใสสะท้อนแสงสีแดงฉานจากหน้าจอระบบที่กำลังกระพริบเตือนรัวเร็ว มือขวาของเขาเคาะนิ้วลงกับราวระเบียงเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นนิสัยส่วนตัวยามที่เขากำลังใช้ความคิดคำนวณความเป็นไปได้ทั้งหมดในหัว
"ดูเหมือนว่าการอัปเดตแพตช์ล่าสุดจะมีช่องโหว่ขนาดมหึมาสินะครับ..." เรย์พึมพำกับตัวเองเบาๆ น้ำเสียงของเขาราบเรียบจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงลมพายุ แต่กลับเปี่ยมไปด้วยความมั่น and ลุ่มลึกที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกสงบลงอย่างประหลาด
"เรย์! สถานการณ์แย่มากแล้วนะ"
เสียงฝีเท้าเร่งรีบพร้อมกับน้ำเสียงที่เจือความเคร่งเครียดดังขึ้น เซเลน่าก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างเขา ดวงตาสีฟ้าครามฉายแวววิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด ชุดเกราะเวทมนตร์สีเงินยวงของเธอมีรอยขีดข่วนจากการปะทะกับมอนสเตอร์เบื้องล่าง เส้นผมสีเงินยาวสדุดปลิวไปตามกระแสลมแรง เธอหันมามองชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเป็น 'คนธรรมดา' แต่กลับเป็นที่พึ่งเดียวในยามวิกฤตนี้ "พวกเราลองใช้เวทมนตร์ธาตุขั้นสูงกวาดล้างแล้ว แต่พวกมันกลับดูดกลืนมานาเข้าไปแล้วทวีจำนวนขึ้นเป็นสองเท่า... นายมองเห็นอะไรจากรอยแยกพวกนั้นไหม"
เรย์ไม่รีบตอบทันที เขาดึงหน้าต่างระบบส่วนตัวขึ้นมา โค้ดสีเขียวและแดงนับพันบรรทัดไหลผ่านนัยน์ตาของเขาอย่างรวดเร็ว ในฐานะผู้ครอบครองสกิล 'ผู้ส่องสว่างความลับ' เขามองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น—เส้นใยสีดำที่เชื่อมต่อระหว่างมอนสเตอร์บั๊กเหล่านั้นกับเซิร์ฟเวอร์หลักของเกมกำลังสั่นไหว มันคือบั๊กประเภท 'Infinite Replication' หรือการจำลองตัวเองอย่างไร้ขีดจำกัด หากปล่อยไว้แบบนี้อีกไม่ถึงสิบนาที เมืองหลวงแห่งนี้จะถูกฝังกลบด้วยกองทัพข้อมูลขยะจนเซิร์ฟเวอร์ล่มอย่างแน่นอน
"พวกมันไม่ได้กำลังโจมตีเมืองครับ เซเลน่า" เรย์หันกลับมาสบตากับหญิงสาว ดวงตาของเขาสะท้อนความจริงอันน่าตกใจ "เป้าหมายที่แท้จริงของพวกมันคือการใช้พลังงานมานาจำนวนมหาศาลของเมืองหลวง เพื่อเปิดประตูมิติไปยังโซนลับที่ยังไม่ถูกปลดล็อกต่างหาก"
เซเลน่าชะงักไปเล็กน้อย สีหน้าของเธอเคร่งเครียดขึ้นกว่าเดิม "หมายความว่า... พวกมันถูกโปรแกรมให้ใช้พวกเราเป็นสะพานเชื่อมงั้นเหรอ แล้วเราต้องทำยังไง? นายมีแผนสำรองอะไรอีกไหม เรย์"
รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่ม รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเย่อหยิ่ง แต่เต็มไปด้วยความรอบคอบของคนที่เตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว เขาเอื้อมมือไปหยิบไอเทِمชิ้นหนึ่งออกจากช่องเก็บของ มันคือแท่งเหล็กสีดำสนิทที่มีอักขระโบราณเรืองแสงจางๆ ซึ่งเขาบังเอิญไปเก็บตกมาจากดันเจี้ยนก่อนหน้านี้
"เราจะไม่สู้กับพวกมันตรงๆ ครับ" เรย์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาด "แต่เราจะทำการ 'รีบูต' วงจรเวทมนตร์ของเมืองหลวงทั้งหมดผ่านจุดอ่อนที่ผมเพิ่งวิเคราะห์เจอ... เซเลน่า ผมต้องการให้คุณช่วยถ่วงเวลาให้ผมสามนาที สามนาทีเต็มๆ ที่แนวป้องกันชั้นนอกสุด โดยห้ามให้มอนสเตอร์ตัวไหนก้าวล้ำเข้ามาถึงเขตศิลาเวทกลางเมืองเด็ดขาด คุณทำได้ใช่ไหมครับ?"
