กลิ่นอายจางๆ ของหมึกพิมพ์โบราณและกระดาษสาเก่าเก็บคละคลุ้งอยู่ในห้องลับใต้หอจดหมายเหตุหลวง แสงสลัวจากเปลวเทียนสีอำพันสั่นไหวตามแรงลมที่ลอดผ่านช่องหิน ความหนาแน่นของความลับที่ถูกฝังกลบมานานนับทศวรรษแผ่ซ่านกดทับจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าสำหรับอัครินทร์แล้ว ความมืดมิดและกลิ่นอายแห่งอดีตนี้กลับคุ้นเคยยิ่งกว่าลมหายใจของตนเอง
ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีจดจ้องไปยังเอกสารแผ่นหนังแพะสีเหลืองกรอบในมือ ตัวอักษรหวัดๆ ที่บันทึกด้วยหมึกชาดสีแดงเข้มไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวหนังสือ แต่มันคือคมมีดที่พร้อมจะกรีดแทงรากฐานของบัลลังก์มังกรให้พังทลายลงมาในชั่วพริบตา
"เจ้าแน่ใจแล้วหรืออัครินทร์ ว่าสิ่งที่เรากำลังตามหามันซ่อนอยู่ ณ ที่แห่งนี้?"
เสียงกระซิบแผ่วเบาดั่งเสียงปีกผีเสื้อขยับดังมาจากมุมมืด องค์หญิงรวิภาก้าวออกมาจากเงาสลัวของชั้นหนังสือโบราณ ฉลองพระองค์ชุดคลุมสีเข้มกลมกลืนกับบรรยากาศรอบกาย ทว่าพระเนตรคู่คมกลับเปล่งประกายความเย่อหยิ่งและเด็ดเดี่ยว ทรงทอดพระเนตรอัครินทร์ด้วยความระแวดระวังปนความคาดหวัง สตรีผู้ซ่อนคมเล็บไว้ภายใต้รอยยิ้มหวานหยดย้อยผู้นี้ ย่อมรู้ดีว่าหากก้าวพลาดเพียงครึ่งก้าว หัวของพวกเขาทั้งคู่จะไปประดับอยู่บนกำแพงเมืองหลวงก่อนที่พระอาทิตย์จะลับขอบฟ้าในวันพรุ่งนี้
"หม่อมฉันไม่เคยเล่นการพนันในเกมที่รู้ว่าตัวเองจะถือไพ่ตายในมือหรอกพ่ะย่ะค่ะ... อภัยด้วย หม่อมฉันเผลอใช้คำสามัญ" อัครินทร์ชะงักเล็กน้อยเมื่อเผลอใช้วาจาในอดีตชาติ ก่อนจะคลี่ยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก "แต่กระดาษแผ่นนี้กำลังบอกความจริงที่น่ารังเกียจที่สุดองค์หนึ่งของราชวงศ์ที่ท่านทรงจงรักภักดีนักหนา"
องค์หญิงรวิภาเสด็จเข้ามาใกล้ แย่งม้วนกระดาษเก่าคร่ำคร่าแผ่นนั้นมาจากมือของชายหนุ่ม พระเนตรคู่สวยกวาดมองข้อความภาษาโบราณอย่างรวดเร็ว ลมหายใจของพระองค์สะดุดกึกไปชั่วขณะ เรียวพระโอษฐ์สีชาดเม้มเข้าหากันแน่นจนซีดเผือด
ในบันทึกหน้าที่สิบสามของพงศาวดารรัชกาลก่อน... หน้าที่ถูกฉีกขาดหายไปอย่างไร้ร่องรอย และถูกแทนที่ด้วยรอยเย็บของด้ายไหมสีดำสนิท—ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวถูกเปิดเผย ณ บรรทัดสุดท้ายที่รอดพ้นจากการถูกทำลาย
*‘องค์ชายรอง... มิใช่สายเลือดแท้จริงแห่งราชตระกูล หากแต่เป็นทารกที่ถูกสับเปลี่ยนจากเรือนพักของนางสนมเอกผู้ตกอับ เพื่อแลกเปลี่ยนกับอำนาจเบ็ดเสร็จของตระกูลอคิน’*
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องใต้ดินชั่วขณะ ราวกับกาลเวลาหยุดนิ่ง เสียงหัวใจที่เต้นระรัวของทั้งสองดังแข่งกับเสียงหยดน้ำที่ซึมผ่านผนังหิน
"แม่ทัพอคิน..." องค์หญิงรวิภาทรงพึมพำพระนามนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นระริก เจือด้วยความแค้นเคืองที่ถูกเก็บกดไว้ลึกสุดขั้วหัวใจ "ที่แท้... รากเหง้าแห่งอำนาจของมันไม่ได้มาจากความดีความชอบในการสงคราม แต่มันมาจากบัลลังก์ที่ขโมยมาและคราบเลือดของความอยุติธรรม!"
