“รสสัมผัสของไวน์องุ่นป่าจากแดนเหนือครานี้... ดูจะฝาดคอไปสักนิดว่าไหมคะ ท่านแม่ทัพอคิน?”
สุ้มเสียงหวานใสทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกนขององค์หญิงรวิภาดังขึ้นกลางโถงจัดเลี้ยงที่ประดับประดาด้วยโคมไฟระย้าอัญมณี ส่องประกายวับวามราวกับดวงตานับร้อยคู่ที่กำลังจ้องจับผิดผู้คนในงาน อัครินทร์ซึ่งยืนอยู่เบื้องหลังในชุดองครักษ์สีนิลขยับกายเพียงเล็กน้อย สายตาคมกริบของเขาไม่ได้มองไปยังจอกสุราตรงหน้า แต่กวาดมองเงาสะท้อนของบรรดาขุนนางที่แอบซุ่มอยู่หลังม่านบังตา
แม่ทัพอคินยกยิ้มที่มุมปาก—รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและไอสังหารที่ซ่อนไว้ใต้หน้ากากแห่งความจงรักภักดี เขาโน้มตัวเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นกำยานกลิ่นฉุนกึก “รสชาติของอำนาจมักจะขมปร่าเสมอสำหรับผู้ที่ยังไม่คุ้นชิน แต่องค์หญิง... หากพระองค์เลือกจะประทับบนบัลลังก์ที่สั่นคลอน การหัดกลืนกินความขมขื่นเหล่านั้นให้ลงคอ ย่อมเป็นบทเรียนแรกที่ต้องผ่านไปให้ได้มิใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ?”
อัครินทร์กระชับดาบข้างกายแน่นขึ้น ความเย็นเยียบจากเหล็กกล้าที่แผ่ซ่านผ่านฝ่ามือช่วยเรียกสติให้เขาคงความเยือกเย็นไว้ได้ในสถานการณ์ที่เหมือนเดินอยู่บนเส้นด้าย ภายในโถงจัดเลี้ยงแห่งนี้ไม่ใช่เพียงงานรื่นเริง แต่คือ ‘กระดานหมาก’ ที่มีชีวิตของคนเป็นเดิมพัน หากเขาพลาดเพียงย่างก้าวเดียว หัวของเขากับองค์หญิงคงได้ประดับอยู่บนยอดเสาหน้าประตูวังก่อนรุ่งสาง
“ความขมขื่นน่ะหรือคะ?” รวิภาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแวววับ “หม่อมฉันคิดว่าคนเรามักตายเพราะสิ่งที่หอมหวานมากกว่าสิ่งขมขื่นเสมอ จริงไหมคะ อัครินทร์?”
อัครินทร์ก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ก้มศีรษะลงเล็กน้อยตามจริตขององครักษ์ผู้ซื่อสัตย์ “ทุกอย่างขึ้นอยู่กับว่าผู้ปรุง... ตั้งใจจะให้มันเป็นยาหรือเป็นพิษพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท”
คำว่า ‘ฝ่าบาท’ ที่หลุดออกมาจากปากของชายผู้ควรจะตายไปแล้วในความทรงจำของผู้คน เรียกสีหน้าประหลาดใจจากแม่ทัพอคินได้เพียงชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะแค่นหัวเราะออกมา
“ปากกล้าไม่เปลี่ยนเลยนะ เจ้าองครักษ์ผู้จงรักภักดี” แม่ทัพอคินผายมือเชิญไปยังโต๊ะเสวยกลางห้อง “คืนนี้เราจัดเตรียมมหรสพไว้ต้อนรับท่านทั้งสองโดยเฉพาะ เป็นการแสดงชุด ‘หมากรุกชีวิต’ ที่ข้าทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างสรรค์ขึ้นมา หวังว่าท่านจะชื่นชอบจนวางไม่ลง”
เสียงดนตรีบรรเลงเร่งเร้าจังหวะขึ้นอย่างฉับพลัน เหล่านักเต้นรำในชุดผ้าไหมสีแดงเพลิงกรูเข้ามาในพื้นที่ว่างกลางห้อง ท่ามกลางความสับสนอลหม่านที่เกิดขึ้น อัครินทร์สังเกตเห็นความผิดปกติ... นักเต้นรำเหล่านั้นไม่ได้เคลื่อนไหวด้วยจังหวะดนตรี แต่มือที่ดูอ่อนช้อยของพวกนางซ่อนอาวุธลับไว้ในแขนเสื้อ ทุกจังหวะการก้าวย่างคือการปิดล้อมเขาและองค์หญิงรวิภาให้เข้าสู่มุมอับของโถงใหญ่
“อย่าได้ขยับ” อัครินทร์กระซิบผ่านไรฟันที่แทบไม่ได้ขยับ “ด้านบนเหนือเพดานมีนักธนูซุ่มอยู่สี่นาย และขุนนางที่นั่งทางทิศตะวันออกคนนั้น... เขาเป็นมือสังหารที่ข้าเคยเห็นในอดีต”
องค์หญิงรวิภาคลี่ยิ้มหวาน หยิบพัดขนนกขึ้นมาบังใบหน้าก่อนจะเอ่ยเบาๆ “แล้วท่านจะให้หม่อมฉันทำอย่างไรเล่า? ในเมื่อหมากถูกวางไว้ให้เราเดินสู่ความตายเช่นนี้”
“เปลี่ยนกระดานสิคะ” อัครินทร์ส่งสัญญาณด้วยสายตาไปยังถ้วยชาที่วางอยู่บนโต๊ะข้างแม่ทัพอคิน “ความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาคือความมั่นใจว่าเราจะดื่มสิ่งที่เราไม่ไว้วางใจ”
ในจังหวะที่ดนตรีดังถึงจุดสูงสุด นักเต้นรำคนหนึ่งพุ่งเข้ามาหาองค์หญิงพร้อมมีดสั้น อัครินทร์ตัดสินใจในเสี้ยววินาที เขาคว้าคอเสื้อของแม่ทัพอคินแล้วกระชากร่างกำยำนั้นเข้ามาเป็นโล่กำบังมนุษย์อย่างรวดเร็วและแม่นยำ พร้อมกับใช้มืออีกข้างคว้าถ้วยชาบนโต๊ะสาดเข้าใส่ใบหน้าของมือสังหารที่พุ่งเข้ามา
กรี๊ด!
