กลิ่นคาวสนิมเหล็กและไอระเหยของไนโตรเจนเหลวคละคลุ้งปะปนกับหยาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม คีย์กดร่างแนบสนิทกับผนังคอนกรีตเสริมเหล็ก แรงสั่นสะเทือนจากฝีเท้าของหน่วยจู่โจมภายนอกประชิดเข้ามาทุกขณะจนแผ่นอกสะท้อนรุนแรง ทว่าสิ่งเหล่านั้นกลับไร้ความหมายไปในทันที เมื่อแสงเรืองรองจากจอชิปชิ้นเล็กในมือยังคงสะท้อนฉายภาพใบหน้าบนเอกสารลับระดับพรีเซฟ – ภาพของตัวเขาเองในอดีต สวมเครื่องแบบผู้บัญชาการหน่วยปฏิบัติการพิเศษ พร้อมด้วยลายเซ็นกำกับอนุมัติคำสั่งประหารชีวิตที่ตอกย้ำด้วยหมึกสีแดงฉาน และเจ้าของลายเซ็นนั้นไม่ใช่ใครอื่น นอกจากรินรดา หญิงสาวที่กำลังยืนหายใจรดต้นคอเขาอยู่หลังเสาต้นเดียวกันนี้เอง
"คุณจะอธิบายเรื่องนี้ว่าอย่างไร... รินรดา"
เสียงของคีย์ต่ำทุบลงในลำคอ มันไม่ใช่เสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว หากแต่เป็นความเยือกเย็นอันตรายของนักล่าที่เพิ่งค้นพบว่าเหยื่อในกรงคือผู้ชักใยเข็มทิศทั้งหมด เขาหันขวับกลับมาประชิด ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเทาคู่สวยที่สะท้อนภาพความตกใจเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เฃaจะกลับมาเรียบสนิทดังเดิม
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นิ้วเรียวยาวที่เคยบังคับโครงข่ายจักรกลอย่างแม่นยำกลับสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อสัมผัสเข้ากับกระบอกปืนพกข้างเอว เธอยกมือขึ้นปัดเศษปูนที่ร่วงหล่นจากแรงระเบิดก่อนหน้านี้ออกจากไหล่ พยายามรักษาความนิ่งสงบภายใต้สถานการณ์ที่บีบคั้นถึงขีดสุด
"ความจริงมักน่าเกลียดเสมอ คีย์... คุณเป็นคนร้องขอความจริงชิ้นนี้เองไม่ใช่หรือ" เสียงของเธอราบเรียบ แต่มันสั่นเครือในความเงียบงันของห้องปฏิบัติการร้าง
"ความจริงที่ว่าผมเคยเป็นคนเซ็นคำสั่งฆ่าตัวเอง? หรือความจริงที่ว่าคุณคือคนที่เซ็นอนุมัติให้ผมกลายเป็นเครื่องจักรไร้หัวใจที่ถูกลบความทรงจำ เพื่อให้มาทำหน้าที่เป็นสุนัขล่าเนื้อให้คุณใช้ประโยชน์กันแน่!" คีย์กัดกรามแน่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมไปคว้าข้อมือของเธอตรึงไว้กับเสาคอนกรีต แรงบีบนั้นมากพอจะทำให้กระดูกข้อมือของเธอเจ็บแปลบ แต่รินรดาไม่มีแม้แต่เสียงร้องเล็ดลอด เธอเพียงแค่แหงนหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยความดื้อรั้นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชา
"ถ้าฉันเป็นคนทำจริง... แล้วทำไมฉันถึงเก็บคุณไว้ล่ะ?" รินรดาเอ่ยย้อนถาม น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยนัยยะที่ลึกซึ้งและบาดลึก "ถ้าคุณคือคนที่ฉันต้องการกำจัด ป่านนี้ชิ้นส่วนความทรงจำของคุณคงถูกหลอมละลายกลายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ในเตาเผาใต้ดินไปนานแล้วคีย์... แต่ฉันเลือกที่จะเก็บรักษามันไว้ ในที่ที่แม้แต่ระบบความปลอดภัยระดับสูงสุดของสภาวะจักรกลก็ยังเข้าไม่ถึง"
คีย์ชะงักไปเล็กน้อย แรงบีบที่ข้อมือคลายลงครึ่งหนึ่งโดยไม่รู้ตัว สมองส่วนที่มีเหตุผลของนักสืบประมวลผลคำพูดเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว ช่องโหว่ในประวัติศาสตร์ การลบเลือนความทรงจำที่ถูกจัดฉากอย่างแนบเนียน และคำสั่งลับที่ถูกส่งตรงมาจากเบื้องบน... ทุกอย่างเริ่มเชื่อมโยงกันราวกับฟันเฟืองที่ลงล็อก
ก่อนที่บทสนทนาระหว่างคนทั้งสองจะดิ่งลึกลงไปมากกว่านั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็สว่างวาบขึ้นทั่วทั้งห้อง พร้อมกับเสียงสังเคราะห์จากระบบAIกลางที่ประกาศก้องด้วยโทนเสียงไร้ความรู้สึก
