เสียงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในเครื่องวัดสัญญาณชีพ คอยย้ำเตือนความจริงอันน่ารังเกียจว่า สิ่งที่กำลังเต้นอยู่ตรงหน้าไม่ใช่หัวใจของมนุษย์ แต่เป็นกลไกสังเคราะห์ที่เธอเป็นคนออกแบบเองกับมือ รินรดายืนนิ่งอยู่หน้าแผงควบคุมระบบระบายความร้อน แสงไฟนีออนสีฟ้าอมม่วงสาดกระทบใบหน้าด้านข้างที่เรียบนิ่งราวกับรูปสลักหินอ่อน ดวงตาคู่คมกริบมองลอดผ่านกระจกนิกรีนหนาเตอะไปยังร่างของแอนดรอยด์รุ่นต้นแบบบนเตียงทดสอบ
ความเงียบงันภายในห้องปฏิบัติการใต้ดินชั้นสิบสามของนีโอ-โซล ไม่ได้แปลว่าความสงบสุข หากแต่เป็นแรงกดดันมหาศาลที่พร้อมจะบดขยี้แก้วหูได้ทุกเมื่อ
"คุณกำลังยืนทบทวนตัวเลขผิดพลาดครั้งนั้น หรือกำลังพยายามหาข้อแก้ตัวให้ตัวเองกันแน่ครับ ริน"
เสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความเยียบเย็นดังขึ้นจากความมืดมุมห้อง คีย์ก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัว รองเท้าคอมแบตส่งเสียงกระทบพื้นเหล็กก้องกังวาน เขาสวมเสื้อแจ็กเก็ตหนังสีเข้มที่ผ่านการใช้งานอย่างโชกโชน ดวงตาคมกราบจดจ้องมองเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก—มันมีความเจ็บปวด ความสงสัย และร่องรอยของความทรงจำที่ถูกลบเลือนผสมปนเปกันอยู่ จนแทบแยกไม่ออกว่าสิ่งใดคือตัวตนที่แท้จริงของเขาในตอนนี้
รินรดาไม่หันกลับไปมอง เธอเพียงแต่ยกปลายนิ้วขึ้นแตะหน้าจอโฮโลแกรมเพื่อเลื่อนดูบันทึกเหตุการณ์เมื่อห้าปีก่อน ข้อมูลการทำงานของระบบประสาทเทียมถูกฉายขึ้นเป็นภาพสามมิติสีแดงฉาน แสดงจุดบกพร่องที่เธอจงใจละเลยในบรรทัดสุดท้ายของโค้ดโปรแกรม
"ฉันไม่ได้หาข้อแก้ตัว คีย์" เสียงของเธอราบเรียบ ไร้ซึ่งความลังเล แต่กลับสั่นไหวเล็กน้อยในระดับความถี่ที่เครื่องมือวัดจับไม่ได้ "ในฐานะวิศวกร การยอมรับความจริงว่าโค้ดชุดนั้นมีข้อบกพร่อง คือจรรยาบรรณข้อแรกที่เราถูกสอนมา... แต่ในฐานะมนุษย์ การยอมรับว่าความผิดพลาดนั้นฆ่าคนไปสิบสองชีวิต มันคือคราบสกปรกที่ต่อให้ใช้น้ำยาล้างสารเคมีชนิดไหนก็ขัดไม่ออก"
คีย์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความขมขื่น เขาสืบเท้าเข้ามาใกล้ จนกระทั่งกลิ่นอายเฉพาะตัว—กลิ่นอายของโอโซนและน้ำมันเครื่องจางๆ—ลอยมาแตะจมูก รินรดารู้สึกได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของเขา แม้เธอจะรู้ดีว่าใต้ผิวหนังส่วนนั้นเต็มไปด้วยโครงสร้างไทเทเนียมและเส้นใยกล้ามเนื้อสังเคราะห์ก็ตาม
"คุณยังคงใช้เหตุผลมาเป็นเกราะกำบังความรู้สึกเหมือนเดิมนะ ริน" คีย์หยุดยืนอยู่เบื้องหลังเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่ถึงคืบ "คุณบอกว่ามันคือความผิดพลาดทางเทคนิค แต่ความทรงจำที่ถูกรีเซ็ตของผม มันบอกว่าคืนนั้น... ก่อนที่เหตุระเบิดจะเกิดขึ้น คุณไม่ได้แค่เขียนโค้ดผิดพลาด คุณเป็นคนป้อนคำสั่งลบระบบนิรภัยด้วยมือของคุณเอง"
ลมหายใจของรินรดาชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที มือที่กำลังเลื่อนหน้าจอโฮโลแกรมหยุดนิ่งกลางอากาศ เธอกลืนก้อนความขมขื่นลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาทั้งสองคู่ประสานกันอย่างดุเดือด ราวกับกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่กำลังวิ่งเข้าหา0กันเพื่อรอวันลัดวงจร
"ถ้าฉันทำแบบนั้นจริง... ทำไมคุณถึงเลือกที่จะปกปิดมันในรายงานการสืบสวนล่ะครับ นักสืบ" เธอสวนกลับด้วยน้ำเสียงที่เฉียบคมไม่แพ้กัน ดวงตาสดใสแต่ไร้ประกายความอบอุ่นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "ความทรงจำของคุณอาจจะหายไปครึ่งหนึ่งจากการปฏิบัติภารกิจบ้าๆ นั่น แต่สัญชาตญาณในการปกป้องคนผิดของคุณ มันยังทำงานได้ดีเสมอสินะ"
"เพราะผมรักคุณไง ริน"
