เซียนเครื่องเทศกับสหายร่วมรบในยุคขาดแคลน•ตอนที่ 15

ศัตรูเก่าที่กลับมาเยือน

ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
"ถ้าพวกท่านยังกล้าก้าวขาเข้ามาเหยียบธรณีประตูบ้านตระกูลถังอีกแม้แต่ก้าวเดียว อย่าหาว่าฉันคนนี้ไม่เตือน!" เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวจนถ้วยกระเบื้องเคลือบสั่นระรัว หลินมู่เฟยไม่ได้แม้แต่จะชายตามองแขกผู้มาเยือนอย่างเต็มตา ร่างระหงในชุดเสื้อผ้าฝ้ายเนื้อดีสีครามเข้มยืนพิงกรอบประตูห้องครัว แววตาดอกท้อคู่สวยฉายประกายเย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปี กลิ่นอายกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเธอยามนี้ ช่างทรงพลังเสียจน 'ป้าสะใภ้หลิว' และ 'หลิวจินฮวา' ลูกพี่ลูกน้องตัวแสบที่เคยจ้องจะสูบเลือดสูบเนื้อเธอยุคก่อน ถึงกับสะดุ้งโหยงถอยหลังกรูดไปสามก้าว ย้อนกลับไปเมื่อครู่ รอยยิ้มเยียบเย็นบนริมฝีปากของมู่เฟยจากในมิติยังคงติดตรึง แต่ยามนี้มันถูกแปรเปลี่ยนเป็นอาวุธเชือดเฉือนที่แหลมคมยิ่งกว่ามีดผ่าตัดของเซียนปรุงยา "ตายจริง! นังเด็กอกตัญญู! นี่แกกล้าไล่ผู้มีพระคุณที่เคยเลี้ยงดูมาอย่างนั้นเรอะ!" ป้าสะใภ้หลิวแผדเสียงแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก ใบหน้ายับย่นตามวัยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด นางกวาดสายตามองไปรอบห้องโถงที่สะอาดสะอ้านและมีข้าวของเครื่องใช้ครบครันกว่าบ้านไหนๆ ในคอมมูนแห่งนี้ ดวงตาโลภโม่งล้นฉายแววละโมบชัดเจน "พวกเราเป็นญาติสนิทมิตรสหายสายเลือดเดียวกันนะ! เห็นหลานสาวได้ดิบได้ดีแต่งงานกับนายทหารอนาคตไกล มีบ้านปูนหลังงาม มีที่ดินแปลงสวยอยู่หลังเนินเขา พวกฉันในฐานะญาติผู้ใหญ่ มีน้ำใจมาเยี่ยมเยียน... แต่แกกลับต้อนรับด้วยความไร้มารยาทเช่นนี้หรือ!" "น้ำใจ?" มู่เฟยแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นแต่อัดแน่นไปด้วยความดูแคลน ทำให้บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงทันที "น้ำใจของพวกท่าน คือการส่งคนมาขนข้าวสารครึ่งถังสุดท้ายในยามที่ฉันนอนป่วยปางตายเมื่อปีก่อนงั้นหรือ? หรือว่าน้ำใจของพวกท่าน คือการเซ็นสัญญาโอนสิทธิ์ที่ดินทำกินของตระกูลหลิวให้ลูกชายคนโปรดของพวกท่าน โดยที่ฉันซึ่งเป็นเจ้าของตัวจริงยังไม่ได้สติด้วยซ้ำ!" คำพูดทิ่มแทงใจดำทำเอาป้าสะใภ้หลิวหน้าซีดเผือดไปชั่วขณะ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความอับอายปนโมโห "เหลวไหล! นั่นมันเรื่องเข้าใจผิด! ที่ดินตรงนั้นแกยกให้พี่ชายของแกเพื่อทดแทนบุญคุณข้าวแดงแกงร้อนต่างหาก!" หลิวจินฮวาที่ยืนหลบอยู่ด้านหลังรีบโพล่งขึ้นมาบ้าง นางเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี สายตาจ้องมองสร้อยคอหยกเนื้อเนียนที่ซ่อนอยู่ใต้คอเสื้อของมู่เฟยด้วยความริษยา "พี่มู่เฟย... เธออย่าใจดำนักเลยนะ บ้านหลังนี้กับที่ดินสามหมู่ตรงตีนเขานั่น มันควรเป็นของตระกูลหลิวเราตั้งแต่แรกแล้ว แม่บอกว่า... ถ้าเธอยกโฉนดที่ดินนั่นให้พวกเราแต่โดยดี พวกเราจะไม่เอาเรื่องที่เธอทำตัวอกตัญญูเนรคุณต่อหน้าชาวบ้านวันนี้ แถมจะยอมรับเธอเป็นญาติในตระกูลต่อไปด้วย!" ช่างเป็นคำพูดที่ไร้ความละอายสิ้นดี! หลินมู่เฟยหรี่ตาลงเล็กน้อย สมองอัจฉริยะประมวลผลอย่างรวดเร็ว นางรู้ดีว่าคนพวกนี้ไม่ได้มาเพราะความคิดถึงหรือความห่วงใยอันใด แต่เป็นเพราะข่าวลือเรื่องที่เธอกับถังจื่อหานช่วยกันพลิกฟื้นผืนดินจนออกผลผลิตงอกงาม แถมยังมี "กองทุนพัฒนาหมู่บ้าน" ที่สามีของเธอเพิ่งได้เลื่อนขั้นและได้รับงบประมาณสนับสนุนมาส่วนหนึ่ง พวกมันคงได้กลิ่นเงินทองและผลประโยชน์ จึงหวังจะใช้ความเป็น "ญาติผู้ใหญ่" มาบีบบังคับฮุบสมบัติทั้งหมดไปครอบครองตามสันดานเดิม ทว่า... ยุค 70-80 นี้ไม่ใช่ยุคที่ใครจะมาปล้นชิงทรัพย์สินของชาวบ้านไปได้ง่ายๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเจ้าของบ้านไม่ใช่ "หลินมู่เฟยคนเก่า" ที่อ่อนแอและยอมให้รังแกอีกต่อไปแล้ว! "หึ... ยกให้งั้นหรือ?" มู่เฟยสาวเท้าก้าวเข้าไปหาทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกย่างก้าวกลับสร้างแรงกดดันมหาศาลจนสองแม่ลูกต้องถอยร่น "ในเมื่อพวกท่านพูดถึงเรื่องบุญคุณนัก งั้นเรามาเคลียร์กันให้ชัดเจนดีไหมล่ะว่า ตลอดสิบปีที่ผ่านมา หลังจากพ่อแม่ฉันเสียชีวิตลง พวกท่านสูบเลือดสูบเนื้อตระกูลหลิวไปเท่าไหร่ ข้าวสารกี่กระสอบ เงินสะสมกี่หยวนที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้ฉันเป็นค่าเล่าเรียนและค่ารักษาพยาบาล... มันหายไปอยู่ในกระเป๋าของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของพวกท่านหมดใช่ไหม!" "แก... นังเด็กปากดี!" ป้าสะใภ้หลิวหน้าตาตื่นตระหนกเมื่อความลับสีเทาถูกขุดคุ้ยขึ้นมากลางวง นางพยายามจะพุ่งเข้ามาตบสั่งสอนเด็กสาวผู้ก้าวร้าว "ฉันจะสั่งสอนแกแทนพ่อแม่แกเอง! วันนี้ต่อให้สามีทหารยศสูงของแกกลับมา ก็ช่วยแกไม่ได้หรอก!" *หมับ!* มือเรียวบางของมู่เฟยยื่นออกไปคว้าข้อมือของป้าสะใภ้หลิวไว้ได้อย่างแม่นยำราวกับคีมเหล็ก ปลายนิ้วกดลงบนจุดชีพจรที่ทำให้แขนข้างนั้นชาหนึบในทันที นางไม่ได้ใช้กำลังมากมาย แต่เป็นเทคนิคการกดจุดที่เรียนรู้มาจากตำราแพทย์โบราณในมิติ ป้าสะใภ้หลิวอ้าปากค้าง ร้องโودไม่ออกเนื่องจากความเจ็บปวดแปลบที่แล่นพล่านขึ้นมาถึงข้อศอก "จำไว้..." เสียงหวานใสกังวานกังสดาลแต่เย็นยะเยือกเอ่ยกระซิบชิดริมหูของหญิงวัยกลางคน "ฉันไม่ใช่คนเดิมที่พวกท่านจะมาตบตีหรือรีดไถได้ตามใจชอบอีกแล้ว ที่ดินสามหมู่ตรงนั้นมีตราประทับของทางการ และบ้านหลังนี้ก็สร้างขึ้นด้วยหยาดเหงื่อแรงกายของฉันกับสามี หากใครยังกล้าบังอาจเอ่ยปากเรื่องฮุบสมบัติอีกแม้แต่คำเดียว... ฉันจะทำให้พวกท่านไม่มีแผ่นดินจะซุกหัวนอนในคอมมูนนี้เลยคอยดู!" "โอ๊ยๆๆ! ปล่อยนะ! นังสารเลว มือหักแล้ว! ช่วยด้วย! ฆ่าคนตายแล้ว!" ป้าสะใภ้หลิวแผดเสียงร้องโหยหวนดั่งหมูถูกตอน หลิวจินฮวาเห็นแม่ตัวเองท่าไม่ดีก็กรีดร้องลั่นบ้านวิ่งวุ่นไปมาด้วยความตกใจ ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังชุลมุนและเดือดพล่านถึงขีดสุดนั้นเอง... *แอ๊ด...