"ถูกต้องพ่ะย่ะค่ะ" อัครินทร์ก้าวเข้าไปใกล้ ประชิดร่างระหงจนได้กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าที่ผสมผสานกับกลิ่นอายอันตราย ดวงตาคมลุ่มลึกจ้องมองลึกลงไปในดวงตาขององค์หญิง "และตอนนี้ เจ้าหมากตัวสำคัญที่ชื่อว่าอคิน กำลังเดินเข้าสู่ตารางสุดท้ายที่เราวางไว้ กองกำลังทหารรักษาพระองค์ครึ่งหนึ่งถูกซื้อตัวด้วยทองคำและสัญญาแห่งอนาคต เหลือเพียงแค่จดหมายเหตุฉบับนี้... หลักฐานชิ้นเดียวที่จะทำให้เสือร้ายกลายเป็นเพียงสุนัขจนตรอก"
"แต่เจ้าอย่าลืม..." รวิภาเงยพระพักตร์ขึ้นสบตา ทรงแย้มพระสรวลเย้ยหยันทั้งแก่โชคชะตาและตนเอง "อคินไม่ใช่คนที่จะยอมจำนนต่อกระดาษไม่กี่แผ่น เขามีกองทัพพยัคฆ์บูรพาอยู่ในมือ อำนาจที่แท้จริงคือปลายดาบ หาใช่พู่กันเขียนประวัติศาสตร์ไม่"
"ถ้าเช่นนั้น เราก็แค่ต้องทำให้ปลายดาบเล่มนั้นหันกลับไปแทงเจ้าของมันเอง"
อัครินทร์กล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่มั่นคงดั่งหินผา ความแค้นในชาติภพก่อนที่ถูกเผาไหม้อยู่ในอก ปลุกเร้าให้แววตาของเขาวาวโรจน์ดั่งอสูรร้ายที่รอเวลาหลุดจากพันธนาการ มือหนายื่นออกไปหมายจะหยิบม้วนกระดาษสำคัญเก็บ1เข้าอกเสื้อ ทว่า—
*แกร๊ก!*
เสียงฝ่าเท้าหนักหน่วงเหยียบลงบนพื้นไม้เก่าๆ เหนือศีรษะดังขึ้นอย่างกะทันหัน ตามด้วยเสียงฝูงฝีเท้าจำนวนมากที่กำลังก้าวเข้ามาล้อมรอบหอจดหมายเหตุหลวงแห่งนี้ไว้ทุกด้าน!
องค์หญิงรวิภาทรงเบิกพระเนตรกว้างด้วยความตระหนก ทรงคว้าแขนของอัครินทร์ไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว พระพักตร์ถอดสี "มีคนรู้... พวกมันรู้ว่าเราอยู่ที่นี่!"
