“ถ้าคุณจะแก้แบบด้วยความอคติส่วนตัวแบบนี้ ผมว่าเราคงไม่ต้องคุยกันต่อให้เสียเวลาหรอกครับคุณศิลา”
รวินท์วางดินสอเขียนแบบลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเสียงดัง *กึก* เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาคมกริบจ้องมองอีกฝ่ายราวกับจะกรีดผ่านผิวหน้ากากที่ดูไร้อารมณ์นั่นให้แตกสลาย
ศิลาไม่ได้โต้ตอบในทันที เขายังคงก้มหน้าอยู่กับกองเอกสารงบประมาณที่วางระเกะระกะอยู่เต็มโต๊ะทำงาน แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะทอดเงาเป็นเส้นยาวบนใบหน้าของเขา ทำให้รอยคล้ำใต้ดวงตาดูชัดเจนขึ้นกว่าปกติ ชายหนุ่มผู้กุมชะตาของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่กำลังสั่นคลอนถอนหายใจยาว ก่อนจะเงยหน้าขึ้น สายตาของเขาไม่ได้เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างที่รวินท์คาดหวัง แต่มันคือความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็น
“ถ้าคุณมองว่าการลดงบประมาณเหล็กโครงสร้างในส่วนของระเบียงรับแสงคืออคติ งั้นผมคงต้องถามกลับว่า คุณเคยมองดูตัวเลขขาดทุนในไตรมาสล่าสุดบ้างไหม รวินท์” ศิลาพูดพลางเลื่อนกระดาษแผ่นหนึ่งไปตรงหน้าอีกฝ่าย “เราไม่ใช่ศิลปินที่ทำงานในสตูดิโอส่วนตัว เรากำลังพยุงซากตึกที่กำลังจะถล่มลงมาทับคนทั้งบริษัท... อุดมการณ์ของคุณมันสวยหรู แต่ถ้ามันแลกมาด้วยการเลิกจ้างพนักงานสามร้อยชีวิต คุณจะยังเรียกมันว่าความถูกต้องอยู่หรือเปล่า”
รวินท์ชะงักไป คำพูดนั้นไม่ได้ประชดประชัน แต่มันคือความจริงที่หนักอึ้งราวกับภูเขา ศิลาไม่ได้ตอบโต้ด้วยความสะใจ แต่เขากำลัง 'แบก'
สายตาของรวินท์กวาดผ่านตัวเลขในรายงานทางการเงินที่วางอยู่บนโต๊ะ มันไม่ใช่ตัวเลขที่ถูกตกแต่งเพื่อความสวยงามอย่างที่เขาเคยปรามาสไว้ในตอนแรก แต่มันคือบันทึกความล้มเหลวที่ศิลาพยายามดิ้นรนแก้ไขเพียงลำพัง ในวินาทีนั้นเอง รวินท์สังเกตเห็นรายละเอียดเล็กน้อยที่เขามองข้ามไปมาตลอดหลายสัปดาห์... บนขอบกระดาษเหล่านั้นมีรอยจดบันทึกด้วยลายมือที่ยุ่งเหยิง เป็นตัวเลขการคำนวณซ้ำๆ เพื่อหาจุดกึ่งกลางระหว่าง 'งบประมาณที่ประหยัดที่สุด' กับ 'ความปลอดภัยที่ยอมรับได้'
รวินท์เพิ่งเข้าใจว่า ศิลาไม่ได้ต้องการทำลายดีไซน์ของเขาเพียงเพราะเกลียดความสมบูรณ์แบบ แต่ศิลากำลัง 'ต่อรอง' กับความตายของบริษัท
“ทำไมคุณถึงไม่บอกผมตรงๆ” รวินท์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงเบาลงแต่ยังคงความกังวานของความสงสัย “ทำไมต้องปล่อยให้ผมคิดว่าคุณคือคนหน้าเงินที่เห็นกำไรดีกว่าชีวิตคน”
ศิลายิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ปราศจากความสมเพช มีเพียงความอ่อนแรง “ในฐานะนักบริหาร ผมไม่มีหน้าที่ต้องอธิบายความลำบากใจให้ศิลปินฟัง หน้าที่ผมคือการหาทางออกที่ดีที่สุดภายใต้ข้อจำกัดที่ห่วยแตกที่สุด และถ้าต้องสวมบทตัวร้ายเพื่อให้งานของคุณเสร็จสมบูรณ์โดยที่บริษัทไม่พังทลาย ผมก็ยินดี”
บทสนทนาหยุดลงเพียงเท่านั้น ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่กดทับบรรยากาศภายในห้องสถาปนิก รวินท์ยืนนิ่ง สายตาของเขามองไปที่แบบร่างโครงสร้างอาคารชิ้นเดิม ที่ตอนนี้เขามองเห็นมันในมุมที่ต่างออกไป เขาเห็นร่องรอยการพยายามรักษาลายเซ็นงานออกแบบของเขาไว้ ในขณะที่ศิลาต้องตัดทอนส่วนเกินออกเพื่อประคองกระแสเงินสด
ทว่าในขณะที่ความตึงเครียดกำลังเปลี่ยนทิศทาง เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินข้างนอก ก่อนที่ประตูห้องทำงานจะถูกผลักออกโดยไม่มีการเคาะ
พริมโรสยืนอยู่ตรงนั้น ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลที่ดูเปื้อนฝุ่น ใบหน้าของเธอเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับเต็มไปด้วยประกายของความลับที่รอการเปิดเผย
“ฉันคงมาผิดจังหวะสินะคะ แต่ก็นะ... ดูเหมือนความลับที่พวกคุณกำลังซ่อนไว้ในโปรเจกต์มูนไลท์ จะไม่ได้มีแค่เรื่องงบประมาณแล้วล่ะ”
เธอโยนซองเอกสารลงบนโต๊ะ เสียงกระดาษที่กระทบพื้นผิวไม้ดังสนั่นท่ามกลางความเงียบ รวินท์เอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาเปิดออก ทันทีที่เขาสัมผัสกับภาพถ่ายใบแรก ลมหายใจของเขาก็สะดุดกึก มันไม่ใช่พิมพ์เขียวของโครงการ แต่มันคือภาพถ่ายของบุคคลคนหนึ่งที่เขาพยายามลืมไปตลอดกาล... คนที่ควรจะเสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่เหตุการณ์ทุจริตในตระกูลเมื่อสิบปีก่อน
รวินท์เงยหน้ามองศิลาที่บัดนี้ใบหน้าถอดสีราวกับเห็นผี ศิลาไม่ได้มองเอกสาร แต่เขามองไปที่รวินท์ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากความเฉยเมย กลายเป็นความหวาดหวั่นที่ไม่อาจซ่อนได้มิด
“คุณรู้จักคนในรูปนี้ใช่ไหม รวินท์” พริมโรสถามพลางหรี่ตา “และผมคิดว่า... คุณเองก็มีความลับที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ใช่ไหมครับคุณศิลา”
ความเงียบเข้าครอบงำอีกครั้ง ความขัดแย้งของคนทั้งสองที่เคยคิดว่าคือศัตรูทางความคิด บัดนี้กลับถูกพันธนาการด้วยความจริงที่กำลังจะพังทลายทุกอย่างลงในชั่วพริบตา
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านปมความลับในบทนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
สถาปนิกเงาเคียงเงาจันทร์•ตอนที่ 4
มุมมองที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกเงาเคียงเงาจันทร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!