สถาปนิกเงาเคียงเงาจันทร์•ตอนที่ 3

พายุในห้องประชุม

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
เสียงโลหะกระทบพื้นปูนซีเมนต์ดิบดังขึ้นครั้งเดียวก้องกังวานในโถงสำนักงานร้าง ก่อนที่เงาร่างของชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีเข้มสามนายจะเคลื่อนตัวผ่านกรอบประตูเข้ามาอย่างเป็นระเบียบ ทว่าไร้ซึ่งสุ้มเสียงฝีเท้า บรรยากาศภายในห้องประชุมโปรเจกต์ "มูนไลท์" ถูกบีบอัดลงทันทีราวกับออกซิเจนถูกสูบออกจนหมดสิ้น รวินท์ไม่ได้หันไปมองกลุ่มชายชุดดำเหล่านั้น สายตาของเขายังคงตรึงอยู่บนพิมพ์เขียวโครงสร้างบนโต๊ะไม้สักตัวใหญ่ รอยพับของกระดาษแผ่นนั้นยับยู่ยี่จากแรงกดของนิ้วมือที่กำเข้าหากันจนข้อต่อขึ้นสีขาว ร่างโปร่งในชุดสูทสีชาคริตยืนนิ่งสงบ แต่ลมหายใจที่ผ่อนเข้าออกอย่างสม่ำเสมอกลับสะท้อนถึงคลื่นความเร่าร้อนของอุดมการณ์ที่กำลังแผดเผาอยู่ภายใน "คุณกำลังเล่นเกมที่อันตรายเกินกว่าจะถอยหลังกลับแล้วนะ ศิลา" รวินท์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ ทว่าคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงบนผืนผ้าไหม ศิลานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังสีดำ องศาการทิ้งน้ำหนักตัวของนักบริหารหนุ่มแสดงถึงความเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมปลาบภายใต้กรอบแว่นโลหะราคาแพงกวาดมองสถาปนิกหนุ่มตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ระหว่างความชื่นชมระคนรังเกียจในความดื้อรั้น "เกมเหรอครับ รวินท์... คุณกำลังเข้าใจผิดไปกันใหญ่" ศิลาหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเย็นเยียบ "นี่ไม่ใช่เกม แต่มันคือวิถีชีวิตของคนที่ต้องขับเคลื่อนโลกใบนี้ด้วยตัวเลข และคุณ... สถาปนิกผู้สูงส่ง กลับกำลังพยายามเอาอุดมการณ์กระดาษทิชชูของคุณมาขวางทางรถไฟที่กำลังวิ่งด้วยความเร็วร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง" พริมโรส ซึ่งยืนพิงเสาคอนกรีตอยู่ไม่ไกล ขยับตัวเล็กน้อย แววตาของนักข่าวสาวสืบสวนกวาดมองไปที่กลุ่มชายชุดดำที่ยืนคุมเชิงอยู่ตรงทางเข้า ก่อนจะเหลือบกลับมามองชายทั้งสองคนที่ยืนอยู่ใจกลางความขัดแย้ง เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากแต่ยังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉยไว้ได้ "รถไฟขบวนนั้นไม่ได้กำลังวิ่งไปข้างหน้าหريكหรอครับศิลา แต่มันกำลังพุ่งตกเหว" รวินท์เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรงๆ "เหล็กเส้นเกรด B ที่คุณแอบสั่งนำเข้าจากโรงงานไร้มาตรฐานเมื่อเดือนก่อน... ผลทดสอบแรงดึงของห้องปฏิบัติการอิสระส่งตรงถึงมือผมเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้แล้ว คุณคิดจริงๆ หรือว่าตึกสูงห้าสิบชั้นบนแผ่นดินไหวโซนซีนี้ จะยืนหยัดอยู่ได้ด้วยตัวเลขกำไรในบัญชีของคุณ?" ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ ศิลาชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากจางหายไปแทนที่ด้วยแววตาที่หรี่แคบลง ความกดดันในอากาศเพิ่มสูงขึ้นจนแทบจะสัมผัสได้ด้วยปลายนิ้ว ชายชุดดำคนกลางขยับมือเข้าใกล้สาบเสื้อสูทด้านในโดยสัญชาตญาณ "คุณนี่มัน... มุ่งมั่นจนน่ารำคาญจริงๆ รวินท์" ศิลาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายของเขาสูงใหญ่ไม่แพ้กัน ทำให้เกิดแรงปะทะทางจิตวิทยาระหว่างคนสองคนที่ยืนเผชิญหน้ากันในระยะประชิด "คุณคิดว่าโลกนี้ขับเคลื่อนด้วยอะไร? ความฝันเหรอ? ภาพร่างสวยหรูที่ทำให้คนซื้อตึกรู้สึกเหมือนได้แตะต้องดวงจันทร์? ตื่นเถอะครับ ถ้าโปรเจกต์นี้ล้มละลาย พนักงานสองร้อยชีวิตในบริษัทผมต้องตกงาน หนี้สินหลายพันล้านจะทับถมคนนับร้อย... และคุณคิดว่าความบริสุทธิ์ผุดผ่องของคุณ จะช่วยพวกเขากินอิ่มนอนหลับได้งั้นเหรอ?" "ความบริสุทธิ์ผุดผ่องของผมอาจจะกินไม่ได้ครับศิลา" รวินท์ก้าวเข้าไปประชิดอีกหนึ่งก้าว ดวงตาสีเข้มฉายแววเด็ดเดี่ยวอย่างไร้ความกลัว "แต่มันก็ไม่เคยฆ่าใคร! ต่างจากความโลภที่ถูกซ่อนไว้ใต้พรมราคาแพงของคุณ ที่กำลังจะกลายเป็นสุสานของคนนับพันในอนาคตอันใกล้นี้!" บรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุด พริมโรสสูดหายใจเข้าลึกเตรียมจะก้าวเข้ามาแทรกกลางความขัดแย้ง แต่ก่อนที่ใครจะได้ทันขยับตัว เสียงกริ่งเตือนภัยไฟไหม้แบบเจาะจงโซนก็ดัง "กริ๊ง!" แหลมสูงบาดแก้วหูขัดจังหวะการปะทะคารม ไม่ใช่สัญญาณเตือนภัยปกติ ไฟฉุกเฉินสีแดงเพดานเริ่มกะพริบเป็นจังหวะ และในวินาทีนั้นเอง หน้าจอโทรศัพท์มือถือของศิลาที่วางอยู่บนโต๊ะก็สั่นครืดขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากระบบรักษาความปลอดภัยส่วนกลาง ศิลาเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ แววตาเยือกเย็นที่เคยควบคุมสถานการณ์ได้ตลอดเวลากลับไหววูบลงชั่วพริบตา เขารีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดู ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองรวินท์ด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—ไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยวอีกต่อไป แต่เป็นความตกตะลึงระคนหวาดระแวง "มีคน... กำลังส่งไฟล์เอกสารลับทั้งหมดของมูลนิธิการกุศลโครงสร้าง ไปให้สำนักข่าวและกรมโยธาธิการ... ในวินาทีนี้" ศิลาพึมพำออกมาด้วยเสียงอันแผ่วเบา รวินท์เลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปากถามอะไร พริมโรสที่ก้มมองแท็บเล็ตในมือของเธอก็เบิกตากว้างขึ้นด้วยความตกใจยิ่งกว่า "ไม่ใช่แค่ส่งไปหน่วยงานรัฐค่ะ..." เสียงของพริมโรสสั่นเครือเล็กน้อยขณะเงยหน้าขึ้นมองรวินท์และศิลา "แต่ตอนนี้... บัญชีธนาคารลับที่ใช้ถ่ายโอนเงินใต้โต๊ะของโปรเจกต์มูนไลท์ กำลังถูกแฮกและเปิดเผยข้อมูลแบบเรียลไทม์ผ่านจอ LED ขนาดยักษ์ที่สี่แยกกลางเมืองแล้วค่ะ!" --- ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านพายุอารมณ์ในบทนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกเงาเคียงเงาจันทร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%