คำพูดนั้นหลุดออกมาจากริมฝีปากของเขาอย่างง่ายดาย แต่กลับหนักอึ้งราวน้ำหนักของภูเขาตกลงกลางห้องปฏิบัติการ คีย์ไม่ได้หลบสายตา ความดุดันในแววตาก่อนหน้านี้มลายหายไป เหลือเพียงความเปราะบางอย่างที่ผู้ชายคนนี้ไม่เคยแสดงให้ใครเห็น เขายื่นมือออกหมายจะสัมผัสแก้มเนียน แต่รินรดากลับถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างระแวดระวัง ราวกับกลัวว่าสัมผัสนั้นจะแผดเผาตัวเธอให้มอดไหม้
"ความรักไม่ได้ช่วยให้คนที่ตายฟื้นคืนมาได้ คีย์" รินรดาพูดเสียงสั่น เธอกัดริมฝีปากล่างแน่นจนห่อเลือด "และมันก็ไม่ได้ทำให้ความจริงที่ว่า... แอนดรอยด์รุ่นนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นอาวุธสงคราม เปลี่ยนแปลงไปได้"
"ใครบอกว่าผมอยากให้พวกเขากลับมา?" คีย์ก้าวตาม บีบไหล่ทั้งสองข้างของเธอไว้แน่นด้วยพละกำลังที่เหนือมนุษย์ แรงกดจากมือของเขาทำให้เธอเจ็บแปลบ แต่รินรดากลับไม่ส่งเสียงร้องออกมาสักแอะ "สิ่งที่ผมสนใจในตอนนี้ ไม่ใช่คนตายสิบสองคนนั้น... แต่คือสิ่งที่คุณกำลังซ่อนไว้ต่างหาก ริน"
เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ กระซิบข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยนัยยะอันตราย
"เซิร์ฟเวอร์สำรองชั้นใต้ดินถูกเปิดใช้งานเมื่อสามสัปดาห์ก่อน และรหัสผ่านที่ใช้ปลดล็อก... ก็ตรงกับลายนิ้วมือรุ่นทดลองที่ถูกตัดทิ้งไปเมื่อห้าปีที่แล้วพอดี... คุณไม่ได้แค่ทำผิดพลาด ริน แต่คุณกำลังสร้างมันขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ใช่ไหม?"
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง คำพูดของคีย์ราวกับคมมีดที่กรีดทะลุเกราะกำบังทุกชั้นที่เธอสร้างขึ้นมาตลอดหลายปี ทว่า ก่อนที่เธอจะได้ทันเอ่ยปากแก้ตัวหรือปฏิเสธ สัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็พลันสว่างวาบไปทั่วทั้งห้องปฏิบัติการ พร้อมกับเสียงไซเรนแหลมสูงที่ดังทะลุแก้วหู
*[คำเตือน: ตรวจพบการบุกรุกระบบเครือข่ายภายนอก รหัสผ่านระดับโอเมก้าถูกใช้งาน]*
หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดภายในห้องดับวูบลง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยข้อความปริศนาที่วิ่งผ่านหน้าจอด้วยความเร็วสูง รินรดาสบถเบาๆ ในลำคอ เธอรู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่ความผิดพลาดทางเทคนิค แต่เป็นฝีมือของใครบางคน—หรือบางสิ่ง—ที่กำลังจ้องมองพวกเขาอยู่จากที่ไหนสักแห่งในโลกไซเบอร์
คีย์ปล่อยมือจากไหล่ของเธอ ชักปืนพลาสม่าออกจากซองข้างเอวอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณนักสืบตื่นตัวเต็มพิกัด สายตาสอดส่องไปยังความมืดนอกกระจกนิรภัย
"ดูเหมือนว่าจะมีคนไม่อยากให้เราคุยกันให้จบนะ ริน" คีย์กระซิบเสียงต่ำ ขณะที่เสียงฝีเท้าหนักๆ นับสิบกำลังดังขึ้นเรื่อยๆ จากโถงทางเดินด้านนอก มุ่งตรงมายังห้องปฏิบัติการแห่งนี้
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง หน้าจอหลักที่เคยดับไปก็ติดพรึบขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับภาพวิดีโอวงจรปิดจากห้องควบคุมหลักที่แสดงร่างของบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิท กำลังยืนยันคำสั่งทำลายตัวเองของแอนดรอยด์ต้นแบบ... และใบหน้าที่หันมามองกล้องด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยนั้น ก็ทำให้รินรดาสติหลุดกระเจิงแทบจะทันที
เพราะใบหน้าของคนๆ นั้น... คือตัวเธอเองเมื่อห้าปีที่แล้ว ก่อนที่จะเข้ารับการลบความทรงจำครั้งใหญ่
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ปริศนาอันล้ำลึกในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
นิรันดร์กลไกหัวใจจักรกล•ตอนที่ 10
บทสนทนาหลังม่านหมอก
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิรันดร์กลไกหัวใจจักรกล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!