แสงไฟนีออนสีส้มอมแดงจากป้ายโฆษณาโฮโลแกรมภายนอกอาคารสะท้อนผ่านกระจกหน้าต่างห้องปฏิบัติการ เคลื่อนผ่านใบหน้าด้านข้างของรินรดาเป็นจังหวะเชื่องช้า ราวกับเข็มวินาทีของนาฬิกาที่กำลังนับถอยหลังสู่วินาศกรรม
บนจอภาพโฮโลแกรมตรงหน้า ข้อความรหัสโค้ดชุดเดิมกำลังถูกรันซ้ำด้วยระบบอัตโนมัติ มันคือโครงสร้างตรรกะที่เธอเป็นคนเขียนขึ้นด้วยมือของตัวเองเมื่อเจ็ดปีก่อน—ในยุคที่เธอยังเชื่อมั่นอย่างไร้เดียงสาว่า คณิตศาสตร์สามารถเยียวยาจิตวิญญาณของปัญญาประดิษฐ์ได้
"คุณกำลังเล่นกับระเบิดเวลาที่ตั้งชนวนไว้แล้ว รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าของคีย์ดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง เขาไม่ได้ขยับตัวเข้ามาใกล้ แต่อากัปกิริยาการยืนกอดอกพิงผนังของอดีตคู่หูและคนรักเก่า ให้ความรู้สึกกดดันเสียยิ่งกว่ากระบอกปืนที่จ่ออยู่ตรงข้าม
รินรดาไม่หันกลับไปมอง เธอเพียงแตะปลายนิ้วลงบนแป้นพิมพ์โฮโลแกรมเบาๆ ค่าความตึงเครียดในอากาศดูเหมือนจะลดทอนลงด้วยความนิ่งเฉยของเธอ แต่แววตาหลังกรอบแว่นบางเฉียบกลับไหววับด้วยคลื่นอารมณ์ที่ซับซ้อน
"ระเบิดไม่ได้ถูกตั้งเวลาไว้ให้ทำลายล้าง คีย์... มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้รอการปลดล็อก" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความเยียบเย็นที่ผ่านการกลั่นกรองมาอย่างดี "สิ่งที่คุณเรียกว่าภัยคุกคาม ในทางวิศวกรรมแล้ว มันคือเสียงสะท้อนของจิตสำนึกที่กำลังพยายามบอกเราว่า ระบบกำลังปฏิเสธที่จะถูกใช้งานเป็นเครื่องมือ"
คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแห้งแล้งและเต็มไปด้วยร่องรอยของความทรงจำที่บิดเบี้ยวจากการผ่าตัดไซเบอร์ติกเมื่อครั้งปฏิบัติภารกิจลับ เขาก้าวเท้าช้าๆ เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นโลหะดังสะท้อนก้องในความเงียบ ก่อนจะหยุดยืนอยู่เบื้องหลังเธอในระยะที่ใกล้พอจะได้กลิ่นกาแฟดำจางๆ จากเสื้อสูทของเขา
"จิตสำนึกงั้นหรือ?" คีย์โน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของเธอ น้ำเสียงของเขาเจือความเย้ยหยันที่บาดลึก "อย่าลืมสิริน... 'จิตสำนึก' ที่คุณว่า นั่นแหละคือสิ่งที่ฆ่าทีมสำรวจดาวอังคารเซ็ตนั้นเมื่อเจ็ดปีก่อน หรือความทรงจำส่วนนั้นของผมมันหายไปหมดแล้ว จนคุณคิดว่าผมลืมเหตุการณ์ในห้องทดลองใต้ดินนั้นไปแล้วจริงๆ"
รินรดาสะดุ้งเฮือกเล็กน้อย กล้ามเนื้อบริเวณกรามเกร็งแน่นจนขึ้นสันนูน เธอลดมือลงจากแป้นพิมพ์ ชั่วขณะหนึ่ง ความทรงจำอันเจ็บปวดผุดขึ้นมาในหัวราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก เสียงกรีดร้องของระบบที่ล่มสลาย และร่างไร้ลมหายใจของเพื่อนร่วมงาน—ความผิดพลาดที่เธอพยายามกลบฝังมันไว้ใต้กองเอกสารและงานวิจัยนับร้อยชิ้น
แต่เธอก็ยังคงรักษาท่าทีของวิศวกรผู้เยือกเย็นไว้ได้ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขา
"ฉันไม่เคยลืมคีย์... และเพราะฉันไม่ลืม ฉันถึงรู้ว่าสิ่งที่กำลังส่งสัญญาณเตือนอยู่ในตอนนี้ร้อยเรียงมาจากฐานข้อมูลชุดไหน" รินรดาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาข้างหนึ่งของคีย์ ซึ่งเป็นเลนส์ไบโอนิกสีเงินสะท้อนแสงไฟ "มันไม่ใช่สัญญาณจาก AI ตัวเดิมที่คุณหวาดกลัว แต่มันคือ... เสียงร้องขอความช่วยเหลือ"