เสียงกรีดร้องดังระงมไปทั่วโถงจัดเลี้ยง องค์หญิงรวิภาไม่รีรอ นางหยิบปิ่นปักผมอันคมกริบจากมวยผมแทงเข้าที่หัวไหล่ของมือสังหารอีกคนที่พยายามฉุดกระชากนางไปด้านหลัง
“เล่นสกปรกหรือคะท่านแม่ทัพ?” องค์หญิงกล่าวเสียงเย็นชาขณะที่ปลายปิ่นยังคงฝังลึกในเนื้อ “งานเลี้ยงสนุกสนานเช่นนี้ หากขาดเจ้าภาพไปเสียคนหนึ่ง เกรงว่ามหรสพจะกร่อยเสียเปล่าๆ นะคะ”
แม่ทัพอคินที่ถูกอัครินทร์ใช้ดาบจ่อคอหอยดิ้นรนด้วยความแค้นเคือง “แก! ไอ้คนตายที่กล้าฟื้นคืนชีพกลับมาสร้างความวุ่นวาย!”
อัครินทร์กดคมดาบลงจนเลือดซึมออกมาตามแนวใบมีด “ข้าอาจจะตายไปแล้วในอดีต แต่ในกระดานนี้... ข้าคือคนที่ถือหมากตัวสุดท้ายเอาไว้”
ทว่า ท่ามกลางความตึงเครียดที่แทบจะระเบิดออก ประตูโถงใหญ่ถูกผลักออกอย่างแรง ข้าราชบริพารคนสนิทของฮ่องเต้วิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เขาชูม้วนพระราชสาส์นสีทองเด่นชัดขึ้นเหนือหัว ทำให้ทุกคนในห้องต้องหยุดชะงักและคุกเข่าลงโดยสัญชาตญาณ
“มีพระราชโองการด่วน!” ข้าราชบริพารประกาศก้อง “ให้จับกุมผู้ที่ก่อความวุ่นวายในงานเลี้ยงนี้ทุกคน! ไม่เว้นแม้แต่เชื้อพระวงศ์!”
อัครินทร์ชะงักไปครู่หนึ่ง เขาสบตากับองค์หญิงรวิภาที่ดูเหมือนจะอ่านเกมนี้ออกแต่แรก ความหวังที่จะรอดพ้นจากกับดักในโถงนี้ถูกทำลายลงทันทีด้วยคำสั่งจากเบื้องบนที่เหนือกว่า
แต่แล้ว... สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อข้าราชบริพารคนนั้นก้าวเข้ามาใกล้และกระซิบข้างหูของอัครินทร์ด้วยเสียงที่แผ่วเบาจนมีเพียงเขาที่ได้ยิน
“องค์ชายรัชทายาทผู้ที่ควรจะสวรรคตไปแล้ว... ทรงฝากจดหมายฉบับนี้มาให้ท่านครับ”
เขายื่นม้วนกระดาษเล็กๆ ที่เปื้อนคราบเลือดให้ ก่อนจะแอบสอดกุญแจไขตรวนประตูวังลับไว้ในฝ่ามือของอัครินทร์ พร้อมกับแววตาที่สื่อความหมายว่า ‘เกมเพิ่งเริ่มต้นขึ้นจริงๆ เท่านั้น’
มนตรากรรมสะท้อนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านรี้ดจะยังคงตรึงใจไปกับความลับที่ถูกเปิดเผยในบทนี้ และพร้อมที่จะร่วมก้าวเดินไปสู่ความจริงที่ซ่อนอยู่ในเงามืดของราชสำนักด้วยกันในตอนถัดไปนะคะ
หมากรุกกระดานสุดท้ายกับคนตายที่คืนชีพ•ตอนที่ 7
พิธีการที่เต็มไปด้วยกับดัก
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากรุกกระดานสุดท้ายกับคนตายที่คืนชีพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!