กลิ่นของกาแฟพันธุ์โคลัมเบียราคาแพงกรุ่นขึ้นจากแก้วเซรามิกเคลือบสีดำสนิท บนชั้นแปดสิบสี่ของตึกระฟ้าไซเนอร์จี้ ทาวเวอร์ มหานครแห่งเหล็กและกระจกสะท้อนแสงไฟนีออนระยิบระยับราวกับดวงดาวที่ถูกขังไว้ใต้พื้นโลก เบื้องล่างคือสายฝนโปรยปรายที่ไม่อาจชะล้างความเน่าเฟะของระบบทุนนิยมแห่งอนาคตได้
รินรดานั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้หนังแท้สีเข้ม แผ่นหลังตั้งตรงดิ่งตามสัญชาตญาณของวิศวกรผู้ควบคุมโครงสร้าง เธอยังคงสวมเสื้อสูทสีเทาเข้มตัวเดิมที่ยับยู่ยี่เล็กน้อยจากการเดินทางข้ามเขตเมืองมาตลอดคืน ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ เป็นจังหวะบนแฟ้มข้อมูลโฮโลแกรมที่ฉายแสงสีฟ้าเรืองรองบนโต๊ะกระจก
ตรงข้ามกับเธอคือ "วิคเตอร์ หลี่" รองประธานฝ่ายปฏิบัติการแห่งไซเนอร์จี้ โคปอเรชั่น ชายวัยกลางคนผู้สวมแว่นตากรอบไทเทเนียมบางเฉียบ รอยยิ้มบนริมฝีปากของเขาเป็นระเบียบเรียบร้อยราวกับถูกโปรแกรมมาด้วยอัลกอริทึม แต่ดวงตาสีเทาคู่กลับไร้ซึ่งความอบอุ่น
"คุณรินรดาครับ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่กดดันมาร่วมสิบนาที "บริษัทของเราว่าจ้างคุณมาเพื่อสร้างความสมบูรณ์แบบ ไม่ใช่เพื่อเปิดแผลเน่าเฟะในอดีตขึ้นมาล้างบนโต๊ะประชุมคณะกรรมการ"
รินรดากระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยมองลอดผ่านแสงโฮโลแกรมไปยังชายตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว "ความสมบูรณ์แบบที่คุณพูดถึง หมายถึงแอนดรอยด์รุ่น 'ไทป์-ไนน์' ที่ถูกตั้งโปรแกรมให้ซ่อนโค้ดสังหารไว้ใต้จิตสำนึกเทียม หรือหมายถึงผลกำไรไตรมาสล่าสุดที่แลกมาด้วยชีวิตของคนงานในเขตสลัมล่ะคะ... อ้อ ขออภัยครับ ผมหมายถึง... 'คุณล่ะครับ'"
เธอยังคงระมัดระวังการใช้สรรพนาม แม้ในสถานการณ์ที่เลือดในกายกำลังเดือดพล่าน
วิคเตอร์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ประสานมือไว้บนหน้าท้อง "คุณกำลังเล่นเกมที่ใหญ่เกินกว่าที่วิศวกรตัวเล็กๆ คนหนึ่งจะแบกรับไหว รินรดา โลกของเครื่องจักรไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยคุณธรรม แต่มันขับเคลื่อนด้วย 'การควบคุม' และตอนนี้... คุณกำลังสูญเสียการควบคุมนั้นไป"
เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาจากทางด้านหลังของห้องประชุมกว้างขวาง รินรดาไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร กลิ่นอายความเย็นชาปนความดุดันที่คุ้นเคย คีย์ ในชุดแจ็คเก็ตหนังสีดำชุ่มฝน ก้าวเข้ามายืนเคียงข้างเก้าอี้ของเธอ มือหนาวางลงบนพนักพิงเบาๆ แต่มันให้ความรู้สึกหนักแน่นราวกับกำแพงเหล็กที่พร้อมปกป้อง
"ถ้าพูดถึงการควบคุม..." คีย์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลง "ดูเหมือนระบบรักษาความปลอดภัยชั้นสิบของพวกคุณจะหละหลวมเกินไปหน่อยนะ วิคเตอร์ ถึงปล่อยให้ฉันเดินเข้ามาถึงห้องทำงานส่วนตัวโดยไม่มีสัญญาณเตือนภัยสักแอะ"
วิคเตอร์หรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มจางหายไปจากใบหน้า แม้จะยังคงรักษาท่าทีสุขุมไว้ได้อย่างแนบเนียน แต่กล้ามเนื้อบริเวณกรามที่ขยับเกร็งนั้นบ่งบอกถึงความไม่พอใจ
"คุณคีย์ นักสืบอิสระผู้สูญเสียความทรงจำ..." วิคเตอร์เน้นเสียงทีละพยางค์ด้วยความเย้ยหยัน "ไม่คิดเลยว่าสุนัขล่าเนื้อที่ถูกถอดปลอกคอไปแล้ว จะยังซื่อสัตย์กลับมาเห่าหอนให้เจ้านายเก่าได้อีก"
