"ถ้านางยังกล้าก้าวเท้าเข้ามาเหยียบธรณีประตูบ้านเราอีกแม้แต่ก้าวเดียว ฉันจะเอาไม้กวาดฟาดหน้าให้หลุดไปทีละซีกเลยคอยดู!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเศษดินเหนียวที่ร่วงกราวจากรอยแตกของผนังดินดิบ ป้าจาง—เพื่อนบ้านจอมจุ้นจ้านประจำหมู่บ้านหง Hóng—กำลังยืนเท้าสะเอวแผดเสียงด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย หน้าดำคร่ำเครียดจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน นางจงใจยืนอยู่หน้าบ้านของหลินมู่เฟยเพื่อประกาศศักดาให้ชาวบ้านละแวกนั้นได้ยินกันทั่วหน้า ว่าตระกูลหลินและตระกูลถังในสายตาของนางเป็นเพียงแค่ 'หมาจนตรอก' ที่นางจะเหยียบย่ำเมื่อไหร่ก็ได้
หลินมู่เฟยไม่ได้วิ่งแจ้นออกไปกรีดร้องตบตีด้วยความขาดสติเหมือนที่ป้าจางวาดภาพไว้ หญิงสาวในชุดผ้าฝ้ายสีหม่นทว่าสะอาดสะอ้าน กำลังก้มหน้าก้มตาคัดแยกเมล็ดพริกเสฉวนและเครื่องเทศในมิติฟาร์มออกมาใส่ตะกร้าสานไม้ไผ่ด้วยท่าทีสุขุม เย็นชา และไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย
กลิ่นหอมเผ็ดร้อนอันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องเทศชั้นดีลอยอบอวลจางๆ ในอากาศ ตัดกับบรรยากาศตึงเครียดภายนอกบ้านอย่างสิ้นเชิง
"ปล่อยให้นางเห่าไปเถอะค่ะพี่สะใภ้รอง" หลินมู่เฟยเอ่ยเสียงเรียบ ใบหน้ารูปไข่ประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเจ้าเล่ห์ดั่งจิ้งจอกจำศีล "คนประเภทนี้ ถ้าเรายิ่งต่อปากต่อคำด้วย นางก็ยิ่งได้ใจ... วิธีจัดการกับสุนัขบ้าที่ดีที่สุด ไม่ใช่การวิ่งไล่ตี แต่มันคือการโยนกระดูกชิ้นใหญ่ที่หอมหวลที่สุดให้มัน แต่อย่าลืมโรยผง 'ส้มกวาดทวาร' ลงไปด้วยล่ะคะ"
ถังจื่อหานที่เพิ่งเดินกลับมาจากแปลงนา ร่างสูงใหญ่ในชุดทหารเก่าๆ ที่ซ่อมแซมจนเรียบร้อยหยุดยืนฟังอยู่หน้าประตู แววตาคมกริบของอดีตนายทหารหนุ่มไม่ได้มีความโกรธเกลียดเจืออยู่เลยสักนิด มีเพียงประกายความคลั่งรักและเอ็นดูระคนขบขันเมื่อมองภรรยาตัวน้อยที่กำลังวางแผน 'เชือดนิ่มๆ'
ชายหนุ่มสาวเท้ายาวๆ เข้ามาใกล้ ก่อนจะเอื้อมมือหนาไปหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดมาซับเหงื่อบนหน้าผากให้ภรรยาอย่างเบามือ ราวกับกลัวว่านางจะเป็นแก้วตาดวงใจที่แตกสลายได้ "จะให้พี่ออกไปจัดการนางไหม? แค่สะบัดมือเดียว นางก็ไม่มีแรงมาเห่าหอนหน้าบ้านเราอีกเป็นปี"
หลินมู่เฟยเอียงแก้วแนบฝ่ามืออุ่นของสามี ดวงตาคู่สวยพราวระยับ "อย่าเพิ่งใจร้อนสิคะสามี การใช้กำลังมันสะใจแค่ชั่วครู่ แต่การทำให้คนปากจัดอย่างป้าจางต้องคุกเข่าขอร้องเราทั้งน้ำตา พร้อมกับควักเงินในกระเป๋าออกมาจ่ายให้เราด้วยความเต็มใจ... แบบนั้นต่างหากถึงเรียกว่า 'ศิลปะ'"