อัครินทร์ไม่ตอบคำถาม เขากวาดสายตามองไปรอบห้องอย่างรวดเร็ว สมองประมวลผลด้วยความเร็วสูงสุดในสถานการณ์เป็นตายเท่ากัน แสงเทียนเริ่มหรี่ลงเมื่อลมพายุข้างนอกพัดกระหน่ำรุนแรง ประตูไม้บานหนาเบื้องบนส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดราวกับกำลังถูกพังทลายลงมาด้วยกำลังมหาศาล
ก่อนที่ใครจะได้ทันขยับตัว ประตูห้องใต้ดินก็ถูกถีบกระเด็นด้วยแรงอันมหาศาล เศษไม้กระจายเกลื่อนกลาด แสงไฟสว่างจ้าจากคบเพลิงสาดส่องเข้ามาพร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะเหล็กสีดำสนิท
ใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นแห่งสนามรบ และรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมอันเป็นเอกลักษณ์ ปรากฏขึ้นท่ามกลางกลุ่มควันและเปลวเพลิง
แม่ทัพอคินก้าวเข้ามาในห้องใต้ดินช้าๆ ในมือถือดาบยาวที่หยดเลือดสดๆ หยดลงบนพื้นหินทีละหยด เสียงหัวเราะทุ้มต่ำน่าขนลุกดังลอดไรฟันของแม่ทัพผู้กุมอำนาจสูงสุด
"ช่างเป็นความบังเอิญเสียจริง..." อคินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ขณะกวาดสายตามองอัครินทร์และองค์หญิงรวิภาที่ยืนอยู่เคียงกันในมุมอับ "ข้าคิดว่าหนูสกปรกคู่ไหนแอบมาขุดคุ้ยกองขยะ เสียแรงที่ข้าตามหาแทบพลิกแผ่นดิน... ที่แท้ก็เป็นองค์หญิงผู้สูงศักดิ์กับสุนัขรับใช้ที่ตายยากนี่เอง"
อัครินทร์ไม่สะทกสะท้านต่อรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างของแม่ทัพใหญ่ เขาก้าวออกไปยืนบังองค์หญิงรวิภาไว้ครึ่งก้าว มือข้างหนึ่งสอดเข้าไปในเสื้อคลุมเพื่อกุมด้ามมีดสั้นอย่างเงียบเชียบ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของอดีตราชองครักษ์ผู้เยือกเย็น
"ท่านแม่ทัพมาเร็วกว่าที่คิดนะพ่ะย่ะค่ะ... หรือว่าร้อนรนกลัวว่าความลับใต้ผืนแผ่นดินนี้ จะทำให้บัลลังก์ปลอมๆ ของท่านสั่นคลอนกันแน่?"
อคินหรี่ตาลง รังสีฆ่าฟันพวยพุ่งออกจากร่างจนบรรยากาศรอบตัวแทบจะแข็งตัว แม่ทัพใหญ่ไม่ได้ตอบคำถาม แต่กลับโบกมือขวาขึ้นเป็นสัญญาณ ทหารกล้าในชุดเกราะนับสิบคนก้าวเข้ามาพร้อมกับหน้าไม้ที่ขึ้นสายตึงเปรี๊ยะ ปลายลูกศรอาบยาพิษนับสิบจ่อตรงมาที่พวกเขาทั้งสองคนอย่างไร้ทางหนี
ทว่า ในวินาทีที่ความตายอยู่ห่างแค่เพียงเอื้อมมือ องค์หญิงรวิภากลับทรงแย้มพระสรวลออกมาอย่างงดงาม ทรงก้าวออกมายืนเคียงบ่าเคียงไหล่อัครินทร์อย่างไม่เกรงกลัว พระเนตรคู่คมจ้องมองอคินกลับด้วยความเหยียดหยันอย่างไม่ปิดบัง พระองค์ทรงยกถ้วยชาเคลือบกระเบื้องลายครามที่วางอยู่บนโต๊ะหินข้างกายขึ้นมาอย่างใจเย็น ทรงจิบชาอุ่นๆ คำหนึ่งท่ามกลางปากกระบอกปืนและคมดาบที่รายล้อม แล้วทรงแย้มพระโอษฐ์ตรัสประโยคสุดท้ายที่ทำให้อคินต้องชะงักกึก—
"ท่านแม่ทัพ... คิดว่าจดหมายเหตุฉบับนี้ มีสำเนาเพียงฉบับเดียวในแผ่นดินนี้จริงๆ หรือ?"
ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและความมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
หมากรุกกระดานสุดท้ายกับคนตายที่คืนชีพ•ตอนที่ 12
จดหมายเหตุที่ถูกลบ
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากรุกกระดานสุดท้ายกับคนตายที่คืนชีพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!