* ประโยคสนทนาอันเกรี้ยวกราดถูกขัดจังหวะลงด้วยเสียงเปิดประตูรั้วหน้าบ้านที่ดังขึ้นอย่างแผ่วเบา ทว่ากลับทรงพลังพอที่จะทำให้ทุกคนในห้องชะงักงัน ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่รีดเรียบกริบ ก้าวเข้ามาในลานบ้านด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและเงียบเชียบ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวกับสลักขึ้นจากหินผาฉายแววเคร่งขรึม ไร้ซึ่งรอยยิ้ม ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยสายตาที่เย็นชาจนน่ากลัว อุณหภูมิรอบตัวราวกับดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็งในพริบตา ถังจื่อหานกลับมาถึงแล้ว... และเขาก็ยืนฟังทุกคำพูดของสองแม่ลูกเมื่อครู่ตั้งแต่อย่างเงียบเชียบ! ชายหนุ่มถอดถุงมือสีขาวออกอย่างใจเย็น โยนมันลงบนโต๊ะไม้ข้างประตูก่อนจะก้าวเข้ามาโอบเอวบางของภรรยาเข้าหาตัวด้วยท่าทีแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน สายตาดุดันกวาดมองป้าสะใภ้หลิวและหลิวจินฮวาที่ตัวสั่นงันท่ามกลางบรรยากาศอันน่าอึดอัด "ภรรยาผมบอกแล้วไม่ใช่หรือ... ว่าห้ามก้าวขาเข้ามาเหยียบที่นี่อีก" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่กดดันจนคนฟังแทบหยุดหายใจ "ดูท่าทาง... กฎของบ้านหลังนี้ พวกท่านคงจะฟังไม่ค่อยเข้าใจสินะครับ" ป้าสะใภ้หลิวหน้าซีดเผือดจนเขียวคล้ำ ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเมื่อเผชิญหน้ากับนายทหารผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดและระเบียบวินัยอย่างถังจื่อหาน นางอ้าปากพะงาบๆ จะแก้ตัว แต่ยังไม่ทันได้เปล่งเสียงใดออกมา... จู่ๆ เสียงเคาะประตูก็จังๆ ดังขึ้นจากด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกนกระหืดกระหอบของเพื่อนบ้านคนหนึ่งที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในลานบ้าน "ผู้กองถัง! คุณหลิน! แย่แล้วครับ! ที่แปลงเกษตรทดลองหลังหมู่บ้าน... จู่ๆ ก็มีคนกลุ่มใหญ่บุกรุกเข้าไปพังรั้ว แถมยังอ้างว่าเป็นเจ้าของที่ดินตัวจริงกำลังจะขนเครื่องจักรเข้ามาไถกลบแปลงสมุนไพรล้ำค่าของพวกคุณหมดแล้ว!" หัวใจของหลินมู่เฟยกระตุกวูบ ทว่าดวงตากลับหรี่แคบลงด้วยความระอุของโทสะที่พุ่งพล่านถึงขีดสุด ไป๋เป่าเปาของแม่ขอส่งกำลังใจให้รี้ดเดอร์ทุกคนผ่านตอนนี้ไปด้วยความสะใจนะคะ!
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศกับสหายร่วมรบในยุคขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%