กลิ่นหอมของรากโสมป่าหมักน้ำผึ้งพันปีที่โชยออกมาจากห่อผ้าดิบสีตุ่น ไม่ได้เพียงแค่ลอยอบอวลอยู่ภายในห้องรับรองแขกของเหลาอาหาร "จันทน์กระจ่างฟ้า" แห่งอำเภอหยางเฉิงเท่านั้น แต่มันยังทำให้นิ้วเรียวยาวของเถ้าแก่เฝิงที่กำลังสะบัดลูกคิดชะงักกึกอย่างกะทันหัน
ดวงตาเรียวรีใต้กรอบแว่นตากรอบทองหรี่ลงเล็กน้อย เขาเป็นพ่อค้าผู้ผ่านโลกมาโชกโชน ลิ้นผ่านการชิมรสชาติอาหารระดับฮ่องเต้มาก็หลายจาน แต่ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่กลิ่นอายสมุนไพรเจือเครื่องเทศจะให้ความรู้สึก "มีชีวิต" ถึงเพียงนี้ เหมือนกิ่งไม้ที่เพิ่งถูกเด็ดออกจากต้นสดๆ เมื่อครู่ ผสมผสานกับความหวานละมุนลึกที่ซึมซับพลังงานจากผืนป่าลึกอย่างลงตัว
"แม่นางหลิน..." เถ้าแก่เฝิงเงยหน้าขึ้น ประสานสายตากับสตรีชุดผ้าฝ้ายสีหม่นที่ยืนอยู่เบื้องหน้า รอยยิ้มการค้าที่เคยประดับอยู่บนใบหน้าเจือความระแวดระวังในคราแรก บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความทึ่งระคนสงสัย "ท่านแน่ใจนะว่า ของในห่อนี้คือน้ำมันเครื่องเทศผสมโสมป่าที่ท่านเคี่ยวขึ้นเอง... ไม่ใช่สมบัติลับที่ขโมยมาจากวังหลวงของมณฑล?"
หลินมู่เฟยแย้มยิ้มบางเบา นางไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกหรือรีบร้อนแก้ตัว รอยยิ้มนั้นมีความมั่นอกมั่นใจระดับเซียนปรุงยาผู้กุมความลับของสรรพพฤกษาไว้ในกำมือ นางค่อยๆ เลื่อนถ้วยกระเบื้องเคลือบสีเขียวหยกที่บรรจุน้ำมันหอมระเหยเข้มข้นเข้าไปใกล้บุรุษวัยกลางคนอีกนิด
"เถ้าแก่เฝิงพูดเกินไปแล้วค่ะ ของสิ่งนี้จะเทียบกับสมบัติในวังหลวงได้อย่างไร ในเมื่อวังหลวงไม่มีวันเข้าใจเคล็ดลับการดึงรสชาติ 'อูมามิ' จากรากสมุนไพรแห้งแล้งในยุคขาดแคลนเช่นนี้..." มู่เฟยเว้นจังหวะ ปล่อยให้กลิ่นหอมลึกล้ำทำหน้าที่สะกดใจคน "ท่านลองหยดลงในน้ำซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวไว้สามชั่วยามนั่นดูสิคะ แล้วท่านจะรู้ว่า คำว่า 'อร่อยจนลืมทางกลับบ้าน' ที่ข้าพูดถึง มันหน้าตาเป็นอย่างไร"
ในมุมมืดของห้องรับรอง ถังจื่อหานในชุดนายทหารนอกเครื่องแบบนั่งไขว่ห้างเงียบเชียบ ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคอยกวาดตามองทุกความเคลื่อนไหวรอบตัวภรรยา มือหนาข้างหนึ่งวางพาดอยู่บนโต๊ะไม้ สัมผัสเบาๆ ที่ด้ามปืนพกในซองหนังใต้เสื้อคลุม เป็นการเตือนกลายๆ ว่า หากใครกล้าแสดงท่าทีเอาเปรียบหรือคิดร้ายต่อมู่เฟยแม้แต่น้อย กระสุนในรังเพลิงคงได้ทักทายคนผู้นั้นก่อนที่พวกเขาจะได้อ้าปากปฏิเสธ
เถ้าแก่เฝิงกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เมื่อเห็นสายตาของนายทหารหนุ่มที่แผ่รังสีอำมหิตออกมาโดยไม่รู้ตัว เขารีบพยักหน้ารัวๆ สั่งให้เสมียนหนุ่มยกหม้อน้ำซุปเดือดพล่านเข้ามาทันที
หยดน้ำมันสีอำพันเข้มข้นเพียงหยดเดียวร่วงหล่นลงสู่ผิวน้ำซุปสีขาวข้น
*ฉ่า...*
เพียงเสี้ยววินาทีที่ความร้อนสัมผัสกับสมุนไพร กลิ่นหอมระเบิดตัวออกราวกับดอกไม้ไฟกลางฤดูใบไม้ผลิ กลิ่นหอมของพริกเสฉวนคั่วแห้งผสมผสานกับความหวานล้ำของรากโสมและเครื่องเทศลับอีกเจ็ดชนิด พุ่งทะลวงผ่านประตูห้องรับรองออกไปเตะจมูกเหล่าลูกค้าชนชั้นสูงที่นั่งทานอาหารอยู่ด้านนอกจนต้องวางตะเกียบลงพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย!
