สถาปนิกเงาเคียงเงาจันทร์•ตอนที่ 5

เงาสะท้อนจากอดีต

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
เสียงกระดาษไขแผ่นบางที่ถูกกรีดด้วยใบมีดคัตเตอร์คมกริบ ดังเสียดแท่นความเงียบงัดในห้องทำงานสถาปนิกยามวิกาล รวินท์ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองแสงไฟจากหน้าจอแท็บเล็ตที่กะพริบเตือนข้อความเข้าเป็นครั้งที่สี่ เขายังคงจดจ่ออยู่กับการเทียบสเกลแปลนโครงสร้างของ "โปรเจกต์มูนไลท์" โครงการอสังหาริมทรัพย์มูลค่าหลายหมื่นล้านที่บิดามผู้ล่วงลับเคยทิ้งรอยด่างพร้อยไว้ในอดีต บนโต๊ะทำงานไม้สักทองเนื้อแน่น มีซองเอกสารสีน้ำตาลเข้มปั๊มตราครั่งลับเฉพาะของสำนักงานทะเบียนที่ดินเก่า วางทับอยู่บนกองแบบแปลนโครงสร้างตึกระฟ้า กลิ่นอายของกระดาษเก่าและหมึกพิมพ์โบราณลอยคละคลุ้ง ผสมผสานกับกลิ่นกาแฟดำที่เย็นชืดมาหลายชั่วโมง "คุณไม่ควรขุดคุ้ยเรื่องนี้ต่อ รวินท์" เสียงทุ้มต่ำและคุ้นเคยดังขึ้นจากมุมมืดริมหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ศิลา berdiri (ยืน) กอดอกพิงกรอบหน้าต่างอยู่ตรงนั้น ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ แสงไฟนีออนจากตึกสูงเบื้องล่างสะท้อนเงากระทบดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่แฝงไว้ด้วยความระแวดระวังอย่างเต็มเปี่ยม รวินท์วางคัตเตอร์ลงช้าๆ เขาเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย แววตาของสถาปนิกหนุ่มเยือกเย็นไร้คลื่นอารมณ์ ราวกับผิวน้ำในคืนไร้จันทร์ "ทำไมล่ะครับคุณศิลา กลัวว่าความจริงที่พ่อของคุณกับพ่อของผมร่วมมือกันซุกไว้ใต้พรมคอนกรีตเสริมเหล็กนั่น จะพังทลายอาณาจักรที่คุณกำลังพยายามกอบกู้ด้วยเลือดเนื้อหยดสุดท้ายหรือไง" ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความขมขื่น เขาเดินช้าๆ เข้ามาใกล้แสงไฟบนโต๊ะทำงาน เผยให้เห็นรอยคล้ำใต้ดวงตาที่บ่งบอกถึงการอดนอนมาหลายคืนติดต่อกัน "คุณมันดื้อรั้นอย่างไร้เดียงสา รวินท์... คุณคิดว่าคุณกำลังตามหาความยุติธรรมในงานสถาปัตยกรรม แต่ความจริงที่คุณกำลังถืออยู่ในมือต่างหาก ที่จะฆ่าคุณทั้งเป็น" ศิลาก้มลงใช้ปลายนิ้วแตะที่มุมซองเอกสารสีน้ำตาล ปลายเล็บของเขาสั่นเล็กน้อยโดยที่เจ้าตัวพยายามควบคุมมันอย่างสุดความสามารถ "เอกสารแผ่นนั้นไม่ได้บอกแค่ว่าเสาเข็มต้นไหนถูกลดสเปก แต่มันบอกด้วยว่า... ใครเป็นคนเซ็นอนุมัติให้ใช้วัสดุต่ำกว่ามาตรฐาน ในวันที่ตึกถล่มลงมาทับคนงานสิบสองชีวิต" หัวใจของรวินท์กระตุกวูบ แต่ใบหน้าของเขายังคงนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินอ่อน ความหนาแน่นของอากาศในห้องดูเหมือนจะลดลงชั่วขณะเมื่อความจริงเริ่มบีบรัดเข้ามาใกล้ ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างพวกเขาทั้งสองคน มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาหวิวเป็นเพื่อน รวินท์ดึงซองเอกสารเข้ามาใกล้ตัว นิ้วเรียวยาวแกะเชือกสีขาวที่พันรอบกระดุมกระดาษออกอย่างใจเย็น