เซียนเครื่องเทศกับสหายร่วมรบในยุคขาดแคลน•ตอนที่ 8

ก้าวแรกของการค้า

ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
กลิ่นอายฉุนกานพลูและพริกเสฉวนคั่วแห้งที่ลอยอวลอยู่หลังห้องเก็บฟืน คือหลักฐานชิ้นดีว่าหลินมู่เฟยไม่ได้นอนหลับมาตลอดครึ่งคืนที่ผ่านมาค่ะ นิ้วเรียวบางที่เคยหยิบจับแต่โอสถทิพย์ในแดนเซียน บัดนี้กำลังบรรจงตักน้ำมันพริกสีแดงฉานสดใสลงในขวดแก้วใบเล็กที่ซ่อนไว้ใต้กองฟืน มิติฟาร์มในห้วงสำนึกส่งเสียงฮミングแผ่วเบา ต้นหอมและผักกาดขาวในแปลงปลูกเร่งโตจนใบเขียวขจีอวบอิ่ม ท้าทายความแห้งแล้งของยุคสมัยที่ผู้คนกำลังอดอยากปากแห้ง ยุค 70-80 เช่นนี้ เงินตราคืออำนาจ แต่วัตถุดิบชั้นเลิศคืออาวุธที่ไร้ร่องรอยที่สุดในการฟาดฟันความยากจน "ดึกมากแล้ว... มู่เฟย เจ้ายังไม่นอนอีกหรือ" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากความมืด ถังจื่อหานก้าวเท้าเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวทหารเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อตึงแน่นที่อาบไล้ด้วยเหงื่อจางๆ จากการฝึกซ้อมร่างกายอย่างหนัก แม้ดวงตาคมกริบคู่นั้นจะฉายแววห่วงใย แต่ก็มีความระมัดระวังเจืออยู่ เขาไม่เคยถามว่าภรรยาหาวัตถุดิบประหลาดเหล่านี้มาจากไหน และไม่เคยเอ่ยปากห้ามปรามแม้จะรู้ว่าการนำของไปขายในตลาดมืดคือความเสี่ยงที่อาจทำให้เขาหลุดจากตำแหน่งนายทหาร หลินมู่เฟยเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มบางๆ จุดประกายขึ้นที่มุมปาก นางส่งขวดน้ำมันพริกขวดสุดท้ายให้สามีตรวจดู "ข้ายังนอนไม่หลับค่ะท่านพี่... พรุ่งนี้คือวันตลาดนัดอำเภอ ถ้าเราพลาดโอกาสนี้ไป เกรงว่าแป้งสาลีเนื้อดีที่ท่านตั้งใจเก็บไว้บำรุงร่างกายคงหมดลงเสียก่อน" นางเอ่ยเสียงนุ่ม ดวงตากลมโตเป็นประกายไหวระริก ท่าทางฉลาดเฉลียวและเด็ดเดี่ยวนี้ทำให้ถังจื่อหานรู้สึกใจกระตุกทุกครา ชายหนุ่มถอนหายใจยาว ยื่นมือหนาหยาบกร้านมารับขวดแก้วไว้ ระมัดระวังราวกับมันคือไข่มุกราตรีล้ำค่า "เจ้าดื้อรั้นนัก... แต่ข้าจะปล่อยให้ภรรยาตัวน้อยต้องเดินทางเข้าเมืองตามลำพังได้อย่างไร ข้าลางานครึ่งวันเช้าเรียบร้อยแล้ว" หัวใจของหลินมู่เฟยกระตุกวูบ ความอบอุ่นสายหนึ่งแผ่ซ่านเข้า จับขั้วหัวใจ นางรู้ดีว่าผู้ชายคนนี้ภายนอกเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี แต่สำหรับนางแล้ว เขากลับเป็นดั่งเตาผิงที่พร้อมแผดเผาทุกลมหนาวให้มลายหายไป เช้าวันถัดมา สายหมอกบางเบายังไม่ทันจางหาย สองสามีภรรยาตระกูลถังก็ก้าวเท้าออกจากหมู่บ้านด้วยความเงียบเชียบ หลินมู่เฟยสวมเสื้อผ้าเก่าๆ ที่ปะชุนเรียบร้อย สะพายย่ามผ้าใบใหญ่ที่บรรจุผักกาดหอมกรอบอร่อยจากมิติและเครื่องเทศบดละเอียด ส่วนถังจื่อหานเดินตามหลังเงียบๆ ร่างกายกำยำแผ่รังสีคุกคามจางๆ ที่ทำให้พวกชอบสอดรู้สอดเห็นในหมู่บ้านไม่กล้าเข้ามาเข้าใกล้ เส้นทางสู่ตลาดมืดในอำเภอคดเคี้ยวและอับชื้น เสียงฝีเท้ากระทบพื้นดินแห้งแล้งดังเป็นจังหวะ ที่นี่... ใกล้กับโกดังร้างหลังสถานีรถไฟ คือแหล่งรวมตัวของเหล่าพ่อค้าแม่ค้าเถื่อนที่ต้องหลบสายตาเจ้าหน้าที่รัฐ การค้าขายทุกอย่างดำเนินไปอย่างเงียบเชียบและหวาดระแวง "เจ้าจะขายผักพวกนี้ที่ไหน มู่เฟย? แถวนี้มีแต่พวกนายหน้าเขี้ยวลากดิน ระวังจะโดนเอาเปรียบเอาได้นะ" ถังจื่อหานกระซิบเตือน ปลายสายตาคมกริบกวาดมองไปรอบคอบเพื่อสังเกตความผิดปกติ "วางใจเถอะค่ะท่านพี่... ของของเรามีดีในตัว ไม่จำเป็นต้องวิ่งเข้าหาคนซื้อ ให้คนซื้อวิ่งเข้าหาเราเองต่างหาก" หลินมู่เฟยแย้มยิ้มอย่างมั่นใจ นางเลือกมุมอับสายตาแต่เป็นจุดที่ลมพัดผ่าน กลิ่นหอมฉุนของเครื่องเทศสูตรลับที่นางผสมผสานกับน้ำมันพริกและเกลือสมุนไพรถูกเปิดฝาออกเพียงนิดเดียว กลิ่นหอมเย้ายวนใจนั้นพวยพุ่งทะลักผ่านอากาศที่แห้งแล้ง ท่ามกลางกลิ่นอับของเหงื่อและฝุ่นผง กลิ่นหอมอันซับซ้อนของยี่หร่า พริกเสฉวน และกระเทียมเจียวใหม่ๆ ลอยไปเตะจมูกพ่อค้าแม่ค้าแถวนั้นทันที ไม่ถึงสิบนาที หญิงวัยกลางคนสวมเสื้อผ้าปะชุนเนื้อหนา หน้าตาตื่นตระหนกก็เดินดุ่มๆ เข้ามาหยุดตรงหน้าแผงลอยชั่วคราวของนาง "แม่สาวน้อย... เจ้านั่นแหละ ขายอะไร กลิ่นหอมยั่วน้ำลายถึงเพียงนี้!" น้ำเสียงของนางอู้อี้แต่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ดวงตาเป็นประกายจ้องมองย่ามผ้าในมือหลินมู่เฟยเขม็ง หลินมู่เฟยไม่รีบร้อน นางค่อยๆ หยิบผักกาดขาวอวบอน้ำที่สดราวกับเพิ่งเด็ดออกจากต้นเมื่อวินาทีที่แล้วออกมาวาง นํ้าค้างบนใบผักยังคงใสสะอาดสะท้อนแสงแดดอ่อนๆ ยิ่งขับให้ผักดูโดดเด่นสะดุดตาจนผู้คนรอบข้างเริ่มหันมามอง "ผักกาดหอมสดๆ ปลูกเองกับมือค่ะป้า... และนี่คือ 'น้ำพริกวิเศษ' สูตรลับเฉพาะตัว นำไปคลุกข้าวสวยร้อนๆ หรือจิ้มกินกับผัก รับรองว่าต่อให้เป็นหินผาก็ยังต้องยอมสยบให้ความอร่อยนี้เลยค่ะ" ผู้หญิงคนนั้นกลืนน้ำลายลงคออึกลึก กลิ่นหอมเตะจมูกจนท้องไส้ปั่นป่วน หญิงวัยกลางคนเอื้อมมือสั่นเทาหมายจะหยิบผักขึ้นมาดูใกล้ๆ ทว่า... ในวินาทีที่มือเหี่ยวย่นนั้นกำลังจะสัมผัสกับผักกาดขาวในมือหลินมู่เฟย เสียงตวาดกร้าวและเสียงฝีเท้าหนักอึ้งก็ดังขึ้นจากตรอกซอกซอยด้านหลัง "พวกเจ้าทำอะไรกันตรงนี้! ใครอนุญาตให้มาตั้งแผงค้าขายเถื่อนแถวนี้ หยิบของพวกนี้ขึ้นมาแล้วตามข้าไปที่สถานีตรวจคนเข้าเมืองเดี๋ยวนี้!" ร่างของชายฉกรรจ์สามคนในชุดเจ้าหน้าที่ตรวจตลาด พร้อมปลอกแขนสีแดงเด่นชัด เดินตรงเข้ามาด้วยท่าทางคุกคาม ดวงตาหยิ่งผยองกวาดมองถังจื่อหานและหลินมู่เฟยด้วยรอยยิ้มเหยียดหยาม ถังจื่อหานก้าวขาขึ้นมาบังภรรยาไว้ทันที แววตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองหัวหน้าชุดตรวจด้วยความเย็นชา บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบในพริบตาเดียว ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสความกลมกล่อมนี้ไปพร้อมกับไป๋เป่าเปานะคะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศกับสหายร่วมรบในยุคขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%