เถ้าแก่เฝิงเบิกตากว้างจนแทบถลน รสชาติที่สัมผัสบนปลายลิ้นหลังจากซดน้ำซุปคำแรกเข้าไป ทำให้เขารู้สึกราวกับวิญญาณกำลังล่องลอยขึ้นสู่สรวงสวรรค์ ความกลมกล่อมที่ล้ำลึกนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของความอร่อย แต่มันคือ "ยาบำรุงชั้นเลิศ" ที่กระตุ้นลมปราณและอบอุ่นร่างกายในยามที่ลมหนาวเริ่มพัดโชยเข้ามาในเดือนนี้!
"ยอดเยี่ยม! นี่มันสุดยอดฝีมือแห่งยุคชัดๆ!" เถ้าแก่เฝิงตบโต๊ะฉาดใหญ่ ใบหน้าแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น ขาดสติมาดมั่นของพ่อค้าใหญ่ไปชั่วขณะ "ข้าขอซื้อทั้งหมด! ไม่สิ... ข้าขอทำสัญญาผูกขาดกับแม่นางหลินแต่เพียงผู้เดียว จะเรียกราคาเท่าไหร่ว่ามาเลย!"
มู่เฟยหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไพเราะดั่งระฆังแก้วแต่มันแฝงไว้ด้วยความเฉียบคมทางธุรกิจ นางไม่ได้รีบร้อนตกปากรับคำทันทีเหมือนเด็กสาวไร้เดียงสา แต่นางกลับดึงห่อผ้ากลับมาครึ่งหนึ่งอย่างใจเย็น
"เถ้าแก่เฝิงใจร้อนเกินไปแล้วค่ะ สัญญาผูกขาด... ต้องดูว่าข้อเสนอของท่านมีความจริงใจมากพอที่จะทำให้ข้าปฏิเสธไม่ลงหรือเปล่า อีกอย่าง..." มู่เฟยหันไปมองสามีที่นั่งส่งสายตาคลั่งรักและพร้อมสปอยล์นางอยู่เงียบๆ ก่อนจะหันกลับมาสบตาพ่อค้าเจ้าเล่ห์ "สินค้าล็อตนี้ของข้า มีคนจองไว้ครึ่งหนึ่งแล้วนะคะ"
"หือ? ใครหน้าไหนกล้าตัดหน้าเหลาอาหารจันทน์กระจ่างฟ้าของข้า!" เถ้าแก่เฝิงหน้าเปลี่ยนสี
ประตูกระดาษสาของห้องรับรองถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท พร้อมกับร่างอวบอ้วนของชายวัยกลางคนในชุดผ้าไหมปักลายหรูหราที่เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ย และกลิ่นสุรานต์ราคาแพงที่โชحกโชน
"หึ... ก็คือข้าผู้นี้อย่างไรล่ะ เถ้าแก่เฝิง!"
ดวงตาของหลินมู่เฟยหรี่แคบลงทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของแขกไม่ได้รับเชิญผู้นั้น คนผู้นี้คือนายอำเภอคนใหม่ผู้ขึ้นชื่อเรื่องการรีดไถและเป็น "เบื้องหลัง" ตัวฉกาจที่คอยหนุนหลังให้ป้าสะใภ้ใหญ่กล้าฮุบที่ดินของตระกูลถัง!
สถานการณ์ในห้องรับรองพลิกผันจากความชื่นชมในกลิ่นหอมของเครื่องเทศ กลายเป็นสนามรบขนาดย่อมที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของการห้ำหั่นทางอำนาจและผลประโยชน์ ทว่าก่อนที่นายอำเภอจะได้เอ่ยปากข่มขู่สิ่งใด ถังจื่อหานก็ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาร่างกำยำทาบทับลงบนตัวผู้มาใหม่จนอีกฝ่ายต้องผงะถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
ทว่า... ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นนับสิบคู่ก็ดังขึ้นที่ด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกนก้องจากทหารยามหน้าเหลาอาหารที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องหยุดหายใจ
"กองกำลังรักษาดินแดนพิเศษ... มาตรวจค้นตามหมายจับลับจากเมืองหลวง!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกคนสำหรับการติดตามและสนับสนุน "ไป๋เป่าเปาของแม่" เสมอมานะคะ!
เซียนเครื่องเทศกับสหายร่วมรบในยุคขาดแคลน•ตอนที่ 19
การเดินทางเข้าสู่เมืองใหญ่
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศกับสหายร่วมรบในยุคขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!