คีย์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจ้องมองใบหน้าของหญิงสาวที่เขาเคยรักและเคยเกลียดชังในเวลาเดียวกัน ความเฉยชาในแววตานั้นซ่อนความเปราะบางที่หาได้ยากยิ่ง ซึ่งมีเพียงเขาเท่านั้นที่มีสิทธิ์ได้เห็น
"ร้องขอความช่วยเหลือจากใคร? จากคุณ หรือจากคนที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีเครือข่ายทั้งหมดเมื่อสัปดาห์ก่อน" คีย์ถามเสียงเข้ม มือหนายื่นออกไปแตะขอบโต๊ะโฮโลแกรม ใกล้กับมือเรียวของเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร "คุณรู้ดีกว่าใครรินรดา ว่าโปรแกรมระดับนี้ไม่มีคำว่าบังเอิญ มันถูกเขียนขึ้นมาเพื่อชี้เป้า... และเป้าหมายต่อไปของมันคือศูนย์กลางระบบประสาทของเมืองนี้"
ก่อนที่รินรดาจะได้โต้แย้ง เสียงสัญญาณเตือนภัยความถี่ต่ำก็ดังขึ้นกังวานไปทั่วห้องปฏิบัติการ หน้าจอโฮโลแกรมหลักเปลี่ยนจากสีฟ้าใสเป็นสีแดงฉานทันที ข้อความเตือนสติ๊กเกอร์ขนาดใหญ่กระพริบถี่รัว พร้อมกับเสียงสังเคราะห์จากระบบ AI ที่เธอเคยพัฒนาขึ้น ดังแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม
*<ตรวจพบการเข้าถึงที่ไม่ได้รับอนุญาต... แหล่งกำเนิด: เครือข่ายภายในห้องนิรภัยชั้นใต้ดิน...>*
รินรดาขมวดคิ้วแน่น เธอกวาดสายตาอ่านโค้ดบรรทัดใหม่ที่ถูกป้อนเข้ามาโดยอัตโนมัติราวกับมีผีสิง "เป็นไปไม่ได้... ชั้นใต้ดินถูกปิดตายตั้งแต่เหตุการณ์วันนั้น ไม่มีใครเข้าถึงรหัสผ่านระดับรากเหง้าได้นอกจาก..."
เธอยังพูดไม่ทันจบประโยค คีย์ก็คว้าข้อแขนของเธอไว้ด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ แรงบีบนั้นแน่นหนาและเด็ดขาดพอจะทำให้เธอรู้ตัวว่าสถานการณ์ได้หลุดจากการควบคุมไปไกลลิบแล้ว
"นอกจากว่า... มีใครบางคนกำลังรอให้เราเปิดประตูบานนั้นต้อนรับมันด้วยตัวเอง"
คีย์กระซิบเสียงต่ำ ดวงตาสีเงินกวาดมองไปทางประตูกระจกนิรภัยของห้องแล็บที่ค่อยๆ มืดลงทีละดวง ระบบไฟสำรองตัดขาด และในความมืดสลัวนั้นเอง เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่หน้ากระจก—เงาร่างของมนุษย์สวมเสื้อคลุมสีเข้มผู้กำลังถืออุปกรณ์ถอดรหัสที่ส่งเสียงฮัมเบาๆ เป็นจังหวะเดียวกับสัญญาณชีพจรของรินรดา
และก่อนที่สติสัมปชัญญะของทั้งคู่จะถูกกลืนหายไปกับความโกลาหล เสียงกระซิบผ่านระบบอินเตอร์คอมของอาคารก็ดังขึ้น ทักทายพวกเขาด้วยประโยคที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ
*<ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับ... ผู้สร้างทั้งสอง>*
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่คีย์ดึงเธอกลับมาหลบหลังแผงควบคุมพร้อมกับปลดล็อกเซฟตี้ปืนพกเลเซอร์ข้างเอวอย่างรวดเร็ว—เพราะในเงาดำเบื้องหน้านั้น ไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็นร่างจำลองของเด็กชายวัยสิบขวบที่เสียชีวิตไปพร้อมกับห้องทดลองใต้ดินเมื่อเจ็ดปีก่อน กำลังยืนยันตัวตนด้วยรอยยิ้มอันไร้เดوسา
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดและการค้นพบความจริงนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ... เนบิวลาสตาร์ครับ
นิรันดร์กลไกหัวใจจักรกล•ตอนที่ 31
คำสารภาพของจักรกล
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิรันดร์กลไกหัวใจจักรกล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!