ท่านอ๋องอย่าร้าย...ข้าแค่ทะลุมาเป็นหมอ•ตอนที่ 3

ตบหน้าแม่เลี้ยงใจร้าย

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
"สมุดบัญชีรายรับรายจ่ายสามเล่มนี้ หากท่านแม่เลี้ยงยังยืนกรานว่าข้าเป็นผู้ล้างผลาญทรัพย์สินในจวนแม่ทัพ เหตุใดลายมือที่ลงนามเบิกเบี้ยหวัดและค่าใช้จ่ายประจำเดือน จึงเป็นลายมือของบ่าวไพร่ห้องเครื่องผู้ภักดีต่อเรือนเอกเล่าครับ" เสียงกังวานใสทว่าราบเรียบราวน้ำในบึงลึกของหลินซูเหยา ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงใหญ่ของจวนแม่ทัพ บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความกดดันจนแทบหยุดหายใจ กลิ่นกำยานราคาแพงที่ลอยอวนอยู่ในอากาศไม่สามารถกลบเกลื่อนความตึงเครียดที่แผ่ซ่านออกมาจากสายตาของทุกผู้คนที่นั่งอยู่ ณ ที่นั้นได้ ฮูหยินรองซ่งกำผ้าเช็ดหน้าปักลายดอกโบตั๋นในมือแน่นจนข้อพระเนตรขาวซีด นางพยายามฝืนปั้นยิ้มเยือกเย็น กลบเกลื่อนความร้อนรนที่กำลังตีตื้นขึ้นมาจุกอก "ซูเหยา... เจ้าเด็กคนนี้ เหตุใดจึงกล่าวหาแม่เช่นนี้เล่า สมุดบัญชีพวกนั้นย่อมมีข้อผิดพลาดได้ บ่าวไพร่เขียนผิดย่อมเป็นธรรมดา เจ้าเพิ่งฟื้นไข้ เหตุใดจึงระแวงคนในบ้านเดียวกันเช่นนี้" หลินซูเหยายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มของนางงดงามดั่งบุปผาแรกแย้มทว่ากลับเหน็บหนาวเสียจนผู้พบเห็นต้องลอบกลืนน้ำลาย นางก้าวเท้าช้าๆ บนพรมปูพื้นเนื้อดี เสียงฝีเท้าที่กระทบพื้นไม้ราวน้ำหนักของค้อนพิพากษาที่ตอกย้ำลงบนความโลภที่ถูกซ่อนเร้นมานานปี "ผิดพลาดหรือครับท่านแม่เลี้ยง" ศัลยแพทย์อัจฉริยะกวาดสายตาคมกริบดั่งใบมีดผ่าตัดไปยังตัวเลขที่ถูกขูดลบและเขียนทับด้วยหมึกคนละเฉด "การเบิกค่าสมุนไพรโสมเขาหิมะสามร้อยตำลึงทองเพื่อนำไปรักษาอาการป่วยเรื้อรังของท่านยายในชนบท แต่ทว่า... เมื่อข้าส่งคนไปตรวจสอบที่เรือนของท่านยายเมื่อวานนี้ ปรากฏว่าท่านยายได้รับเพียงยาต้มกากกากราคาถูก ส่วนเงินอีกสองร้อยเก้าสิบเก้าตำลึงทอง... ไฉนจึงไปงอกเงยอยู่ในร้านขายเครื่องประดับหยกสกุลซ่งของท่านพี่ใหญ่ได้เล่าครับ" คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางห้องโถง ฮูหยินรองซ่งหน้าถอดสี ร่างกายสั่นเทาด้วยความโกรธและหวาดกลัว นางหันไปถลึงตาใส่สาวรับใช้ข้างกายที่ก้มหน้าหลบสายตาจนคางชิดอก ในมุมมืดของห้องโถง ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรเงินดิ้นทองของอ๋องเฉินจิ้งหานนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์แดง ดวงเนตรคมปลาบดูลึกล้ำราวมหาสมุทรไร้ก้นบึ้ง เขามองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความสนใจอย่างยิ่งยวด ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ ลงบนที่วางแขนเป็นจังหวะช้าๆ สะท้อนอารมณ์ที่ยากจะคาดเดา สตรีผู้นี้... ในยามปกติที่ยืนอยู่ท่ามกลางกลิ่นอายคาวเลือดของห้องผ่าตัดก็นับว่าน่าทึ่งแล้ว แต่ยามที่นางยืนอยู่ท่ามกลางเกมการเมืองในเรือนหลังและใช้ตัวเลขเหล่านี้เป็นคมดาบเชือดเฉือนศัตรู