หมากรุกกระดานสุดท้ายกับคนตายที่คืนชีพ•ตอนที่ 8

ร่องรอยของคนทรยศ

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
"รอยหมึกบนกระดาษสาแผ่นนี้... ช่างคุ้นตาเสียเหลือเกิน ว่าไหมคะ ใต้เท้าหลิว" เสียงทุ้มต่ำแต่เจือด้วยกระแสความเยียบเย็นดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องลับใต้ดินที่อับชื้น กลิ่นอายของความชื้นและคราบเลือดเก่าๆ ลอยอวลอยู่ในบรรยากาศ แสงจากเปลวเทียนสีส้มสั่นไหววูบวาบตามแรงลมที่ลอดผ่านช่องหิน ทอดเงายาวของอัครินทร์ให้ทาบทับร่างที่กำลังสั่นเทาของขุนนางชั้นผู้น้อยผู้กุมกุญแจดอกสำคัญ อัครินทร์ในชุดคลุมสีดำสนิทไม่ได้ขยับกายเข้าประชิด เขายืนกอดอกมองอีกฝ่ายด้วยแววตานิ่งสนิท ดุจผืนน้ำในบึงลึกที่ไร้ระลอกคลื่น ทว่าแฝงไว้ด้วยคมมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกเมื่อ ประสบการณ์จากความตายในชาติก่อนสอนให้เขารู้ว่า ความหวาดกลัวที่กัดกินจิตใจจากภายในนั้น ทรมานยิ่งกว่าคมดาบที่พาดผ่านลำคอหลายเท่านัก ใต้เท้าหลิวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าซีดเผือด สายตาเหลือบมองเอกลับบัญชีลับในมือของอัครินทร์สลับกับตราประทับรูปพยัคฆ์ซ่อนลาย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เฉพาะตัวที่ใช้ในกองกำลังส่วนตัวของแม่ทัพอคิน "ท่าน... ท่านได้มันมาอย่างไร..." เสียงของขุนนางผู้ร่วงหล่นแหบพร่าและสั่นเครือ "ความลับในเงามืด ไม่มีวันซ่อนพ้นสายตาของผู้ที่เคยเดินผ่านยมlokมาแล้วหรอกนะคะ ใต้เท้าหลิว" อัครินทร์ก้าวช้าๆ เข้าไปใกล้ เสียงฝ้ายรองเท้ากระทบพื้นหินก้องกังวานราวกับเสียงนาฬิกามรณะ "ท่านรับเบี้ยหวัดจากคลังลับของแม่ทัพอคินมานานเท่าไหร่แล้ว? แลกกับการเปิดช่องทางขนถ่ายอาวุธเถื่อนผ่านแนวชายแดนตะวันตก... ตระกูลหลิวคงรุ่งเรืองน่าดูบนคราบเลือดของทหารกล้าเหล่านั้น" ขณะเดียวกัน เบื้องบนของเรือนรับรองหลังใหญ่ ห่างออกไปไม่กี่ลี้ องค์หญิงรวิภากำลังประทับนั่งอย่างสง่างามบนเก้าอี้ไม้แกะสลักลายวิจิตร ทรงจิบชาผู่อ่อรุ่นหายากจากถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ พระพักตร์เรียบเฉยแต่แววเนตรฉายแววครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง เบื้องหน้าของพระองค์คือ "คุณหญิงมณี" ภริยาเอกของแม่ทัพอคิน ผู้ซึ่งถูกเชิญมา "ดื่มชา" เป็นการส่วนตัวอย่างกะทันหัน "องค์หญิงทรงเรียกหม่อมฉันมาด้วยธุระอันใดหรือเพคะ ดึกดื่นป่านนี้แล้ว เกรงว่าท่านแม่ทัพอาจจะ..." คุณหญิงมณีพยายามรักษาอาการสงบ ทว่านิ้วมือที่กำผ้าเช็ดหน้าปักลายหงส์จนยับยู่ยี่นั้นได้ทรยศความหวาดหวั่นในใจเสียสิ้น รวิภาแย้มพระสรวลน้อยๆ พระโอษฐ์เคลือบด้วยชาดสีแดงสดดุจกลีบกุหลาบยามต้องน้ำค้าง รอยยิ้มนั้นงดงามทว่าเย็นเยียบจนน่าขนลุก "ท่านแม่ทัพอคินของท่านเวลานี้ คงกำลังยุ่งอยู่กับการตรวจสอบบัญชีลับชิ้นสำคัญ... จนอาจจะไม่มีเวลามาใส่ใจคุณหญิงหรอกนะคะ" รวิภาตรัสด้วยน้ำเสียงเรื่อยเปื่อย ทรงวางถ้วยชาลงบนโต๊ะเบาๆ เกิดเสียงกระทบกังวานใส "เราเพียงแต่อยากชวนท่านคุยเรื่องเก่าๆ สมัยที่กองทัพบูรพาเริ่มแผ่ขยายอำนาจ... เรื่องที่ว่า เหตุใดตราประทับประจำตัวของท่านแม่ทัพ ถึงไปปรากฏอยู่บนสัญญาซื้อขายทาสศึกและอาวุธเถื่อนได้เล่าเพคะ" คุณหญิงมณีสะดุ้งสุดตัว สีหน้าเปลี่ยนเป็นซีดขาวราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งรอยยิ้มจอมปลอมที่เคยสวมใส่เข้าสังคมในราชสำนัก "หม่อมฉัน... หม่อมฉันไม่ทราบเรื่องที่องค์หญิงตรัสเพคะ!" "ท่านไม่ต้องรีบปฏิเสธหรอกค่ะ" รวิภารembraceความกดดันด้วยการโนพระonตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ดวงเนตรคมกริบราวกับพญาเหยี่ยวจ้องลึกลงไปในดวงตาอีกฝ่าย "ความจงรักภักดีที่สร้างขึ้นบนกองเงินกองทองและคราบเลือด สักวันย่อมต้องมีผู้มาทวงคืน... และเราก็คือผู้ทวงคืนนั้น" ณ ชั้นใต้ดิน บรรยากาศยิ่งทวีความตึงเครียด อัครินทร์เปิดสมุดบัญชีหน้าสุดท้ายออก แสงเทียนส่องกระทบรายชื่อเครือข่ายใต้ดินของแม่ทัพอคิน ทั้งขุนนางฝ่าย문และฝ่าย武 ตลอดจนพ่อค้าคนกลางที่คอยฟอกเงินให้ "ท่านเลือกทางเดินผิดเองนะคะ ใต้เท้าหลิว" อัครินทร์เอ่ยเบาๆ "หากท่านยอมคายชื่อของผู้ที่อยู่เบื้องหลังการส่งต่อเอกสารลับให้แก่แคว้นศัตรู ข้าอาจจะเมตตาให้ท่านมีลมหายใจไปเห็นรุ่งอรุณของวันพรุ่งนี้" ใต้เท้าหลิวหัวเราะรơiออกมาอย่างน่าเวทนา "เจ้าคิดว่ากระชากหน้ากากข้าได้แล้วจะชนะอย่างนั้นหรือ? แม่ทัพอคินมิใช่คนที่จะล้มลงได้ด้วยบัญชีเล่มเดียว! เบื้องหลังของเขามี... อึก!" ยังไม่ทันที่ขุนนางทรยศจะเอ่ยจบคำ โลหิตสีแดงฉานก็ทะลักพุ่งออกมาจากปาก ร่างของใต้เท้าหลิวชักกระตุกอย่างรุนแรง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ก่อนที่ร่างไร้ลมหายใจจะฟุบลงกระแทกกับพื้นหินเย็นเยียบ อัครินทร์ขมวดคิ้วมุ่นในเสี้ยววินาที ร่างกายพุ่งตัวไปข้างหลังตามสัญชาตญาณ พร้อมกับที่ลูกดอกอาบยาพิษสีดำสนิทปักเข้าใส่ผนังหินตรงจุดที่เขายืนอยู่เมื่อครู่จนเกิดเสียงดังสนั่น *มีคนซุ่มยิง! และมันจงใจปิดปากใต้เท้าหลิวไม่ให้พูดความจริงขั้นสุดท้าย!* ดวงตาคมกริบกวาดมองไปในความมืดเบื้องบนช่องระบายอากาศของห้องลับ ร่างในชุดดำสนิทสายหนึ่งพลิ้วกายหายไปอย่างไร้ร่องรอยด้วยความเร็วสูง ทว่าในจังหวะที่เงาดำนั้นกำลังจะลับหายไปจากกรอบสายตา แสงไฟจากคบเพลิงส่องกระทบเข้ากับวัตถุชิ้นหนึ่งที่หล่นลงมาบนพื้น อัครินทร์ก้มลงหยิบมันขึ้นมาพิจารณา... มันคือป้ายหยกสลักรูป "หมาป่ากลืนจันทร์" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของหน่วยลับเงาพยัคฆ์ หน่วยสังหารส่วนพระองค์ที่ขึ้นตรงต่อองค์รัชทายาท... ไม่ใช่แม่ทัพอคิน! ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งกระแทกเข้าใส่จิตใจของอัครินทร์ทันที เกมนี้ไม่ได้มีเพียงแค่แม่ทัพอคินผู้กระหายอำนาจ แต่ยังมีผู้ที่อยู่สูงกว่า... ผู้ที่กำลังชักใยอยู่เบื้องหลังบัลลังก์มังกรอย่างแท้จริง ในขณะเดียวกัน ที่เรือนรับรองเบื้องบน ประตูห้องถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝ่ามือปริศนา นางกำนัลวิ่งหน้าตื่นเข้ามาคุกเข่าตัวสั่นเทาต่อหน้าองค์หญิงรวิภา "องค์หญิงเพคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วเพคะ... ราชโองการด่วนจากท้องพระโรง... องค์รัชทายาททรงมีรับสั่งให้จับกุมตัวท่านอัครินทร์ในข้อหากบฏ และ... และทรงส่งราชองครักษ์มาล้อมเรือนหลังนี้ไว้หมดแล้วเพคะ!" รวิภาทรงชะงักไปชั่วขณะ ถ้วยชาในพระหัตถ์เกือบจะหลุดร่วงลงพื้น พระเนตรเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกพระทัย ก่อนที่มุมพระโอษฐ์จะค่อยๆ ยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่น่ากลัวที่สุด ตั้งแต่ทรงตัดสินใจเดินกลับเข้ามาในหมากกระดานนี้ (มนตรากรรมสะท้อนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านรี้ดจะยังคงตรึงใจไปกับความลับที่ถูกเปิดเผยในบทนี้ และพร้อมที่จะร่วมก้าวเดินไปสู่ความจริงที่ซ่อนอยู่ในเงามืดของราชสำนักด้วยกันในตอนถัดไปนะคะ)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากรุกกระดานสุดท้ายกับคนตายที่คืนชีพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%