เซียนเครื่องเทศกับสหายร่วมรบในยุคขาดแคลน•ตอนที่ 3

พบพานท่ามกลางพายุฝน

ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
เสียงคำรามกึกก้องของฟ้าผ่าสะเทือนเลื่อนลั่นดังก้องไปทั่วผืนป่าทึบแห่งมณฑลทางเหนือ หยาดฝนเม็ดโตเริ่มโปรยปรายลงมากระทบเรือนยอดไม้หนาแน่น ก่อนจะทวีความรุนแรงกลายเป็นสายฝนห่าใหญ่ที่กระหน่ำซัดลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา กลิ่นอายของดินชื้นและกลิ่นไอน้ำฝนอบอวลไปทั่วบริเวณ พร้อมกับความมืดครึ้มที่แผ่ขยายเข้ามาปกคลุมผืนป่าราวกับโลกทั้งใบกำลังถูกกลืนกิน หลินมู่เฟยกระชับเสื้อกันฝนพลาสติกสีขุ่นในมือแน่น ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบกายอย่างระแวดระวัง ท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำเช่นนี้ คนปกติย่อมรีบเร้นกายหลบภัยใต้ร่มไม้ใหญ่หรือกลับเข้าหมู่บ้านไปนานแล้ว ทว่าสัญชาตญาณของอดีตเซียนปรุงยาผู้ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วนกลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นคาวเลือดที่เจือจางมากับสายลม กลิ่นโลหะจางๆ ที่ผสมปนเปไปกับกลิ่นดินเปียกชื้น... ไม่ใช่กลิ่นของสัตว์ป่าอย่างแน่นอน ฝ่าเท้าเล็กในรองเท้าบูยางเดินย่ำไปตามโคลนตมอย่างเงียบเชียบที่สุด เธออาศัยพลังจากมิติลับในการพรางไอวิญญาณและกลิ่นอายของตนเอง เพื่อไม่ให้สิ่งมีชีวิตใดล่วงรู้ถึงการมีอยู่ หลินมู่เฟยก้าวข้ามรากไม้ใหญ่ที่บิดเบี้ยว ก่อนที่ดวงตาเรียวรีจะหรี่ลงเมื่อปะทะเข้ากับร่างของใครบางคนที่นอนแน่นิ่งอยู่ใต้พุ่มไม้หนาทึบ ร่างนั้นสวมชุดทหารสีเขียวเข้มที่บัดนี้ชุ่มโชกไปด้วยเลือดและน้ำฝน สีเขียวของเครื่องแบบกลืนไปกับสภาพแวดล้อมเกือบสนิท หากไม่ใช่เพราะสัญชาตญาณอันเฉียบคมของเธอ เกรงว่าคงมองข้ามร่างที่ไร้เรี่ยวแรงนี้ไปแล้ว หลินมู่เฟยไม่ลังเลแม้แต่น้อย เธอก้าวเข้าไปใกล้ พร้อมกับคุกเข่าลงข้างกายชายหนุ่มผู้นั้นทันที "เฮ้... ตั้งสติหน่อยค่ะ" เสียงหวานเอ่ยเรียกอย่างระแวดระวัง พร้อมกับใช้นิ้วเรียวแตะลงที่ชีพจรบริเวณลำคอหนา สัมผัสที่ได้ทำให้ขมวดคิ้วมุ่น ชีพจรเต้นอ่อนแอและระคนเร่งรีบ พิษร้ายกำลังกัดกินอวัยวะภายใน ร่างกายของเขาร้อนรุ่มรากกับถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิง ทว่าผิวหนังกลับเย็นเฉียบเนื่องจากสูญเสียเลือดเป็นจำนวนมากและแช่อยู่ท่ามกลางสายฝนที่เย็นยะเยือก เมื่อดวงตาภายใต้แพขนตางอนเงยตวัดมองสำรวจใบหน้าของคนเจ็บ หัวใจของหลินมู่เฟยากกระตุกวูบไปชั่วขณะ ใบหน้านั้นคมคายราวกับถูกแกะสลักด้วยความประณีต แม้จะซีดเซียวไร้สีเลือดและมีคราบโคลนเปรอะเปื้อน แต่สสันกรามคมชัดและคิ้วหนาที่ขมวดเข้าหากันด้วยความเจ็บปวดนั้น กลับสะท้อนความดุดันและเด็ดเดี่ยวออกมาอย่างชัดเจน ยิ่งไปกว่านั้น... โครงหน้าและแววตาที่แม้จะปิดสนิทนี้ กลับคุ้นตาเธอย่างน่าประหลาด ราวกับเงาซ้อนของใครบางคนที่เคยติดอยู่ในห้วงความทรงจำ *ถังจื่อหาน...* ชื่อนี้ผุดขึ้นมาในหัวของเธอโดยอัตโนมัติ นายทหารหนุ่มผู้มีข่าวลือหนาหูในหมู่บ้านว่าเป็นบุรุษผู้เย็นชา ไร้ความรู้สึก และจมอยู่กับบาดแผลจากสนามรบ สามีตามพฤตินัยที่ทางการจัดสรรให้เธอแต่งตั้งแต่อยู่ในร่างเก่า แม้จะยังไม่เคยพบหน้ากันอย่างเป็นทางการเนื่องจากเขาประจำการอยู่แนวหน้า แต่วิญญาณและสัญชาตญาณเตือนเธอว่า บุรุษที่นอนหายใจรวยรินอยู่ตรงหน้านี้ คือคนๆ เดียวกันกับสามีในนามของเธออย่างแน่นอน! "ช่างสรรหาเรื่องเจ็บตัวเสียจริงนะคะ..." หลินมู่เฟยพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงติดจะระอาเล็กน้อย ทว่าแววตากลับฉายแววเด็ดเดี่ยวอย่างรวดเร็ว บาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าท้องถูกแรงระเบิดหรืออาวุธมีคมฉีกกระชากจนเนื้อเปิด เลือดสดๆ ไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย หากปล่อยไว้เช่นนี้อีกไม่เกินสิบนาที ชายหนุ่มผู้นี้คงได้กลายเป็นวิญญาณเฝ้าป่าอย่างแน่นอน ทว่าโชคยังดีที่เธอมี "มิติลับ" และหยาดน้ำทิพย์สวรรค์ติดตัวมาด้วย! หลินมู่เฟยไม่รอช้า เธอใช้ร่างกายของตนเองบังทิศทางจากสายตาภายนอก (แม้รอบกายจะไม่มีใครก็ตาม) ก่อนจะแอบดึงขวดแก้วใบเล็กที่บรรจุ "น้ำทิพย์ชะล้างไขกระดูก" ออกมาจากมิติลับอย่างรวดเร็ว นิ้วเรียวบัดปากขวดออกแล้วกรอกของเหลวใสสะอาดไร้สีกลิ่นลงไปในเรียวปากที่แห้งผากและซีดเซียวของชายหนุ่มทันที "ดื่มเข้าไปค่ะ ถ้าคุณตายตอนนี้ ฉันที่เป็นภรรยาคงต้องกลายเป็นม่ายขันหมากให้คนนินทาทั้งหมู่บ้าน ซึ่งฉันเกลียดความวุ่นวายที่สุด... เพราะฉะนั้น ห้ามตายเด็ดขาดนะคะ" น้ำทิพย์สวรรค์ไหลผ่านลำคอลงไปอย่างรวดเร็ว ราวกับสายธารแห่งชีวิตที่ถูกจุดประกายขึ้นท่ามกลางความมืดมิด เพียงไม่กี่อึดใจ ลมหายใจที่เคยรวยรินและติดขัดก็เริ่มกลับมาสม่ำเสมอขึ้น สีหน้าที่เคยซีดเซียวเริ่มมีเลือดฝาดกลับคืนมาทีละน้อย ทว่าพิษร้ายในร่างกายยังคงต้องใช้เวลาขับออกอย่างเร่งด่วน หลินมู่เฟยไม่รอช้า เธอฉีกชายเสื้อทหารของเขาออกอย่างไร้ความลังเล เพื่อเปิดเผยบาดแผลที่น่ากลัวเบื้องหน้า เลือดสีดำคล้ำที่บ่งบอกถึงการปนเปื้อนของพิษซึมออกมาจากปากแผล เธอยกมือขึ้นเหนือบาดแผล ไอพลังปราณสีขาวบริสุทธิ์แผ่ออกมาจากปลายนิ้ววับวาว กดลงไปบริเวณจุดชีพจรเพื่อสกัดกั้นการไหลเวียนของโลหิตพิษไม่ให้ลามเข้าสู่หัวใจ เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นบนหน้าผากเนียนของหญิงสาวท่ามกลางสายฝนที่ยังคงกระหน่ำ การใช้พลังปราณในร่างที่ยังไม่ฟื้นฟูเต็มที่ทำให้เธอกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอก ทว่าสมาธิของเธอกลับแน่วแน่มั่นคง ในขณะที่หลินมู่เฟยกำลังงละม่อมกับการรักษาอยู่นั้นเอง... "อืม..." เสียงครางต่ำในลำคอหลุดออกมาจากริมฝีปากของชายหนุ่มที่นอนแน่นิ่ง ดวงตาคมกริบที่เคยปิดสนิทค่อยๆ ปรือเปิดขึ้นอย่างช้าๆ ม่านตาที่ไหวระริกสะท้อนภาพใบหน้าอันงดงามของหญิงสาวที่อยู่ใกล้แค่คืบ หยาดน้ำฝนเกาะพราวบนแพขนตางอนและแก้มเนียน เสื้อผ้าเปียกชุ่มแนบเนื้อ เผยให้เห็นสัดส่วนบอบบางแต่มั่นคง