กลิ่นหอมกรุ่นของชาสมุนไพรป่าที่ลอยกรุ่นขึ้นมาจากถ้วยเซรามิกเนื้อดี ช่วยขับไล่ไอเย็นยามค่ำคืนของมหานครลอยฟ้าอาเซอร์ร็อธออกไปได้อย่างน่าประหลาด
ภายในห้องรับรองส่วนตัวของกิลด์ 'ดาราคราม' ยามนี้เหลือเพียงความเงียบสงบที่ถูกขับเน้นด้วยเสียงคานไม้ลั่นเอี๊ยดเบาๆ ตามแรงลมภายนอก เรย์นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังเบาะนุ่ม สายตาคมกริบกำลังจดจ้องมองสิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องสายตาของพวกเขา—หน้าต่างสถานะโปร่งแสงสีทองอร่ามที่ยังคงสั่นกระเพื่อมจากการแก้ไขบั๊กโครงสร้างข้อมูลระดับตำนานเมื่อไม่กี่นาที
"คุณนี่... ทำเรื่องเหลือเชื่อให้ฉันต้องตกตะลึงได้ทุกครั้งจริงๆ สินะครับ เรนเดล"
เสียงหวานนุ่มทว่าราบเรียบตามวิสัยของเซเลน่าดังขึ้น ทำลายความเงียบงั้นลง หัวหน้ากิลด์สาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็นและไร้ความปรานีในยามต่อสู้ ยามนี้กลับทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอีกฝั่งด้วยท่าทีผ่อนคลายอย่างหาได้ยากยิ่ง เสื้อคลุมจอมเวทสีครามถูกปลดกระดุมออกสองเม็ด เผยให้เห็นลำคอระหงและผิวเนียนละเอียดที่สะท้อนกับแสงตะเกียงเวทมนตร์
เรย์ละสายตาจากระบบตรงหน้า หันมาสบตากับดวงตาสีมรกตคู่สวยที่มองมาทางเขาด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งความทึ่ง ความสงสัย และ... ร่องรอยของความอ่อนล้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์อันแข็งแกร่ง
"ผมก็แค่ทำในสิ่งที่คนธรรมดาเขาทำกันเวลามีอะไรมาเกะกะสายตาเท่านั้นแหละครับ เซเลน่า" เรย์ตอบด้วยน้ำเสียงเรื่อยเปื่อยตามสไตล์ พรางยกถ้วยชาขึ้นจิบ "อีกอย่าง ถ้าปล่อยให้บั๊กตรงเสาหลักกิลด์นั่นลามต่อไป พื้นที่ห้องประชุมของคุณคงกลายเป็นรังของมอนสเตอร์กลายพันธุ์ไปจริงๆ แล้วล่ะครับ"
เซเลน่าแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากทำให้ใบหน้างดงามราวกับภาพวาดนั้นดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาถนัดตา
"คนธรรมดาที่ไหนเขาสามารถเจาะเกราะป้องกันระดับเทพเจ้าด้วยการดีดนิ้วครั้งเดียวแบบคุณกันล่ะครับ... หรือว่า เรนเดล คุณมีความลับอะไรที่ยังไม่ได้บอกฉันอีก"
คำถามนั้นไม่ใช่การคาดคั้น แต่มันคือความอยากรู้อยากเห็นที่สะท้อนผ่านน้ำเสียงอ่อนโยนอย่างที่เซเลน่าไม่เคยใช้กับใครมาก่อน ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นับตั้งแต่ที่เรย์ก้าวเข้ามาในฐานะผู้เล่นสายชิลล์ผู้บังเอิญแก้ปัญหาของระบบได้เรื่อยๆ ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาก็พัฒนาขึ้นอย่างเงียบเชเชียบ จากผู้ว่าจ้างและลูกจ้างชั่วคราว สู่สหายร่วมรบ และในตอนนี้... พื้นที่ว่างระหว่างหัวใจของทั้งสองคนก็เริ่มถูกเติมเต็มด้วยความไว้วางใจที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าเพื่อนร่วมกิลด์ทั่วไปจะนิยามได้
เรย์วางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้ เสียงกระทบกันเบาๆ สะท้อนกังวานในความเงียบ เขานิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แววตาที่มักจะฉายแววเกียจคร้านเมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความจริงจังที่ทรงพลัง
"ความลับเหรอครับ..." เรย์ทวนคำ น้ำเสียงนุ่มลึก "โลกใบนี้เต็มไปด้วยรอยต่อที่ถูกเย็บด้วยด้ายลวกๆ ครับ เซเลน่า หน้าที่ของผมก็แค่... คอยดึงด้ายเส้นที่รุ่ยออกมาให้มันกลับเข้าที่เข้าทาง เพื่อที่เราจะได้นั่งจิบชาเงียบๆ แบบนี้ได้โดยไม่ต้องระแวงว่าเพดานจะถล่มลงมาทับหัวต่างหากล่ะครับ"
