เสียงเหล็กกระทบกันในความเงียบสงัดของห้องใต้ดิน ช่างบาดหูและบาดลึกถึงขั้วหัวใจยิ่งนัก
อัครินทร์ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้ากองกำลังเงา กลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดผ้าดิบสีดำสนิทนับร้อยชีวิตที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านราตรี พวกเขาไม่ใช่ทหารหลวงผู้สง่างาม แต่คือบรรดาอดีตองครักษ์มือฉกาจและนักโทษประหารที่รอดชีวิตจากเงื้อมมือความตายด้วยแผนการอันแยบยลของเขาเอง ทุกสายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความเคารพยำเกรงและความกระหายใคร่รู้ในชัยชนะที่ถูกกักขักไว้เนิ่นนาน
"พวกท่านไม่ได้ถูกปลุกขึ้นมาเพื่อเป็นโจรป่า..." น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของอัครินทร์ดังขึ้น ทำลายความเงียบงันลงอย่างเฉียบคม "แต่พวกท่านถูกซื้อชีวิตไว้ด้วยเลือด เพื่อทวงคืนแผ่นดินที่พวกมันแย่งชิงไป"
ในห้องโถงชั้นบนของตำหนักบูรพา องค์หญิงรวิภากำลังประทับอยู่เบื้องโต๊ะเสวยที่ว่างเปล่า ทรงจิบชาอุ่นที่กรุ่นไอจางๆ ทว่าพระเนตรคมปลาบกลับมิได้ทอดพระเนตรถ้วยชา หากแต่จดจ่ออยู่กับม้วนแผนที่ยุทธศาสตร์แผ่นใหญ่ที่แผ่หลาอยู่เบื้องพระพักตร์
"แม่ทัพอคินคงคาดไม่ถึง... ว่าหมากที่เขาเขี่ยทิ้งเมื่อชาติก่อน จะกลายเป็นคมดาบที่จ่ออยู่ที่ลำคอของเขาเองในชาตินี้เพคะ" องค์หญิงรวิภารำพันเบาๆ กับความว่างเปล่า มุมพระโอษฐ์แย้มยิ้มบางเบา ทว่าแฝงไว้ด้วยความเยียบเย็นราวน้ำแข็งขั้วโลก
ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่วันก่อน การเตรียมกำลังพลส่วนตัวในนามขององค์หญิงหาใช่เรื่องง่ายไม่ ท่ามกลางสายตาหวาดระแวงของขุนนางฝ่ายสยบยอมที่คอยสอดส่องทุกความเคลื่อนไหวในวังหลัง องค์หญิงจำเป็นต้องใช้ 'ศิลปะแห่งการซ่อนคม' พรางตาเหล่าสายลับของแม่ทัพอคินด้วยการจัดพิธีบูชาบรรพบุรุษครั้งใหญ่และการแจกทานแก่ราษฎร ทว่าเบื้องหลังกองเกวียนข้าวสารและเครื่องสักการะเหล่านั้น คือการลักลอบขนอาวุธชั้นดีและเกราะหนังชั้นยอดเข้าสู่ค่ายพักแรมลับริมเชิงเขา
อัครินทร์ก้าวเข้ามาในตำหนักด้วยฝีเท้าที่เบาราวกับภูตผี เสื้อผ้าคลุมกายสีเข้มยังมีกลิ่นอายของดินชื้นและสนิมดาบติดอยู่เล็กน้อย เขาโค้งคำนับให้องค์หญิงตามธรรมเนียม ทว่าแววตาที่สบกันนั้นเต็มไปด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้งที่ไม่อาจเอ่ยเป็นคำพูด
"ทุกอย่างเรียบร้อยดีพ่ะย่ะค่ะ... กองกำลังพยัคฆ์ทมิฬจำนวนห้าร้อยนาย พร้อมเคลื่อนพลตามคำบัญชาแล้ว" อัครินทร์ทูลรายงานด้วยน้ำเสียงมั่นคง
องค์หญิงรวิภาทรงวางถ้วยแร่หยกในพระหัตถ์ลงบนโต๊ะ เสียงกระทบเบาๆ ดังกังวานก้องในความเงียบ พระองค์ทรงเงยพระพักตร์ขึ้นสบตากับชายหนุ่มผู้เป็นทั้งสหายร่วมรบและดวงใจ ทรงพระดำเนินเข้ามาใกล้ชิดขึ้นทีละน้อย จนกลิ่นกายหอมละมุนของดอกไม้ป่าผสมกลิ่นหมึกจีนลอยกรุ่นแตะนาสิกของเขา
"ท่านมั่นใจเพียงใดว่า... ขุนนางฝ่ายเหนือจะไม่ตลบหลังเราในนาทีสุดท้าย?" พระสุรสั้นห้วน ทว่าแฝงด้วยความกังวลลึกซึ้งที่มักซ่อนไว้ใต้ท่าทีองอาจ
"ไม่มีความมั่นใจใดในเกมการเมืองพ่ะย่ะค่ะ... มีเพียงผลประโยชน์และความกลัว" อัครินทร์ตอบกลับทันควัน แววตาคมกริบสะท้อนเงาของเทียนไขที่กำลังไหววูบ "หากเราทำให้พวกมันกลัวมากกว่าที่จะรัก และให้ผลประโยชน์มากกว่าที่อคินสัญญาไว้... หมากตานี้ ย่อมไม่มีทางเดินพลาด"
บรรยากาศรอบกายพลันตึงเครียดขึ้นอีกระดับ เสียงลมหนาวพัดกรรโชกผ่านหน้าต่างบานแกะสลักเข้ามา ราวกับธรรมชาติกำลังกระซิบเตือนถึงพายุใหญ่ที่กำลังจะมาเยือน
ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังวางแผนขั้นเด็ดขาดในการเคลื่อนย้ายกองกำลังส่วนตัวเข้าสู่เขตพระราชฐานชั้นในเพื่อเตรียมรับมือกับการรัฐประหารที่กำลังจะอุบัติขึ้น เสียงฝีเท้ารat-tat-tat อันเร่งรีบและเสียงเคาะประตูห้องทรงงานอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ
"องค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" เสียงขันทีสนิทหน้าซีดเผือดดังลอดเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "แม่ทัพอคินนำกำลังทหารหลวงบุกเข้ามาถึงหน้าประตูตำหนักบูรพาแล้วพ่ะย่ะค่ะ! อ้างว่ามีราชโองการลับจากฮ่องเต้ให้เข้าตรวจค้นทุกซอกมุมของตำหนักทันที!"
อัครินทร์หรี่ตาลงทันที รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปาก ขณะที่องค์หญิงรวิภาทรงสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ พระเนตรฉายแวววาวโรจน์ด้วยความท้าทาย ดาบที่ยังไม่ทันได้ชักออกจากฝัก... บัดนี้ กลับถูกศัตรูบังคับให้ต้องเปล่งประกายคมกริบออกมารับมือเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้เสียแล้ว
ประบานใหญ่ถูกถีบกระแทกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของแม่ทัพอคินในชุดเกราะเต็มยศที่ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันและแววตาดุร้ายดั่งพญาเสือโหยกระหายเลือด!
ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและความมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
หมากรุกกระดานสุดท้ายกับคนตายที่คืนชีพ•ตอนที่ 14
ดาบที่ยังไม่ชักออกจากฝัก
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากรุกกระดานสุดท้ายกับคนตายที่คืนชีพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!