กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟลาเต้ร้อนยังไม่ทันได้เยียวยาสติสัมปชัญญะที่กระจัดกระจายจากเหตุการณ์เมื่อคืน เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าอย่างเป็นจังหวะสามครั้งก็ตามมาด้วยร่างสูงโปร่งของธันวา เจ้าของฉายา 'สถาปนิกน้ำแข็งแห้ง' ประจำบริษัท เขาก้าวเข้ามาในพื้นที่ทำงานชั่วคราวของผมด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตาสีเข้มคมกริบคู่นั้นกลับจดจ้องตรงมาที่ผมราวกับกำลังประเมินราคาชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขยะชิ้นหนึ่ง
"ไหนบอกว่าเก่งนักไงครับ... เพิ่งเจอกันรอบแรก ก็รีบหาทางมานอนทับผมซะแล้วเหรอครับเนี่ย?"
คำพูดเย้าแหย่ที่ทิ้งไว้เมื่อคืนยังดังก้องในโสตประสาท แต่เช้านี้ไม่มีรอยยิ้มมุมปากแบบนั้นอีกแล้ว มีเพียงแฟ้มเอกสารหนาปึกที่ถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานของผมเสียงดัง *ปึก!* จนแก้วกาแฟสั่นสะเทือน
"ยินดีต้อนรับสู่วันทำงานแรกครับ คุณพริม" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมจนคนฟังรู้สึกเหมือนโดนอาบด้วยน้ำแข็งขั้วโลก "และนี่คือของขวัญต้อนรับจากผม... กฎเหล็กสามข้อในการทำงานร่วมกัน"
ผมกะพริบตาปริบๆ ปรับโฟกัสจากความงุนงงเป็นความท้าทายในเสี้ยววินาที ปากเรียวบางยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่นึกเกรงกลัว ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มเอกสารนั้นขึ้นมาเปิดอ่านผ่านๆ
"ไหนดูซิครับ คุณสถาปนิกผู้เย่อหยิ่ง... คุณอุตส่าห์ลงทุนร่างกฎหมายอะไรขึ้นมาให้อีก" ผมอ่านออกเสียงด้วยน้ำเสียงกวนประสาท "ข้อหนึ่ง ห้ามเข้าใกล้พื้นที่โซนออกแบบของผมในระยะสามเมตร ข้อสอง ห้ามแตะต้องแบบร่างหรือปรับแก้ใดๆ ทั้งสิ้นโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อสาม... ถ้าไม่มีเรื่องคอขาดบาดตาย ห้ามพูดกับผมเกินวันละสามประโยค"
ผมหัวเราะในลำคอเบาๆ พับแฟ้มปิดลงแล้วเงยหน้าสบตาอีกฝ่ายตรงๆ "นี่มันกฎสำหรับทำงานร่วมกัน หรือกฎห้ามเข้าใกล้สัตว์ดุร้ายในสวนสัตว์กันแน่ครับเนี่ย?"
ธันวาขยับแว่นสายตาเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาไร้ซึ่งรอยยิ้ม ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจที่เห็นท่าทีไม่สะทกสะท้านของผม
"ผมไม่ได้ล้อเล่นนะครับ คุณพริม" ธันวาโน้มตัวลงมาใช้มือสองข้างเท้าขอบโต๊ะทำงานของผม กลิ่นอายความเป็นผู้ชายและน้ำหอมกลิ่นมินต์จางๆ ลอยปะทะจมูกจนผมต้องเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว "โปรเจกต์นี้เดิมพันด้วยชื่อเสียงของบริษัทผม และผมไม่ต้องการ 'ออแกไนเซอร์สายอีเวนต์' ที่รู้แค่เรื่องจัดดอกไม้กับแสงสี มาทำลายสัดส่วนสถาปัตยกรรมที่ผมใช้เวลาคิดมาเป็นแรมเดือน หน้าที่ของคุณคือจัดงานเปิดตัวตามที่ผมสั่ง ห้ามก้าวก่ายงานออกแบบ... ชัดเจนนะครับ?"
ใกล้เกินไปแล้ว...
ใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากผมไม่ถึงคืบ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณหน้าผากจนผมรู้สึกร้อนผ่าวที่พวงแก้ม แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่จะทำให้ผมก้มหัวให้เขาง่ายๆ
ผมเม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวด้วยความโกรธปนความประหม่า มือเรียวเล็กเอื้อมไปหยิบปากกาหมึกซึมราคาแพงบนโต๊ะของเขาขึ้นมาหมุนเล่นแก้เขิน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสู้สายตาด้วยรอยยิ้มหวานหยดที่เคลือบยาพิษ
"ชัดเจนดีครับ... แต่เสียดายจัง พอดีว่าพริมเป็นคนประเภท 'ชอบสอบตก' เรื่องการทำตามกฎซะด้วยสิครับ" ผมจงใจเน้นเสียงทีละคำ ดวงตาคู่สวยพินิจพิเคราะห์มองแผ่นกระดาษแปลนงานพิมพ์เขียวที่วางอยู่บนโต๊ะข้างๆ แฟ้มเอกสาร "โดยเฉพาะไอ้แบบแปลนเวทีจัดงานตัวนี้... บอกตรงๆ นะครับว่ามันเชยระเบิด การจัดวางโซนที่นั่งแบบนี้แขกผู้ใหญ่จะมองไม่เห็นจอโปรเจกต์เตอร์ฝั่งซ้าย ถ้าคุณยืนกรานจะใช้แบบนี้ งานเปิดตัวบริษัทคุณได้พังไม่เป็นท่าแน่ๆ"
ธันวานัยน์ตาวาวโรจน์ขึ้นมาทันที รังสีความเย็นชาแปรเปลี่ยนเป็นเปลวเพลิงคุโชนในชั่วพริบตา เขาไม่เคยมีใครกล้าวิจารณ์งานออกแบบของเขาต่อหน้าต่อตาแบบนี้มาก่อน ยิ่งเป็นคนที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงด้วยแล้ว ยิ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้
"คุณพริม!" ธันวาเรียกชื่อผมลอดไรฟัน น้ำเสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยความกดดัน "คุณไม่มีสิทธิ์มาวิจารณ์งานของผม นั่นมันขอบเขตของสถาปนิก!"
"แต่มันคือพื้นที่จัดงานของพริมครับ!" ผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนใบหน้าแทบจะชนกับปลายจมูกโด่งเป็นสันของเขา แรงปะทะระหว่างทิฐิและอีโก้ทำให้บรรยากาศรอบตัวคุกรุ่นราวกับมีประจุไฟฟ้าสถิต "ถ้าคุณออกแบบโดยไม่สนว่าหน้างานจริงมันใช้งานได้หรือไม่ได้ ผมต่างหากล่ะครับที่จะต้องเป็นคนแบกหน้าไปขอโทษลูกค้าเพราะความดื้อด้านของคุณ!"
เราต่างจ้องตากันเขม็ง ไม่มีใครยอมหลบสายตา แรงกดดันระหว่างเราพุ่งสูงจนผมแทบจะได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นโครมคราม ทว่าในจังหวะที่สงครามประสาทกำลังดำเนินไปถึงจุดเดือด เสียงฝีเท้าคุ้นเคยก็ดังแทรกเข้ามาพร้อมกับเสียงหัวเราะร่าของเพื่อนสนิทตัวแสบ
"โอ้โห... บรรยากาศยามเช้าที่นี่สดชื่นดีจังเลยนะครับ กลิ่นความรัก เอ๊ย กลิ่นความเกลียดนี่ตลบอบอวลทะลุกระจกออกมาเลยทีเดียว" กวินโผล่พรวดเข้ามาในห้องทำงานพร้อมแก้วกาแฟในมือ สีหน้าเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ "ว่าไงครับธันวา กฎสามข้อที่นายโม้ให้ฉันฟังเมื่อวาน ดูท่าทางจะโดนฉีกตั้งแต่ชั่วโมงแรกแล้วมั้งเนี่ย"
ธันวากัดกรามแน่น ถอยหลังกลับไปตั้งหลักอย่างรวดเร็ว ใบหน้าคมคายกลับมาเรียบสนิทเป็นระเบียบอีกครั้งในเสี้ยววินาที เช่นเดียวกับผมที่รีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่แล้วเชิดหน้าขึ้นทำเป็นมองไปทางอื่น
"นายมาทำอะไรที่นี่ กวิน?" ธันวาเอ่ยถามเสียงเข้ม
กวินยิ้มกริ่ม ชูกระดาษแผ่นหนึ่งในมือขึ้นสูง "อ๋อ พอดีท่านประธานโทรมาสั่งแก้ใขแปลนด่วนน่ะสิ... และบังเอิญมากๆ ที่ท่านประธานบอกว่า ให้ 'คุณพริม' เข้ามามีส่วนร่วมในการปรับแก้แบบแปลนเวทีร่วมกับนายด้วยนะธันวา"
ดวงตาคมกริบของธันวาหันขวับกลับมามองผมทันที ประกายไฟในแววตานั้นระเบิดออกระลอกใหญ่ ขณะที่ผมทำเพียงแค่ยกยิ้มมุมปาก ส่งสายตาท้าทายกลับไปให้อย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า
เกมนี้... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ ครับ
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับตัวอักษรของผม แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
เซฟโซนของคนคลั่งงานกับคิวปิดสายป่วน•ตอนที่ 2
กฎสามข้อที่ต้องพัง
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนคลั่งงานกับคิวปิดสายป่วน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!