แม้หัวใจข้างในจะเต้นระรัวด้วยความเร่งเร้าทางอารมณ์ เขาหยิบแผ่นกระดาษพิมพ์ดีดเก่าๆ ที่เหลืองกรอบตามกาลเวลาขึ้นมาอ่าน ลายมือชื่อที่ปรากฏอยู่มุมล่างขวาของเอกสารฉบับนั้น ทำให้ลมหายใจของสถาปนิกหนุ่มสะดุดกึก มันไม่ใช่ลายมือของพ่อเขา... แต่เป็นลายมือของคนที่รวินท์ไว้ใจที่สุดในสำนักงานสถาปนิกแห่งนี้ และเป็นชื่อที่เชื่อมโยงโดยตรงกับตระกูลของศิลา "พริมโรสไม่ได้ส่งแค่ข่าวมาให้คุณสินะ" รวินท์เงยหน้าขึ้นมองศิลาอีกครั้ง นัยน์ตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความโกรธกรำที่ถูกซ่อนภายใต้หน้ากากความสุขุม "เธอส่งหลักฐานชิ้นนี้ให้ผม เพราะรู้ว่ามีแต่คุณกับผมเท่านั้นที่จะหยุดวงจรอุบาทว์นี้ได้" "พริมโรสกำลังเล่นกับไฟ และคุณก็กำลังเดินเข้ากองเพลิงตามเธอไป" ศิลาโน้มตัวลงมาใช้มือทั้งสองข้างค้ำโต๊ะทำงาน สายตาของทั้งคู่ประจันหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร พลังงานดิบเถื่อนทางอารมณ์และความดึงดูดทางจิตวิญญาณปะทะกันอย่างรุนแรงในพื้นที่แคบๆ นี้ "คุณคิดว่าบริษัทอสังหาฯ ของผมรอดมาได้จนถึงทุกวันนี้เพราะอะไร? เพราะความสะอาดบริสุทธิ์ของงานออกแบบงั้นเหรอ? เปล่าเลย... ผมต้องยอมแลกทุกอย่าง แม้กระทั่งการปกปิดความเน่าเฟะที่พวกเขาก่อไว้ เพื่อให้คนนับร้อยยังมีงานทำ!" "แต่ความถูกต้องมันซื้อไม่ได้ด้วยผลกำไรนะครับ ศิลา!" รวินท์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาเฉียบคมบาดลึกราวกับใบมีด "ถ้าสถาปัตยกรรมมันไร้ซึ่งจริยธรรม ตึกพวกนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับโลงศพคอนกรีตดีๆ นี่เอง" ก่อนที่ศิลาจะได้เอ่ยคำใดโต้แย้ง เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดที่ถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างเพรียวของพริมโรสพุ่งพรวดเข้ามาในห้อง สีหน้าของเธอซีดเผือดจนไร้เลือดฝาด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด "พวกคุณต้องดูนี่..." พริมโรสวางแท็บเล็ตเครื่องใหมลงบนกองแบบแปลน หน้าจอแสดงผลภาพวิดีโอวงจรปิดจากไซต์ก่อสร้างโปรเจกต์มูนไลท์เมื่อสิบนาทีที่แล้ว ภาพในจอเผยให้เห็นเงาร่างของบุคคลปริสนาในชุดคลุมสีดำ กำลังใช้ค้อนปอนด์ทุบทำลายฐานเสาหลักโซน A ของอาคารที่เพิ่งเทคอนกรีตเสร็จ ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างหนักหน่วง และที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่านั้นคือ... บนหน้าจอแสดงพิกัดแบบเรียลไทม์ว่า แรงสั่นสะเทือนจากการทุบทำลายนั้นกำลังส่งผลให้โครงสร้างหลักทั้งหมดเกิดรอยร้าวลามไปถึงชั้นบนสุด ซึ่งเป็นจุดที่พวกเขากำลังยืนอยู่! พื้นห้องใต้เท้าของพวกเขากำลังสั่นสะเทือนเบาๆ เสียงลั่นของเหล็กเส้นที่รับน้ำหนักไม่ไหวเริ่มดัง "เอี๊ยด..." แو่วมาจากเพดาน ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านปมความลับในบทนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกเงาเคียงเงาจันทร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%