เซเลน่าจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่ม เธอรับรู้ได้ถึงความโดดเดี่ยวบางอย่างที่ซ่อนอยู่หลังรอยยิ้มสบายๆ นั้น มันเป็นความรู้สึกที่คุ้นเคยเสียจนน่าใจหาย—ความรู้สึกของการแบกรับภาระอันหนักอึ้งไว้บนบ่าโดยไม่ยอมเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากใคร
มือเรียวบางของจอมเวทสาวเอื้อมออกไปสัมผัสกับหลังมือของเรย์ที่วางอยู่บนโต๊ะเบาๆ ความเย็นจากปลายนิ้วของเธอตัดกับความอุ่นของผิวสัมผัส ทำให้เรย์ชะงักไปเล็กน้อย แต่เขาไม่ได้ชักมือกลับ
"ขอบคุณนะครับ..." เซเลน่ากระซิบแผ่วเบา ดวงตาสีมรกตไหววูบชั่วขณะ "ขอบคุณที่เข้ามาในกิลด์นี้... และขอบคุณที่ทำให้ฉันรู้ว่า โลกใบนี้ยังมีมุมที่ไมได้โหดร้ายหรือมีแต่การแย่งชิงไปเสียหมด"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกโอบล้อมด้วยความอบอุ่นที่หาได้ยากยิ่งในเกมแนวฮาร์ดคอร์เช่นนี้ ความเงียบงันระหว่างพวกเขาเต็มไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะบรรยายด้วยตัวอักษร เรย์ระบายยิ้มบางๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มที่จริงใจที่สุดตั้งแต่เขาเล่นเกมนี้มา
"ถ้าคุณพูดจาหวานๆ แบบนี้บ่อยๆ ระวังผมจะถือวิสาสะย้ายสำมะโนครัวมาอยู่ห้องพักหัวหน้ากิลด์ถาวรเลยนะครับ" เรย์แกล้งหยอกล้อเพื่อทำลายบรรยากาศที่เริ่มจะซาบซึ้งเกินไป
เซเลน่าชักมือกลับทันควัน ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด เธอค้อนใส่ชายหนุ่มวงใหญ่ด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นตามฟอร์มหัวหน้ากิลด์ผู้หยิ่งทะนง
"พูดมากเสียจริงครับ เรนเดล! ถ้าคิดจะย้ายมาจริงๆ คุณต้องทำความสะอาดห้องสมุดใต้ดินของกิลด์ที่เต็มไปด้วยฝุ่นมากว่าสามปีให้เสร็จเสียก่อนนะ... นั่นแหละ ถึงจะเรียกว่ามีคุณสมบัติพอ"
ทั้งสองหัวเราะออกมาเบาๆ ความตึงเครียดจากภารกิจอันยาวนานมลายหายไปสิ้น เหลือไว้เพียงความผูกพันที่ถักทอขึ้นอย่างมั่นคงในค่ำคืนอันเงียบสงบ
ทว่า... ในวินาทีที่ความอบอุ่นกำลังแผ่ซ่านไปทั่วห้องนั้นเอง
*[ติ๊ง!]*
เสียงแจ้งเตือนระบบที่ดังขึ้นอย่างไร้ปุ่มปิดกั้น ไม่ได้ดังมาจากหน้าต่างสถานะปกติ แต่มันดังสะท้อนก้องกังวานอยู่ในห้วงความคิดโดยตรง น้ำเสียงสังเคราะห์ที่เย็นเยียบและไร้อารมณ์ดังขึ้นขัดจังหวะบรรยากาศอันแสนหวาน
*[ประกาศจากระบบหลัก: ตรวจพบการเข้าถึง 'เขตหวงห้ามระดับศูนย์' (Zone Zero) ที่ถูกผนึกไว้ใต้รากฐานของมหานครอาเซอร์ร็อธ]*
*[เงื่อนไขปลดล็อก: ผู้เล่น 'เรนเดล' และปาร์ตี้ที่มีระดับความสัมพันธ์ระดับ 'Soul-Bound' อยู่ในรัศมี 10 เมตร]*
*[คำเตือนฉุกเฉิน: สิ่งที่หลับใหลอยู่เบื้องล่างกำลังตื่นขึ้นจากการหลับใหล... และเป้าหมายแรกของมัน คือการลบข้อมูลผู้บุกรุกทั้งหมดให้หายไปจากสารบบ]*
เรย์และเซเลน่าสบตากันทันที รอยยิ้มบนใบหน้าของทั้งคู่เลือนหายไปในเสี้ยววินาที ความเย็นเยือกสายหนึ่งแล่นริ้วขึ้นมาจากกระดูกสันหลัง เมื่อพื้นห้องใต้เท้าของพวกเขากำลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พร้อมกับรอยแยกสีดำสนิทที่ค่อยๆ ปริแตกออกกลางห้องรับรอง!
ด้วยความเคารพ
- ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
ขอเป็นคนธรรมดาในเกม แต่นั่นมันบั๊กเทพครับคุณพี่•ตอนที่ 14
คืนวันในกิลด์
ผลงานโดย ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนธรรมดาในเกม แต่นั่นมันบั๊กเทพครับคุณพี่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!