"ถ้าแปลนหน้างานจริงถูกสร้างขึ้นมาตามจินตนาการบิดเบี้ยวของคุณ ผมเกรงว่าตึกหลังนี้คงไม่ได้ถล่มแค่โครงสร้างหรอกครับ... แต่มันคงพังทลายลงมาเพราะความไร้รสนิยมด้วยซ้ำ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาของธันวาคมดังแทรกขึ้นกลางห้องประชุมใหญ่ แรงกระแทกของปลายนิ้วเรียวยาวที่เคาะลงบนโต๊ะกระจกนิรساويดัง *ก๊อก ๆ* เป็นจังหวะ ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่สงครามประสาทที่ไม่มีใครยอมใคร
บรรยากาศรอบโต๊ะประชุมตัวยาวอัดแน่นไปด้วยความอึดอัด ชนิดที่ว่าต่อให้จุดไม้ขีดไฟก็คงไม่ติด ทีมงานจากฝั่งออแกไนเซอร์และทีมสถาปนิกต่างกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง เมื่อสองขั้วอำนาจแห่งความหัวรั้นกำลังเผชิญหน้ากัน
พrimสะบัดหน้าขวับ ดวงตากลมโตเป็นประกายวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ เธอยันมือทั้งสองข้างลงกับขอบโต๊ะ โน้มตัวไปข้างหน้าเพื่อลดระยะห่างระหว่างเธอกับสถาปนิกหนุ่มอัจฉริยะผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากจัด
"ถ้าคุณธันวาใช้สมองซีกซ้ายที่มีแต่เส้นตารางเรขาคณิตลองคิดนอกกรอบดูสักนิด ก็คงจะเข้าใจว่างานอีเวนต์เปิดตัวโปรเจกต์ระดับพันล้าน เขาไม่ได้ต้องการแท่งคอนกรีตน่าเบื่อที่หน้าตาเหมือนเมรุเผาศพหรูหราหรอกนะคะ!" เธอยอกย้อนกลับด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก "เขาต้องการพื้นที่ที่มีชีวิตชีวา มีจิตวิญญาณ และที่สำคัญ... มันต้องเข้าถึงมนุษย์เดินดิน ไม่ใช่หุ่นยนต์คลั่งงานที่วันๆ มองโลกผ่านโมเดล 3D แบบคุณ"
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาหรี่ลงเล็กน้อย เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดฝั่งของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว จนพริมต้องชะתาฝีเท้าถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว แต่ทว่าศักดิ์ศรีมันค้ำคอ เธอจึงเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา ไม่ยอมแพ้ต่อแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากตัวเขา
"หุ่นยนต์เหรอครับ?" ธันวาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากตัวเธอ ลมหายใจอุ่นที่ปะทะกันทำให้หัวใจของพริมกระตุกวูบอย่างหาสาเหตุไม่ได้ "ถ้าผมเป็นหุ่นยนต์ อย่างน้อยผมก็ไม่เคยเอาสไลด์งานขยะที่มีองค์ประกอบศิลป์ระดับเด็กอนุบาลมาเสนอให้ลูกค้าระดับท็อปของประเทศดูหรอกนะครับ"
"นี่คุณ!" พริมกัดฟันกรอด กำปั้นเล็กๆ กำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ "คุณจะดูถูกงานฉันมากเกินไปแล้วนะธันวา!"
"ผมไม่ได้ดูถูกครับ ผมแค่วิจารณ์ตามความจริง... ในฐานะมืออาชีพ" ธันวาตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาสีเข้มฉายแววท้าทาย ชวนให้คนมองอยากจะยื่นมือไปข่วนหน้าหล่อๆ ของเขาให้หายหมั่นไส้ "ถ้าคิดจะทำงานร่วมกับผม เลิกเอาความรู้สึกส่วนตัวมาปะปนกับงาน แล้วกลับไปแก้แปลนโซนต้อนรับใหม่ซะ... เอาให้มันดูสมองมนุษย์ปกติหน่อย ไม่ใช่สนามเด็กเล่นแบบนี้"
พูดจบ ธันวาก็กวาดแฟ้มเอกสารของตัวเองลงกระเป๋าด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง เขาปรายตามองเธอบนลงล่างครั้งหนึ่งก่อนจะหมุนตัวเตรียมเดินออกจากห้องประชุม
เกมนี้... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ ครับ และดูท่าว่าศึกครั้งนี้จะไม่ได้จบลงง่ายๆ แค่การแก้แปลนงานบนกระดาษเสียแล้ว
พริมยืนกำหมัดแน่น มองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินจากไปด้วยความรู้สึกอัดอั้นตันใจ เธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังแผดเผาอก ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงประตูกระจกบานใหญ่ด้านหน้าก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้การเคาะเตือน
ร่างสูงโปรดของกวิน เพื่อนสนิทตัวแสบของธันวา ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มกริ่มพราวเสน่ห์ในแบบฉบับของเพลย์บอยตัวพ่อ สายตาเจ้าเล่ห์กวาดมองคนทั้งสองสลับกันไปมาด้วยความสนุกสนาน ราวกับกำลังชมละครฉากใหญ่
"อุ๊ย... ผมขัดจังหวะอะไรสวีทๆ ของคู่รัก... เอ๊ย คู่กัดคู่นี้หรือเปล่าครับเนี่ย?" กวินเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ก่อนจะหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาโชว์หน้าจอให้ทุกคนในห้องเห็น "พอดีท่านประธานเพิ่งโทรมาแจ้งด่วนน่ะครับ... ว่าโปรเจกต์นี้ เปลี่ยนแผนกะทันหัน ให้คุณธันวาและคุณพริม... ต้องย้ายไป ‘กักตัว’ เวิร์กชอปด้วยกันที่รีสอร์ตส่วนตัวที่หัวหิน เป็นเวลาหนึ่งเต็มๆ เริ่มเย็นนี้เลยครับ!"
สิ้นคำพูดนั้น รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าของธันวาชะงักค้างทันที ขณะที่ดวงตากลมโตของพริมเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจสุดขีด
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับผมในตอนนี้นะครับ
เซฟโซนของคนคลั่งงานกับคิวปิดสายป่วน•ตอนที่ 3
สมรภูมิในห้องประชุม
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนคลั่งงานกับคิวปิดสายป่วน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!