กลิ่นหอมกรุ่นของกำยานมัสก์ลอยวนอยู่ในห้องทรงพระอักษรส่วนพระองค์ แสงเทียนสีส้มวับแวมขับเน้นเงาทอดยาวของบุรุษผู้หนึ่งที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะไม้จันทน์หอม อัครินทร์ไม่ได้สวมชุดราชองครักษ์เกราะเหล็กเช่นกาลก่อน หากแต่สวมอาภรณ์ผ้าไหมสีนิลสนิทที่ตัดเย็บอย่างประณีต ทว่าเรียบง่าย ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวราตรีคู่นั้นสะท้อนเปลวเพลิงในเตาผิงอย่างเยือกเย็น ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นต่ออำนาจใดๆ ในแผ่นดิน
เบื้องหน้าเขาคือสตรีผู้เป็นเจ้าของตำหนักนี้—องค์หญิงรวิภา
ฉลองพระองค์สีม่วงเข้มปักดิ้นทองลายหงส์เหินสะท้อนแสงไฟระยิบระยับ ทว่าสิ่งที่เจิดจรัสยิ่งกว่าอาภรณ์ราคาแพงคือนัยน์ตาคู่คมที่กำลังจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเขา ราวกับต้องการค้นหาความลับทั้งหมดที่ถูกฝังกลบไว้ใต้หลุมศพแห่งกาลเวลา
"ท่านกำลังเล่นกับไฟ อัครินทร์"
สุ้มเสียงหวานใสแต่แฝงไว้ด้วยอำนาจเด็ดขาดดังขึ้นทำลายความเงียบ นางก้าวช้าๆ เข้ามาใกล้ โบกพระหัตถ์ไล่ข้าราชบริพารให้ออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงคนทั้งสองในห้องที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก
"ไฟที่หม่อมฉันถืออยู่... หาได้แผดเผาเพียงศัตรูไม่เพคะ แต่มันพร้อมจะหลอมรวมราชสำนักเน่าเฟะนี้ให้กลายเป็นจุล หากพระองค์ทรงประสงค์จะใช้มัน" อัครินทร์ตอบกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่หนักแน่นดั่งหินผา
รวิภากลั้วพระVสรวลเบาๆ ทว่าดวงตากลับไม่ยิ้มตาม "แม่ทัพอคินกุมกำลังพลในมือถึงสามในสี่ของเมืองหลวง ขุนนางครึ่งสภาต่างก้มหัวให้มัน อำนาจของเป้าหมายที่ท่านวางไว้... มันใหญ่เกินกว่าที่อดีตรองราชองครักษ์ผู้ไร้เบื้องหลังเช่นท่านจะคว้ามาได้ด้วยมือเปล่า เหตุใดข้าต้องเอาอนาคตและราชบัลลังก์ของเสด็จพ่อมาเดิมพันกับคนตายที่เพิ่งฟื้นคืนชีพอย่างท่าน"
ไม่มีความลังเลในแววตาของอัครินทร์ เขาก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าว ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองลดลงจนได้ยินเสียงลมหายใจ
"เพราะพระองค์ทรงรู้ดีกว่าใคร... ว่าแม่ทัพอคินมิได้จงรักภักดีต่อบัลลังก์" อัครินทร์กระซิบ น้ำเสียงต่ำพร่าทว่าบาดลึก "คืนที่ตำหนักบูรพาเพลิงไหม้ พระองค์ทรงเห็นเงาของใครเป็นผู้สั่งการในความมืด... พระองค์ยังทรงจำรสชาติของความอัปยศที่ถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?"