"ฉันไม่ใช่สุนัขของใครทั้งนั้น" คีย์ก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงาน โน้มตัวลงเล็กน้อย ดวงตาสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของวิคเตอร์ "แต่ฉันเป็นคนที่จำได้ดีว่า ใครเป็นคนสั่งให้ลบความทรงจำของฉัน และใครเป็นคนบงการให้แอนดรอยด์รุ่นต้นแบบของรินรดาเกิดอาการคลุ้มคลั่งเมื่อห้าปีก่อน"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นจนแทบมีประกายไฟแลบออกมา รินรดารู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวระรัวในอก แม้เธอจะพยายามควบคุมสีหน้าให้เรียบเฉย แต่น้ำคำของคีย์เมื่อครู่ได้เปิดประเด็นที่เธอพยายามฝังกลบมันมาตลอดหลายปี
วิคเตอร์ไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย เขากลับยกแก้วกาแฟขึ้นจิบช้าๆ ก่อนจะวางลงกระทบโต๊ะเสียงดังสนั่น
"ความทรงจำของคุณมันก็แค่ข้อมูลขยะที่ถูกเขียนทับด้วยไวรัส รินรดาต่างหากที่รู้ดีที่สุดว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องทดลองคืนนั้น..." วิคเตอร์หันมามองวิศวกรสาว "คุณยังไม่ได้บอกเขาใช่ไหมรินรดา? ว่าโค้ดมรณะตัวนั้น... ไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบ แต่มันถูกเขียนขึ้นด้วยลายมือของใคร"
รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับวิคเตอร์ด้วยแววตาสั่นระริกชั่วขณะ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าว
"หยุดโกหกเสียที วิคเตอร์" รินรดาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบแต่ทรงพลังพอที่จะสั่นคลอนความมั่นใจของชายวัยกลางคนได้ "หลักฐานทั้งหมดไม่ได้อยู่บนคลาวด์ของไซเนอร์จี้อีกต่อไปแล้ว มันถูกเข้ารหัสและกระจายไปยังเครือข่ายอิสระทั่วทั้งมหานครเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เสี้ยววินาทีที่คุณสั่งให้คนมาปิดปากฉันที่อู่ซ่อมรถ"
วิคเตอร์ชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มเสแสร้งแตกสลายลงทันที แววตาของนักบริหารผู้ทรงอิทธิพลฉายแววตื่นตระหนกออกมาอย่างปิดไม่มิด
"คุณกล้ามากนะ..." วิคเตอร์กัดฟันกรอด เอื้อมมือไปกดปุ่มฉุกเฉินใต้โต๊ะ แต่ทว่า... ไม่มีสัญญาณใดๆ ตอบสนอง หน้าจอโฮโลแกรมทั่วทั้งห้องดับวูบลงพร้อมกัน กลายเป็นสีดำสนิท
"คุณคิดจริงๆ เหรอคะว่าฉันจะยอมเดินเข้ามารังเสือมือเปล่า" รินรดาโน้มตัวลงไปกระซิบด้วยน้ำเสียงเฉียบคม "หมากรุกกระดานนี้... คุณไม่ได้เป็นคนเดินเกมตั้งแต่แรกแล้วครับ วิคเตอร์"
ทันใดนั้น หน้าจอหลักขนาดใหญ่บนผนังฝั่งตรงข้ามก็สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้งด้วยแสงสีแดงฉาน ไม่ใช่โลโก้ของไซเนอร์จี้ โคปอเรชั่น แต่เป็นภาพวิดีโอวงจรปิดจากห้องนิรภัยใต้ดินชั้นลึกที่สุดของตึกนี้—ภาพของร่างไร้ชีวิตของประธานบริษัทตัวจริงนอนจมกองเลือดอยู่บนพื้น โดยมีแอนดรอยด์รุ่น 'ไทป์-ไนน์' ยืนถืออาวุธเคลือบสารเคมีอยู่เบื้อง
และที่น่าตกใจยิ่งกว่า... บนหน้าจอแสดงผลของแอนดรอยด์ตัวนั้น ปรากฏชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าถึงคำสั่งสูงสุด (Root Access) เป็นชื่อของบุคคลที่พวกเขานั่งอยู่ด้วยกันในห้องนี้
ไม่ใช่รินรดา... และไม่ใช่คีย์
แต่เป็นบุคคลที่สาม ซึ่งกำลังก้าวพ้นเงาสลัวจากประตูทางลับด้านหลังห้องประชุม พร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นที่พวกเขาสองคนคาดไม่ถึงที่สุด
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดและไขปริศนาไปกับตัวละครทุกท่านด้วยนะครับ
นิรันดร์กลไกหัวใจจักรกล•ตอนที่ 19
หมากรุกกระดานนี้ไม่มีมิตร
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิรันดร์กลไกหัวใจจักรกล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!