เซเลน่ายืนนิ่งไปชั่วอึดใจ เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาที่ฉายแววความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมของเรย์ ความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดไหล 0 ผ่านเข้ามาในใจท่ามกลางบรรยากาศที่หนทบหนาวและความโกลาหลรอบตัว หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก and พยักหน้ารับอย่างหนักแน่น
"สามนาทีสินะ... อย่าทำให้ฉันผิดหวังก็แล้วกัน เรย์"
สิ้นคำพูด เซเลน่าก็สะบัดมือเรียกคถาประจำตัวออกมา แสงสีฟ้าเจิดจ้าแผ่ขยายออก 0 เป็นวงกว้าง ก่อนที่ร่างของเธอจะพุ่งทะยานลงจากหอคอยสูงดั่งดาวตก เพื่อพุ่งตรงไปยังแนวหน้าในการต้านทานกองทัพมอนสเตอร์บั๊กที่กำลังบุกเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
เรย์มองตามร่างของหญิงสาวไปชั่วครู่ ก่อนที่แววตาของเขาจะกลับมาจริงจังและมุ่งมั่นอีกครั้ง นิ้วมือเรียวยาวของเขากระทบลงบนหน้าจอระบบเสมือนจริงด้วยความเร็วสูง รหัสคำสั่งแก้ไขข้อผิดพลาดถูกพิมพ์ป้อนเข้าไปทีละบรรทัดอย่างแม่นยำ เหงื่อเม็ดเล็กๆ เริ่มผุดขึ้นตามไรผมของเขาเมื่อเสียงเตือนภัยสีแดงฉานดังถี่ขึ้นเรื่อยๆ
*ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด! คำเตือน: ความเสถียรของระบบลดลงต่ำกว่า 15%...*
เรย์กัดฟันแน่น มือยังคงรัวแป้นพิมพ์คำสั่งอย่างต่อเนื่อง เวลาผ่านไปทีละวินาทีราวกับมันยาวนานนิ่งเป็นชั่วโมง เสียงระเบิดจากการต่อสู้ด้านล่างดังสนั่นหวั่นไหว แรงสั่นสะเทือนทำให้หอคอยบัญชาการสั่นคลอนอย่างรุนแรง แต่เขาก็ยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคง
จนกระทั่ง... แถบความคืบหน้าของการแก้ไขโค้ดวิ่งไปถึง 99% และเสียงแจ้งเตือนที่เขาไม่ได้คาดคิดก็ดังแทรกขึ้นมาในโสตประสาท
*[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉิน: ตรวจพบการแทรกแซงจากผู้ใช้งานปริศนา ระดับการเข้าถึง: ROOT ACCESS]*
*[คำเตือน: บอสลับแห่งความมืด "คราุส โบส" ที่ถูกลบข้อมูลไปแล้ว กำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากใต้ฐานรากเมืองหลวง...]*
เรย์เบิกกว้างดวงตาขึ้นเล็กน้อยเมื่อหน้าจอตรงหน้าเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท พร้อมกับพื้นเบื้องล่างที่เริ่มแตกออกเป็นเสี่ยงๆ และเสียงคำรามอันน่าสะพรึงกลัวที่ดังขึ้นจากใต้พื้นพิภพ
ด้วยความเคารพ
ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
ขอเป็นคนธรรมดาในเกม แต่นั่นมันบั๊กเทพครับคุณพี่•ตอนที่ 15
ภารกิจปกป้องเมืองหลวง
ผลงานโดย ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนธรรมดาในเกม แต่นั่นมันบั๊กเทพครับคุณพี่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!