หมากรุกกระดานสุดท้ายกับคนตายที่คืนชีพ•ตอนที่ 17

เหยื่อที่เดินเข้าหาค่ายกล

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
กลิ่นอายของกำยานดอกกฤษณาที่ลอยวนอยู่ในตำหนักทักษิณนั้น ช่างหนักหน่วงและชวนให้อึดอัดเสียจนคล้ายกับก้อนเมฆฝนที่อัดแน่นไปด้วยไอน้ำก่อนพายุใหญ่จะโหมกระหน่ำ อัครินทร์ยืนนิ่งสงบอยู่เบื้องหน้าโต๊ะเขียนหนังสือไม้จันทน์หอม มือเรียวยาวภายใต้แขนเสื้อคลุมสีเข้มกำลังบรรจงวางหินหมากล้อมสีดำลงบนกระดานกระเบื้องเคลือบ เสียง “แปะ” เบาๆ ที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน กลับสร้างแรงกระแทกอันรุนแรงลงบนจิตใจของผู้ที่กำลังยืนจ้องมองอยู่ไม่ไกล “เจ้าจงใจเดินหมากตานี้สินะ อัครินทร์” สุ้มเสียงที่เคยราบเรียบและเต็มไปด้วยความมั่นใจของผู้บัญชาการสูงสุด บัดนี้กลับเจือด้วยละอองความร้อนรุ่มที่ไม่อาจซ่อนเร้น แม่ทัพอคินขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามปูดโปน ดวงตาคมกริบที่มักใช้กด ขี่ผู้คนทอดมองกระดานตรงหน้าด้วยความรู้สึกราวกับถูกตบหน้าอย่างฉาดใหญ่ แผนการกวาดล้างกลุ่มอำนาจเก่าในกรมคลังที่เขาใช้เวลาวางศิลาฤกษ์มานานนับแรมปี บัดนี้กลับพังทลายลงไม่เป็นท่า ราวกับปราสาททรายที่ถูกคลื่นซัดสาดจนราบคาบเพียงชั่วข้ามคืน อัครินทร์ช้อนสายตาขึ้นช้าๆ รอยยิ้มบางเบาที่ประดับอยู่บนริมฝีปากไม่ได้บ่งบอกถึงความยินดี หากแต่เป็นความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลกที่อาบยาพิษ “ท่านแม่ทัพกล่าวเกินไปแล้วกระมังคะ หม่อมฉันเพียงแค่เดินตามครรลองที่ควรจะเป็น... หรือว่าเบี้ยที่ท่านส่งไปเปิดทางเมื่อวานนี้ เกิดสะดุดก้อนหินริมทางเข้าเสียแล้วล่ะคะ ถึงได้ทำให้แผนการอันยิ่งใหญ่ของท่านต้องสะดุดลงกลางคันเช่นนี้” คำพูดที่เจือด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ทว่าคมกริบราוחใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง ทำให้มือที่กำหมัดแน่นของอคินสั่นเทาด้วยความโกรธเกรี้ยว เขารู้ดีว่าข่าวกรองรั่วไหล และทุกย่างก้าวของเขาในยามนี้ ล้วนถูกอ่านทะลุปรุโปร่งโดยอดีตราชองครักษ์ผู้ที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงเศษสวะในอดีตที่ถูกฝังกลบไปแล้ว ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจที่กระชั้นถี่ของอคินสะท้อนถึงความพ่ายแพ้ที่เริ่มกัดกินตัวตนของเขาจากภายใน องค์หญิงรวิภาซึ่งประทับอยู่บนตั่งทองฝังมุกไม่ไกลนัก ทรงแย้มพระสรวลน้อยๆ อย่างงดงาม นางยกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ เพื่อกลบเกลื่อนประกายตาดุดันที่ฉายแววสะใจอย่างปิดไม่มิด รัศมีแห่งอำนาจที่แผ่ออกมาจากสตรีทั้งสองในห้องนี้ กำลังบีบให้อคินรู้สึกราวกับตนเองเป็นเพียงสัตว์ร้ายที่กำลังเดินเข้าสู่กรงขังที่ถูกตีกรอบไว้อย่างสมบูรณ์แบบ “เจ้าอย่าได้ลำพองใจไปนัก อัครินทร์ เกมนี้ยังไม่จบ และข้าก็ยังไม่ได้แพ้” อคินเค้นเสียงลอดไรฟัน สายตาดุดาราวกับพญาเสือที่จนตรอก “ค่ะ หม่อมฉันทราบดีว่าเกมยังไม่จบ... เพราะฉะนั้น หมากตากลางกระดานนี้ จึงเป็นตาที่ท่านจะต้องตัดสินใจว่าจะ ‘เดินหน้าเพื่อรอความพินาศ’ หรือจะ ‘ยอมจำนนเพื่อรักษาลมหายใจ’ ไว้ดูความล่มสลายของอำนาจที่ท่านโหยหาดีล่ะคะ” อัครินทร์กล่าวพร้อมกับเลื่อนหินหมากล้อมสีขาวขึ้นมาวางบล็อกเส้นทางถอยของอีกฝ่ายอย่างไร้ปรานี ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเร่งรีบก็ดังขึ้นที่เบื้องนอกประตูตำหนัก ตามด้วยเสียงเคาะประตูสามครั้งตามรหัสลับฉุกเฉิน ทหารองครักษ์ประจำตัวของอคินผลักประตูเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด เนื้อตัวเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อและละอองฝน “ท่านแม่ทัพแย่แล้วขอรับ! กองกำลังรักษาพระองค์นำโดยราชองครักษ์หลวงบุกเข้ายึดคลังเสบียงลับที่ชายเมืองและคุมตัวคนสนิทของท่านไว้ได้ทั้งหมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ!” อคินเบิกตากว้าง สติที่ประคับประคองมานานขาดผึ่งลงทันที เขาหันขวับกลับมามองหน้าอัครินทร์ที่ยังคงนั่งจิบชาอย่างใจเย็น ทว่าในจังหวะนั้นเอง อัครินทร์ก็มิได้เอ่ยสิ่งใดต่อ นางเพียงแต่วางถ้วยแบล็กทีลงบนจานรองเสียงดังกระทบกันเบาๆ กังวานก้องไปทั่วห้อง และก่อนที่อคินจะทันได้ก้าวเท้าถอยหลังเพื่อหนีออกจากตำหนัก ประตูบานใหญ่ด้านหลังก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของขันทีเฒ่าคนสนิทแห่งพระตำหนักใหญ่ ที่ถือราชโองการสีทองอร่ามก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก พร้อมกับประกาศิตก้องกังวานว่า "มีพระราชโองการด่วน! ถอดถอนยศและสิทธิทั้งหมดของแม่ทัพอคิน พร้อมคุมตัวไปสอบสวนฐานกบฏ ณ คุกหลวงทันที!" ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและความมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากรุกกระดานสุดท้ายกับคนตายที่คืนชีพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%