*“เตือนภัย: ตรวจพบรหัสคำสั่งฉุกเฉินระดับโอเมก้า ผู้มีอำนาจสิทธิ์ขาด: ผู้อำนวยการฝ่ายความมั่นคงเซบาสเตียน คำสั่งปฏิบัติการ: ควบคุมตัวและนำส่งรินรดาและคีย์ทันที หากขัดขืน อนุญาตให้ใช้กำลังถึงแก่ชีวิต”*
สิ้นเสียงประกาศ ประตูเหล็กหนาหนักด้านหน้าห้องก็ถูกระเบิดออกด้วยแรงดันพลาสติกชีท เสียงฝีเท้าของหน่วยรบหุ้มเกราะนับสิบพรั่งพรูเข้ามาพร้อมกับอาวุธลำแสงที่เล็งตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่
รินรดานัยน์ตาเบิกกว้าง เธอรู้ทันทีว่าเวลาของเธอกับคีย์หมดลงแล้ว เซบาสเตียนไม่รอช้าที่จะกำจัดพยานปากเอกทั้งสองคน ทว่า ในจังหวะความเป็นความตายนั้นเอง คีย์ไม่ได้หันไปมองกลุ่มทหารที่กำลังคืบคลานเข้ามา เขากลับดึงตัวรินรดาเข้ามาชิดอกแกร่งอย่างรวดเร็ว พร้อมกับปลดล็อกสลักระเบิดควันไอออนในมือขวา
"จับมือผมไว้..." คีย์กระซิบเสียงต่ำข้างใบหูของเธอ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนจากความโกรธเกรี้ยวเป็นความเด็ดเดี่ยวที่เธอคุ้นเคยในอดีต "ไม่ว่าเบื้องหลังเรื่องนี้คืออะไร เราจะไปหาคำตอบด้วยกัน... แต่ไม่ใช่ในฐานะผู้ล่ากับเหยื่อ"
รินรดานิ่งงันไปชั่ววินาที ก่อนที่เรียวปากบางจะแย้มยิ้มจางๆ เป็นรอยยิ้มแรกในรอบหลายปีที่สะท้อนความรู้สึกที่แท้จริง เธอยื่นมือไปประสานนิ้วเข้ากับมือหนาของเขาแน่น
"อย่าทำเป็นเท่หน่อยเลย คีย์... คุณมันก็แค่คนดื้อรั้นที่ไม่เคยฟังคำสั่งใครเหมือนเดิม"
ปัง! เสียงกระสุนลำแสงนัดแรกเจาะทะลุกำแพงเฉียดหัวไหล่พวกเขาไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร คีย์ไม่รอช้า เขาขว้างระเบิดควันไอออนลงกับพื้น ทัศนียภาพทั่วทั้งห้องถูกปกคลุมด้วยกลุ่มควันสีขาวทึบแสงทัน0ที
ในความมืดสลัวและเสียงไซเรนที่ดังระรัว คีย์ใช้มือซ้ายกระชากแขนรินรดาลัดเลาะผ่านช่องระบายอากาศใต้พื้นห้องปฏิบัติการ ซึ่งเป็นทางลับที่มีเพียงวิศวกรอาวุโสเช่นเธอเท่านั้นที่รู้ ร่างทั้งสองร่างหายลับเข้าไปในความมืดของท่อส่งระบบหล่อเย็น โดยทิ้งให้หน่วยจู่โจมยืนเคว้งคว้างท่ามกลางควันไอออนที่จางลง
ทว่า ในขณะที่พวกเขากำลังคลานฝ่าความมืดเพื่อไปยังเขตปลอดภัยชั้นนอก จู่ๆ หน้าจอสื่อสารฉุกเฉินที่ติดอยู่กับข้อมือของคีย์ก็ติดสว่างขึ้นมาเองโดยไม่มีการกดรับสาย แสงสีฟ้าอ่อนสาดส่องใบหน้าที่เปื้อนฝุ่นของเขา และเสียงสังเคราะห์ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากปลายสาย—เสียงของเซบาสเตียนที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
*"ยินดีด้วยนะคีย์ ที่นายเลือกข้างได้ถูกใจฉันเสียจริง... แต่นายแน่ใจแล้วหรือว่า ผู้หญิงที่นายกำลังปกป้องอยู่นี้ คือคนเดียวกับคนที่เหนี่ยวไกสังหารครอบครัวของนายเมื่อสิบปีก่อน?"*
คีย์หยุดชะงักกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีดเมื่อความจริงข้อใหม่ถูกกระชากออกมากลางอากาศ รินรดาที่คลานอยู่ข้างหน้าหันกลับมามองเขาด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดไร้สีเลือด แววตาของเธอยอมรับความจริงทุกอย่างโดยไม่ต้องเอ่ยคำใดออกมาแม้แต่พยางค์เดียว
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในความมืดมิดของห้วงจักรวาลนี้ด้วยกันนะครับ
---
*เนบิวลาสตาร์*
นิรันดร์กลไกหัวใจจักรกล•ตอนที่ 12
การทรยศครั้งแรก
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิรันดร์กลไกหัวใจจักรกล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!