ว่าแล้ว หลินมู่เฟยก็ลุกขึ้นยืน ปัดเศษผงเครื่องเทศออกจากชายเสื้อ ชำเลืองมองออกไปนอกหน้าต่าง ป้าจางกำลังยกมือขึ้นเท้าสะเอว พร้อมกับเริ่มประกาศเรื่องโกหกคำโตใส่ร้ายป้ายสีตระกูลถังว่าแอบลักลอบค้าขายของเถื่อนในตลาดมืด เพื่อหวังให้เจ้าหน้าที่คอมมูนมาตรวจสอบและยึดทรัพย์สิน
ชาวบ้านเริ่มมุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น เสียงซุบซิบนินทาดังขึ้นเรื่อยๆ
หลินมู่เฟยยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย นางหยิบไหหมักเต้าเจี้ยวสูตรลับโบราณที่หมักด้วยมิติลับออกมา กลิ่นหอมเข้มข้น ลุ่มลึก และเตะจมูกจนผู้ที่อยู่ห่างออกไปสิบเมตรยังต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ เปิดฝาออก เผยให้เห็นเต้าเจี้ยวสีน้ำตาลเข้มมันวาวที่ผ่านการหมักบ่มอย่างพิถีพิถัน
"หอมอะไรน่ะ?" ชาวบ้านคนหนึ่งอุทานขึ้นด้วยความฉงน กลิ่นหอมของเต้าเจี้ยวผสมผสานกับกลิ่นเครื่องเทศย่างไฟอ่อนๆ ลอยฟุ้งไปตามกระแสลม พัดพาความหิวโหยให้พุ่งทะยานขึ้นสู่ขีดสุด ป้าจางที่กำลังยืนด่าทออยู่นั้นถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง กลืนน้ำเอื๊อกใหญ่โดยไม่รู้ตัว
หลินมู่เฟยเดินอุ้มไหเต้าเจี้ยวออกไปที่หน้าประตูกลางแสงแดดยายบ่าย รอยยิ้มบนใบหน้าหวานล้ำราวกับเทพเซียนใจดี แต่รัศมีความกดดันรอบตัวกลับทำให้ป้าจางผะหนีบถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยสัญชาตญาณ
"อ้าว ป้าจางคะ เสียงแห้งเสียงแห้งแล้วนี่คะ มาๆๆ ดื่มน้ำเก๊กฮวยผสมรากบัวดับกระหายเสียหน่อยไหมคะ? หรือว่า... จะสนใจมาชิม 'เต้าเจี้ยวสูตรพิเศษ' ของตระกูลเราดีล่ะคะ?" หลินมู่เฟยเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานราวกับน้ำผึ้งอาบยาพิษ
"ใครอยากจะกินของของบ้านแก! ของสกปรกแบบนี้ แกแอบเอาไปทำขายในตลาดมืดใช่ไหม? ฉันจะไปฟ้องหัวหน้าคอมมูน—" ป้าจางแผดเสียงกลบเกลื่อนความอยากอาหารที่กำลังตีตื้นขึ้นมาในลำคอ
"โอ๊ะ พูดจาให้เกียรติสมองของตัวเองหน่อยสิคะป้า" หลินมู่เฟยหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำค้างแข็ง "เต้าเจี้ยวไหเนี่ย ฉันตั้งใจจะเอาไปทำ 'หมูสามชั้นตุ๋นเต้าเจี้ยวซצฉวน' แจกจ่ายให้คนในหมู่บ้านชิมฟรีในงานฉลองเก็บเกี่ยวสัปดาห์หน้า แต่... น่าเสียดายจังนะคะ คนที่ปากเสียใส่ร้ายป้ายสีตระกูลถังอย่างป้า... คงไม่มีวาสนาได้แม้แต่ดมกลิ่นหอมๆ นี้หรอกค่ะ"
คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กทุบลงกลางใจของป้าจางและชาวบ้านที่กำลังกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ หมูสามชั้นตุ๋นเต้าเจี้ยว! ในยุคที่เนื้อหมูเป็นของหายากและต้องใช้คูปองแลก การได้กินหมูตุ๋นหอมๆ ฝีมือหลินมู่เฟยที่เป็นเซียนเครื่องเทศ คือความฝันสูงสุดของคนในหมู่บ้าน!