ร่างเพรียวบางสะดุ้งน้อยๆ ภาพเหตุการณ์คืนโศกนาฏกรรมเมื่อชาติก่อนผุดวาบขึ้นในห้วงนึก ความเจ็บปวด ความแค้นเคือง และหยาดน้ำตาที่ถูกกลืนกินด้วยความหยิ่งทะนง รวิภาเม้มพระoost ขบเข้าหากันแน่นจนซีดเผือด เล็บเรียวยาวจิกเข้ากับชายผ้าฉลองพระองค์จนยับยู่ยี่
นางเกลียดความพ่ายแพ้ และเกลียดความอ่อนแอของตนเองในอดีตยิ่งกว่าสิ่งใด
"เจ้า... รู้ได้อย่างไรว่าข้าเห็นอะไรในคืนนั้น?" รวิภากลั้นใจตรัสถาม เสียงสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างไม่อาจควบคุม
"หม่อมฉันตายมาแล้วครั้งหนึ่งพ่ะย่ะค่ะ... ความตายสอนให้มองเห็นธาตุแท้ของมนุษย์ และสอนให้รู้ว่า สตรีผู้ซ่อนคมดาบไว้ใต้รอยยิ้มอย่างพระองค์ ย่อมไม่ยอมก้มหัวให้สุนัขรับใช้ที่คิดจะขึ้นมานั่งบนบัลลังก์มังกรแน่" อัครินทร์ประสานมือคำนับอย่างงดงาม ทว่าแววตากลับดุดันเด็ดเดี่ยว "เราต่างมีเป้าหมายเดียวกัน... หัวของอคิน และบัลลังก์ที่ต้องทวงคืน"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครา มีเพียงเสียงถ่านไม้ในเตาผิงที่ปะทุเบาๆ
รวิภากวาดสายตามองบุรุษตรงหน้าอย่างพิจารณาถี่ถ้วนอีกครั้ง ทุกรอยยิ้ม ทุกคำพูด และความนิ่งสงบราวกับไม่เกรงกลัวฟ้าดินนี้... ช่างน่ากลัว แต่ก็น่าหลงใหลในคราเดียวกัน บุรุษผู้นี้ไม่ใช่หมากที่นางจะควบคุมได้ง่ายๆ หากแต่เป็น "พันธมิตร" ที่พร้อมจะพลิกกระดานทั้งหมดให้คว่ำคะมำได้ในชั่วพริบตา
มุมพระโอษฐ์อิบอิ่มยกยิ้มขึ้นช้าๆ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานอันงดงามและอันตราย
"ดี..." รวิภาตรรัสรับ สุ้มเสียงก้องกังวานก้องตำหนัก "หากท่านกล้าเดินหมากตานี้กับข้า ข้าก็จะมอบทหารหน่วยเงาพยัคฆ์ให้ท่านสี่ส นาย และตราประทับลับที่จะทำให้ท่านสั่งการขุนนางในกรมวังได้สามคน"
นางยื่นพระหัตถ์เรียวขาวออกไปเบื้องหน้า ดั่งการประกาศคำสัตย์ปฏิญาณแห่งเลือดและอำนาจ
อัครินทร์ไม่รอช้า เขาก้าวเข้าไปคุกเข่าลงข้างหนึ่งอย่างนอบน้อม ก่อนจะยื่นมือไปสัมผัสปลายนิ้วเรียวนั้นเบาๆ เป็นเชิงรับพันธสัญญา ความเย็นเฉียบของแหวนหยกมรกตบนนิ้วของนางตัดกับไออุ่นจากฝ่ามือของเขาอย่างชัดเจน
"หม่อมฉัน... จะไม่ทำให้พระองค์ผิดหวังในหมากตานี้พ่ะย่ะค่ะ"
ทว่า ในวินาทีที่พันธสัญญาแห่งเลือดระหว่างทั้งสองถูกผนึกแน่นด้วยสายตาที่ประสานกันอย่างไร้รอยต่อ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเร่งรีบก็ดังขึ้นที่หน้าประตูตำหนัก ตามด้วยเสียงเคาะประตูรัวเร็วระรัวราวกับมีภัยพิบัติมาเยือน
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก!*
"ทูลองค์หญิง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงขันทีหน้าตำหนักตะโกนเข้ามาด้วยความตื่นตระหนกจนเสียงหลง "แม่ทัพอคิน... แม่ทัพอคินนำกำลังพลสามพันนายปิดล้อมรอบตำหนักหลวงแล้วพ่ะย่ะค่ะ! พระองค์อ้างว่ามีราชโองการลับจากฮ่องเต้ ให้มาตรวจค้นตำหนักเพื่อหาตัว 'กบฏนอกคอก'!"
รวิภาและอัครินทร์สบตากันนิ่งทันที รอยยิ้มบนพระพักตร์ขององค์หญิงเลือนหายไปในเสี้ยววินาที แทนที่ด้วยประกายตาดุดันเฉียบคมดั่งคมดาบที่เพิ่งถูกชักออกจากฝัก
หมากตานี้... เดินเร็วกว่าที่คาดคิดไว้เสียอีก
ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและความมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
หมากรุกกระดานสุดท้ายกับคนตายที่คืนชีพ•ตอนที่ 16
พันธสัญญาแห่งเลือด
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากรุกกระดานสุดท้ายกับคนตายที่คืนชีพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!