หมากรุกกระดานสุดท้ายกับคนตายที่คืนชีพ•ตอนที่ 5

รอยร้าวบนกำแพงเมือง

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
กลิ่นอายจางๆ ของหมึกจีนชั้นดีที่เพิ่งแห้งสนิทบนแผ่นกระดาษสาเนื้อหยาบ ยังคงอบอวลอยู่ภายในห้องหนังสือลับใต้ตำหนักใหญ่ แสงจากคบเพลิงวับแวมสาดกระทบโครงร่างของชั้นไม้สักที่อัดแน่นไปด้วยพงศาวดารเก่าคร่ำคร่า ทว่าสิ่งดึงดูดสายตาของอัครินทร์ในยามนี้หาใช่ตำราโบราณเหล่านั้นไม่ หากแต่เป็นแผ่นป้ายไม้จันทน์หอมสลักลวดลายตราประทับประจำกองทัพพิทักษ์ชายแดนทิศประจิม ซึ่งถูกซุกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนอยู่ใต้พื้นกระดานกล นิ้วเรียวยาวในถุงมือหนังสีดำสนิทของอัครินทร์บรรจงคีบจดหมายลับแผ่นหนึ่งขึ้นมา ตัวอักษรบนนั้นเขียนด้วยรหัสลับที่ใช้เฉพาะในหมู่แม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นเป่ยอวาน แคว้นศัตรูคู่อาฆาตที่เคยเหยียบย่ำแผ่นดินเกิดของเขาจนจมกองเลือดในอดีตชาติ “ลายมือนี้… ช่างคุ้นตาเสียเหลือเกินนะคะ ท่านอัครินทร์” เสียงหวานทุ้มที่เจือด้วยความเยือกเย็นเอ่ยขึ้นจากมุมมืด องค์หญิงรวิภาก้าวพระบาทช้าๆ เข้ามาใกล้ แสงไฟสีส้มสาดส่องกระทบพระพักตร์งดงามที่ประดับด้วยรอยยิ้มบางเบา ทว่าแววเนตรคู่นั้นกลับคมกริบดั่งใบมีดอาบยาพิษ พระนางก้มลงทอดพระเนตรแผ่นกระดาษในมือของชายหนุ่ม ก่อนจะปรายพระเนตรขึ้นสบตาเขา “ดูท่าแล้ว… สุนัขรับใช้ที่จภักดีต่อเรานักหนา คงจะเริ่มซื่อสัตย์กับเจ้านายใหม่ฝั่งโน้นเสียแล้วกระมังคะ” อัครินทร์ไม่ตอบทันที เขารินชาสมุนไพรจีนสีอำพันลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบเนื้อบางเบา กลิ่นหอมเย็นของดอกเบญจมาศช่วยขับไล่ความอับชื้นในห้องใต้ดินได้เพียงเล็กน้อย นัยน์ตาคมกราบกรานมองเศษกระดาษแผ่นนั้นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ความทรงจำอันเจ็บปวดจากชาติภพก่อนไหลย้อนกลับมาดั่งกระแสน้ำเชี่ยว วันที่กำแพงเมืองด้านทิศเหนือถูกตีแตก วันที่เลือดของสหายร่วมรบย้อมแผ่นศิลาจนแดงฉาน ต้นตอของความพินาศทั้งหมดไม่ได้มาจากความอ่อนแอของกองทัพ หากแต่มาจากหนอนบ่อนไส้ระดับสูงที่ยอมขายวิญญาณแลกกับเศษทองคำพรรង “แม่ทัพอคินช่างใจกว้างยิ่งนักนะคะ” อัครินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว ทว่ากลับน่ากลัวยิ่งกว่ายามที่เขาเดือดดาล “ยอมแลกแผนที่ค่ายกลลับของกองทัพหลวงกับตราประทับหยกสำนักบูรพา เพื่อให้แคว้นศัตรูสามารถเจาะทะลวงแนวป้องกันเข้ามาได้โดยไร้รอยขีดข่วน… ช่างเป็นการค้ากำไรที่งดงามบนคราบน้ำตาของราษฎรเสียจริงค่ะ” องค์หญิงรวิภาทรงแย้มพระสรวลน้อยๆ พระนางยื่นพระหัตถ์เรียวมาแตะขอบถ้วยชาที่อัครินทร์เพิ่งวางลงสัมผัส ปลายนิ้วเรียวเรียบเนียนสัมผัสกับหลังมือของชายหนุ่มโดยไม่ตั้งใจ—หรือบางทีอาจตั้งใจ—ความอบอุ่นจากอุณหภูมิร่างกายของคนทั้งสองตัดกันอย่างชัดเจนกับความหนاتึบของบรรยากาศรอบกาย “เราจะปล่อยให้งูพิษตัวนี้เลื้อยลอยนวลต่อไปไม่ได้หรอกนะคะ ท่านอัครินทร์” องค์หญิงทรงกระซิบแผ่วเบา ชิดพระ2กรรณของชายหนุ่มจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น “หากแต่การจะตัดหัวมันในคราวเดียว ย่อมทำให้ตระกูลขุนนางฝ่ายเหนือตื่นตระหนกและรวมหัวกันต่อต้านเรา สิ่งที่เราต้องการในยามนี้… คือการชักใยให้มันดิ้นรนติดกับดักของตนเองทีละน้อยต่างหากเล่าคะ” “กระหม่อมเข้าใจพระประสงค์แล้วพ่ะย่ะค่ะ” อัครินทร์ขยับกายถอยห่างเล็กน้อยเพื่อรักษาธรรมเนียมปฏิบัติ แม้ในใจจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับหญิงสาวตรงหน้ามานานแล้วก็ตาม “เราจะปล่อยให้พวกมันส่งข่าวกรองชุดต่อไปออกไป แต่ทว่า… ข้อมูลที่พวกมันจะได้ จะต้องเป็นยาพิษหวานฉ่ำที่จะย้อนกลับมาปลิดชีวะของพวกมันเอง” รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่ม เขาวางแผนการสลับสับเปลี่ยนเอกสารลับในหีบสมบัติของแม่ทัพอคินอย่างแนบเนียน ทุกก้าวเดินถูกคำนวณไว้อย่างแม่นยำดั่งการเดินหมากบนกระดานกระดูกสัตว์ ทว่าในขณะที่ทั้งสองกำลังง่วนอยู่กับการวางแผนตลบหลังศัตรู เสียงฝีเท้าฝีรองเท้าหนังที่เร่งรีบก็ดังแว่วมาจากบันไดหินด้านบน ตามด้วยเสียงเคาะประตูสามครั้งซึ่งเป็นสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินที่พวกเขากำหนดร่วมกับองครักษ์เงา *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* อัครินทร์ชะงักมือทันที องค์หญิงรวิภาทรงขยับพระวรกายไปประทับยืนบังหลักฐานทั้งหมดบนโต๊ะอย่างรวดเร็ว พระพักตร์ที่เคยแย้มสรวลกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยราวน้ำแข็ง ประตูห้องใต้ดินถูกผลักเปิดออกอย่างแรง องครักษ์เงาในชุดดำสนิทโถมกายเข้ามาคุกเข่าลงกับพื้น หอบหายใจถี่กระชั้นจนอกกระเพื่อม ใบหน้าอาบไปด้วยหยาดเหงื่อและคราบเขม่าควัน “ทูลองค์หญิง… ท่านอัครินทร์! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!” เสียงขององครักษ์สั่นเครือด้วยความตื่นตระหนก “หีบสมบัติลับที่ท่านแม่ทัพอคินใช้เก็บตราประทับสำนักบูรพา… บัดนี้ถูกเปิดออกแล้ว และมีผู้ส่งพระราชโองการด่วนที่สุดมาจากท้องพระโรง… แจ้งว่าพบ ‘ราชสาส์นลับ’ ฉบับจริง ถูกซ่อนไว้ในห้องบรรทมขององค์หญิงเองพ่ะย่ะค่ะ!” ดวงเนตรขององค์หญิงรวิภาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—เป็นครั้งแรกที่สตรีผู้กุมสติปัญญาเหนือใครแสดงความหวั่นไหวออกมาให้เห็น อัครินทร์หันขวับกลับไปมองหน้าหญิงสาวทันที ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวเข้าปกคลุมห้องใต้ดินในเสี้ยววินาทีนั้น ก่อนที่ร่างสูงสง่าของใครบางคนจะก้าวพ้นเงาสลัวของบันไดลงมา พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีดังขึ้นก้องกังวาน “พะยะค่ะ… กระหม่อมกราบทูลองค์หญิง และท่านอัครินทร์ผู้ปราดเปรื่อง… แผนการของพวกท่าน ช่างน่าสนุกเสียจริงจนกระหม่อมอดใจรอชมตอนจบไม่ไหวแล้วล่ะพ่ะย่ะค่ะ” ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินกระดานนี้ไปด้วยกันนะคะ มนตรากรรมสะท้อนซาบซึ้งในไมตรีจิตของทุกท่านจริงๆ ค่ะ
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากรุกกระดานสุดท้ายกับคนตายที่คืนชีพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%