"อะ... แกหมายความว่ายังไง? ฉัน... ฉันก็แค่พูดหยอกล้อเล่นน่า หลินมู่เฟย อย่ามาใจแคบนั—" ป้าจางเปลี่ยนสีหน้าฉับพลัน รอยยิ้มแห้งแล้งปรากฏขึ้นบนใบหน้ายับย่น
"พูดเล่นหรือคะ?" หลินมู่เฟยเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง สายตากวาดมองฝูงชนที่เริ่มส่งเสียงพึมพำเข้าข้างนาง "ถ้าอยากพิสูจน์ว่าเต้าเจี้ยวไหร่นี้บริสุทธิ์ผุดผ่องจริงไหม... ป้าจางต้องเป็นคนพิสูจน์ให้ทุกคนดูด้วยตัวเองค่ะ"
นางยื่นจานกระเบื้องเคลือบที่มีหมูสามชั้นตุ๋นเต้าเจี้ยวร้อนๆ ชิ้นโต ส่งกลิ่นหอมยั่วยวนจนน้ำลายสอ ไปตรงหน้าป้าจาง
ดวงตาของป้าจางเบิกกว้าง ความโลภและความอยากอาหารเข้าครอบงำจนลืมความอับอาย แต่มือที่ยื่นออกไปกำลังสั่นเทา เพราะนางรู้ดีว่า... ถ้ากินเข้าไป ย่อมเท่ากับตบหน้าตัวเอง แต่ถ้าไม่กิน... กลิ่นหอมเย้ายวนตรงหน้ามันช่างทรมานจิตใจเสียเหลือเกิน!
ถังจื่อหานยืนกอดอกพิงกรอบประตู มองดูภรรยาตัวน้อยเล่นสนุกกับเหยื่อในกำมือ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ ภรรยาของเขานั้น... ช่างร้ายกาจและน่ารักน่าชังเสียจนเขาอยากจะดึงมากอดให้จมอก
หลินมู่เฟยโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูของป้าจางด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน "กินสิคะ... กินเข้าไปให้หมด แล้วพรุ่งนี้อย่าลืมเอาเงินห้าสิบหยวนมาขอซื้อเต้าเจี้ยวไหใหม่ไปตุนไว้ล่ะ ไม่อย่างนั้น... ฉันจะทำให้ตระกูลของป้าไม่มีที่ยืนในหมู่บ้านนี้อีกเลย"
ป้าจางหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะต่อปากต่อคำ นางอ้าปากรับชิ้นหมูตุ๋นเข้าปากด้วยความจำยอม ท่ามกลางเสียงหัวเราะเบาๆ ของชาวบ้านที่รู้เท่าทัน
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังสนุกสนานและชัยชนะตกเป็นของหลินมู่เฟยอย่างงดงามนั้นเอง...
จู่ๆ เสียงตบมือดังแปะๆ ก็แทรกขึ้นมาจากตรอกทางเดินด้านหลังฝูงชน ร่างสูงโปรสงในชุดสูทจีนสีเทาเข้มสะอาดตาของชายแปลกหน้าผู้หนึ่งก้าวออกมา รอยยิ้มพราวมหาเสน่ห์ปรากฏบนใบหน้าคมคาย ดวงตาเรียวรีมองตรงมาที่หลินมู่เฟยด้วยประกายความสนใจอย่างปิดไม่มิด
"ช่างเป็นวิธีจัดการปัญหาที่เฉียบคมและน่าสนุกเสียจริง..." ชายแปลกหน้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง "ไม่ทราบว่า... 'เซียนเครื่องเทศ' แห่งหมู่บ้านหงผู้นี้ สนใจจะร่วมมือทำธุรกิจส่งออกเต้าเจี้ยวลอตใหญ่กับผม... 'ไป๋เฟิง' สักหน่อยไหมครับ?"
บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบกริบลงทันที ถังจื่อหานหรี่ตาลงอันตราย รังสีสังหารแผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ของนายทหารหนุ่มทันทีที่ได้ยินชื่อนั้น
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสความกลมกล่อมนี้ไปพร้อมกับไป๋เป่าเปานะคะ
เซียนเครื่องเทศกับสหายร่วมรบในยุคขาดแคลน•ตอนที่ 7
ขจัดมารหัวใจในหมู่บ้าน
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศกับสหายร่วมรบในยุคขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!