แววตาคู่นั้นไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความมุ่งมั่นและประกายบางอย่างที่เฉียบคมจนน่าประหลาดใจ ถังจื่อหานกะพริบตาเพื่อปรับโฟกัส ความเจ็บปวดที่แผลทุเลาลงอย่างน่าอัศจรรย์ ทว่าความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดที่แผ่ซ่านมาจากปลายนิ้วเรียวของหญิงสาวกลับเด่นชัดยิ่งกว่า สมองอันชาญฉลาดและผ่านศึกมาโชกโชนประเมินสถานการณ์ในเสี้ยววินาที เขารู้ตัวดีว่าอาการบาดเจ็บของตนเองสาหัสเพียงใด และไม่มีทางรอดชีวิตด้วยสมุนไพรชาวบ้านธรรมดาแน่นอน ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกันแน่? ทำไมถึงมาอยู่ในป่าลึกยามพายุเข้า? และทำไม... แววตาคู่นั้นถึงทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขาเกิดความรู้สึกสั่นไหวขึ้นมาได้? ถังจื่อหานพยายามขยับตัว ทว่าแขนแกร่งกลับถูกมือเล็กเรียวของหลินมู่เฟยกดเอาไว้ด้วยแรงอันน่าทึ่ง "อย่าเพิ่งขยับค่ะ!" เสียงหวานเอ็ดเบาๆ แต่เฉียบขาด ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนเขาอย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าไม่อยากให้แผลปริจนไส้ทะลักออกมาจริงๆ นอนนิ่งๆ ให้ฉันจัดการเสียดีๆ ค่ะ นายทหารถัง" ถังจื่อหานชะงักไปเล็กน้อย มุมปากหยักลึกกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่ยากจะคาดเดา ท่ามกลางความหนาบเหน็บของสายฝนและกลิ่นคาวเลือด กลับมีกลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไม้ป่าลอยวนเวียนอยู่ปลายจมูก... กลิ่นที่มาจากตัวของหญิงสาวตรงหน้า เขานอนมองใบหน้าของภรรยาในนามเงียบๆ โดยไม่ปริปากบ่นสักคำ ปล่อยให้เธอดูแลรักษาแผลของเขาตามใจชอบ สายตาดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความลุ่มลึกและอบอุ่นอย่างประหลาด ยามที่ปลายนิ้วอุ่นๆ ของเธอลูบผ่านผิวเนื้อใกล้บาดแผล หัวใจที่ด้านชามานานนับปีกลับเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้งอย่างควบคุมไม่ได้ ทว่า ในขณะที่บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองกำลังก่อตัวเป็นความเงียบสงบอันชวนพิศวง ทันใดนั้นเอง... *กรอบแกรบ!* เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้นแผ่วเบามาจากพุ่มไม้หนาทึบเบื้องหลัง ท่ามกลางเสียงสายฝนที่ซัดสาด หลินมู่เฟยและถังจื่อหานชะงักกุนพร้อมกันในเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบของนายทหารหนุ่มเปลี่ยนเป็นประกายสังหารทันที ขณะที่หลินมู่เฟยหรี่ตาลงอย่างเย็นเยียบ รังสีอำมหิตสายหนึ่งพุ่งตรงเข้ามาจากความมืดมิด พร้อมกับเงาดำทะมัดทะแมงสามร่างที่ค่อยๆ ก้าวออกมาจากม่านฝน พร้อมประกายวาววับของมีดสั้นในมือที่สะท้อนกับแสงสายฟ้า! ************************************** ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ซือฝูคนสวยของเรานะคะ!
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศกับสหายร่วมรบในยุคขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%