เซียนเครื่องเทศกับสหายร่วมรบในยุคขาดแคลน•ตอนที่ 17

ความอบอุ่นในวันที่อากาศหนาว

ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
ควันสีขาวนวลพวยพุ่งขึ้นจากหม้อดินเผาใบใหญ่ กลิ่นหอมฉุนของพริกเสฉวนคั่วแห้งผสมผสานกับความเผ็ดร้อนของขิงแก่และเครื่องเทศลับจากมิติลับลอยอบอวลไปทั่วห้องครัวคับแคบ หลินมู่เฟยใช้ทัพพีไม้คนส่วนเคี่ยวในหม้อด้วยความระมัดระวัง เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามกรอบหน้าเนียนละเอียด ทว่าดวงตากลับเปล่งประกายความมุ่งมั่นอย่างเต็มเปี่ยม "ระวังมือหน่อยค่ะ" เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับผ้าขนหนูเนื้อนุ่มที่บรรจงซับเหงื่อบริเวณขมับให้อย่างเบามือ ถังจื่อหานยืนซ้อนอยู่เบื้องหลัง ร่างกายกำยำในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวทหารเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมส่วนที่เต็มไปด้วยพละกำลัง มือใหญ่หยาบกร้านจากงานหนักเอื้อมมาช่วยประคองด้ามทัพพีไม้แทนอย่างรู้ใจ ความอบอุ่นจากแผ่นอกกว้างที่แนบชิดทำเอาบรรยากาศในห้องครัวที่หนเหน็บเริ่มอุ่นขึ้นมาถนัดตา หลินมู่เฟยชะงักไปเล็กน้อย หัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ นางคุ้นชินกับการต่อสู้ดิ้นรนในยุค 70 ที่เต็มไปด้วยสายตาริษยาและความยากลำบาก แต่ไม่เคยชินเลยกับความใส่ใจอันเงียบงันแต่หนักแน่นของสามีในนามผู้นี้ "ฉันทำเองได้ค่ะ พี่จื่อหานไปพักเถอะ วันนี้คุณเพิ่งกลับมาจากค่ายไม่ใช่หรือคะ" นางเอ่ยเสียงเบา พยายามเบี่ยงตัวหลบเลี่ยงความใกล้ชิดที่ทำเอาลมหายใจติดขัด "งานแค่นี้ไม่เหนื่อยหรอกครับ... เอ๊ย ไม่เหนื่อยหรอกค่ะ" ถังจื่อหานรีบแก้คำพูดทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ว่าภรรยาคนสวยมักจะดุเขาเสมอหากเผลอใช้คำพูดห้วนๆ แบบทหาร ใบหน้าคมคายที่มักเรียบเฉยปรากฏรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก ดวงตาคมกราบมองร่างเพรียวบางด้วยความลึกซึ้ง "ภรรยาเหนื่อยกว่าตั้งเยอะ ทั้งทำแป้ง ทั้งคัดแยกสมุนไพร เพื่อเตรียมเปิดแผงขายในตลาดมืดพรุ่งนี้ ถ้าผมไม่ช่วย แล้วใครจะช่วยคุณล่ะครับ... เอ่อ ใครจะช่วยคุณล่ะคะ" หลินมู่เฟยหลุดขำออกมาเบาๆ กับท่าทีเก้ๆ กังๆ ที่พยายามปรับตัวของสามี รอยยิ้มของนางงดงามราวกับดอกเหมยที่เบ่งบานท่ามกลางหิมะโปรยปราย ทำให้ถังจื่อหานถึงกับมองค้างไปชั่วขณะ มือใหญ่ที่ถือทัพพีอยู่เลื่อนมากุมมือเรียวเล็กของนางไว้โดยไม่รู้ตัว ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาส่งผ่านความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยมาสู่หัวใจของอดีตเซียนปรุงยาผู้โดດเดี่ยว "มือเย็นเฉียบอีกแล้ว" ถังจื่อหานขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจในความสะดุดของสุขภาพภรรยา เขาใช้มืออีกข้างกุมมือของนางไว้ทั้งสองข้างแล้วเป่าลมหายใจอุ่นๆ ใส่เพื่อบรรเทาความหนาว "บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเพิ่งรีบตื่นมาทำของตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ร่างกายคุณเพิ่งจะฟื้นตัว" "ถ้าไม่รีบทำแล้วเราจะมีเงินเก็บบัญชีพอซื้อตั๋วไปตัวเมืองไหมล่ะคะ" หลินมู่เฟยถอนหายใจเบาๆ แม้นางจะมีมิติลับวิเศษที่อุดมไปด้วยวัตถุดิบและสมุนไพรล้ำค่า แต่การจะนำออกมาใช้ในยุคที่การตรวจสอบเข้มงวดเช่นนี้ จำเป็นต้องอาศัย "ความเนียน" และหยาดเหงื่อแรงงานบังหน้า เพื่อไม่ให้คนตระกูลถังหรือพวกสายตรวจในหมู่บ้านเกิดความสงสัย "อีกอย่าง... น้ำพริกหมูสับสูตรพิเศษสูตรนี้ ถ้าวางขายรับรองว่ากวาดเงินหยวนเข้าบ้านเราได้เพียบแน่ค่ะ" ถังจื่อหานมองภรรยาด้วยแววตาคลั่งรักที่ปิดไม่มิด ในสายตาของคนนอก หลินมู่เฟยอาจเป็นแค่สะใภ้ขี้โรคที่แต่งเข้ามาล้างซวย แต่สำหรับเขา นางคือดวงดาวนำทาง เป็นอัจฉริยะผู้พลิกฟื้นชีวิตครอบครัวที่เคยตกต่ำให้กลับมามีชีวิตชีวา ยิ่งได้ร่วมมือกันทำความสะอาด จัดการวัตถุดิบ และปรุงอาหารเคียงบ่าเคียงไหล่กันเช่นนี้ ความผูกพันลึกซึ้งก็ยิ่งก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันแต่รากฐานมั่นคง "ผมเชื่อคุณ" ถังจื่อหานเอ่ยสั้นๆ แต่หนักแน่น "ไม่ว่าคุณจะทำอะไร ผมจะคอยสนับสนุนอยู่ข้างหลังเสมอ ใครหน้าไหนกล้ามาหาเรื่องที่แผงค้าของคุณ ผมนี่แหละจะเป็นคนจัดการมันเอง" คำพูดนั้นไม่ได้โอ้อวด เพราะในหมู่บ้านนี้ ไม่มีใครกล้ามีเรื่องกับนายทหารหนุ่มผู้มีผลงานโดดเด่นและเส้นสายจากค่ายทหาร หลินมู่เฟยเม้มปากอย่างซาบซึ้ง นางรู้ดีว่าสามีคนนี้พูดจริงทำจริง การมีเขาคอยเป็นเกราะกำบังให้ ทำให้ความรู้สึกโดดเดี่ยวจากการทะลุมิติมาสู่โลกที่ไม่คุ้นเคยเลือนหายไปจนหมดสิ้น "ถ้าอย่างนั้น... พี่ช่วยชิมน้ำพริกหม้อนี้หน่อยสิคะ ว่ารสชาติดีพอหรือยัง" หลินมู่เฟยตักน้ำพริกสีแดงเข้มข้นส่งกลิ่นหอมเย้ายวนขึ้นมาเป่าเบาๆ แล้วจ่อatริมฝีปากหนาของสามี ถังจื่อหานนัยน์ตาสั่นไหวเล็กน้อย เขาก้มลงรับน้ำพริกรสชาติจัดจ้านเข้าปาก รสสัมผัสแรกคือความเผ็ดร้อนล้ำลึก ตามด้วยความเค็มกลมกล่อมและความหอมกรุ่นของเครื่องเทศที่คั่วมาอย่างดี เป็นรสชาติที่กระตุ้นต่อมรับรสและปลุกเร้าจิตวิญญาณให้ตื่นตัวอย่างแท้จริง ไม่เพียงแต่อร่อยล้ำ แต่ยังแฝงไว้ด้วยความใส่ใจและหยาดเหงื่อของภรรยา "อร่อยมากครับ... อร่อยมากค่ะ" ถังจื่อหานเผลอหลุดปากซ้ำอีกครั้งด้วยความตะลึงในรสชาติ ก่อนจะรีบแก้คำลงท้ายจนหลินมู่เฟยหัวเราะร่วนออกมาเสียงใส บรรยากาศในห้องครัวที่เคยหนทึบและยากจน กลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความอบอุ่นที่หาไม่ได้จากที่ไหน ทั้งสองช่วยกันบรรจงตักน้ำพริกใส่ขวดโหลแก้วสะอาดที่ลวกน้ำร้อนฆ่าเชื้ออย่างดีทีละขวดๆ จนเต็มโต๊ะไม้เก่าๆ กลิ่นหอมกรุ่นยังคงลอยอบอวล ทว่าในขณะที่ทั้งคู่กำลังช่วยกันเช็ดทำความสะอาดโต๊ะทำงานอยู่นั้น เสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นอย่างรุนแรงและไร้มารยาทจากภายนอก *ปัง! ปัง! ปัง!* "นังสะใภ้รอง! แกเปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะ! ฉันรู้ว่าพวกแกแอบซุกซ่อนของดีไว้กินกันตามลำพอง รังเกียจแม่แก่คนนี้หรือยังไง ถึงไม่ยอมเอาไปแบ่งบ้านใหญ่บ้าง!" เสียงแหลมสูงของแม่สามีจอมสูบเลือดสูบเนื้อดังทะลุประตูไม้เก่าๆ เข้ามา ทำลายความสงบสุขในยามค่ำคืนลงอย่างสิ้นเชิง ถังจื่อหานชะงัก สีหน้าเปลี่ยนเป็นเย็นชาดั่งน้ำแข็งในฤดูหนาว รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างกำยำทันที หลินมู่เฟยหรี่ตาลง รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปาก นางหันไปสบตากับสามีพร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงเรียบแต่นิ่งสนิท "มาพอดีเลยค่ะ... กำลังอยากทดสอบฝีมือการไล่หมาพอดี" --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาร่วมเดินทางอบอุ่นหัวใจและสะใจไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ ❤️
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศกับสหายร่วมรบในยุคขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%