ความเฉียบขาดและสง่างามของนางกลับทำให้หัวใจที่ด้านชาของแม่ทัพผู้ดุดันเช่นเขา เกิดระลอกคลื่นความพึงพอใจขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ "บังani! เจ้ากล้าใส่ร้ายมารดาตนเองหรือ!" บุตรชายคนโตสกุลซ่งที่ทนดูต่อไปไม่ไหว ลุกขึ้นตบโต๊ะเสียงดังสนั่น แผ่รังสีคุกคามพุ่งตรงมายังหลินซูเหยาหมายจะใช้อำนาจกดขี่ ทว่า ยังไม่ทันที่ร่างกำยำนั้นจะก้าวถึงตัว ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งก็พุ่งวาบผ่านหน้าต่างเข้ามาดั่งภูตผี ปลายดาบคมกริบจ่อเข้าที่ลำคอของบุตรชายสกุลซ่งในระยะประชิดอย่างไร้ซุ่มเสียง แรงกดดันมหาศาลจากไอสังหารขององครักษ์เงาประจำตัวท่านอ๋อง ทำให้ชายหนุ่มทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นทันทีด้วยความหวาดกลัวจนตัวสั่นเทา "ในจวนนี้ ตั้งแต่เมื่อใดกัน ที่สามัญชนกล้าส่งเสียงดังต่อหน้าพระพักตร์ของท่านอ๋อง และกล้าทำกิริยาต่ำช้าเช่นนี้ใส่ชายาของเปิ่นหวัง?" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็น ทุกพยางค์ที่หลุดจากริมฝีปากของเฉินจิ้งหานหนักแน่นดั่งขุนเขาที่กดทับลงบนบ่าของทุกคนในห้อง ฮูหยินรองซ่งถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น ลมหายใจติดขัด ดวงตาเบิกโพ้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด นางรู้ดีว่าหากท่านอ๋องทรงเอาจริง ราชสำนักอาจไม่สนว่าสกุลซ่งจะร่ำรวยเพียงใด แต่ตระกูลของนางจะมลายหายสิ้นภายในชั่วข้ามคืนอย่างแน่นอน หลินซูเหยาเหลือบมองชายหนุ่มผู้เป็นสามีในนามแวบหนึ่ง แววตาของนางไหววับด้วยความซับซ้อน นางไม่ได้ร้องขอความช่วยเหลือจากเขา แต่เขากลับเลือกที่จะก้าวเข้ามาเป็นโล่กำบังและยื่นดาบให้ นางใช้จังหวะนี้ก้าวเข้าไปใกล้ฮูหยินรองซ่งมากขึ้นโน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ยินกันเพียงสองคน "บัญชีสามเล่มนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้นครับท่านแม่เลี้ยง หากท่านยังไม่อยากให้ตระกูลซ่งต้องพินาศเพราะความโลภของท่านเอง จงคืนโฉนดที่ดินสามแปลงและสินเดิมของท่านแม่สามีที่ท่านยักยอกไปเสีย..." ฮูหยินรองซ่งเงยหน้าขึ้นมองบุตรสาวเลี้ยงด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ราวกับกำลังมองปีศาจร้ายในคราบมนุษย์ นางอ้าปากพะงาบๆ จะปฏิเสธ แต่เมื่อหันไปสบเข้ากับดวงตาดุจพญามารของอ๋องเฉินจิ้งหานที่จ้องมองมา ราวกับยมทุตมารอรับวิญญาณ คำพูดทั้งหมดก็กลืนหายลงคอไปทันที ทว่า ในวินาทีที่หลินซูเหยากำลังจะยื่นมือไปรับหีบกุญแจสมบัติที่ฮูหยินรองกำลังสั่นเทายื่นส่งให้ จู่ๆ พลุสัญญาณเพลิงสีแดงฉานก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ายามสนธยาจากมุมทิศตะวันตกของจวน พร้อมๆ กับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยนายที่กำลังบุกรุกเข้ามาล้อมรอบเรือนพักอย่างกะทันหัน! และก่อนที่ใครจะได้ตั้งตัว ประตูห้องโถงก็ถูกถีบกระเด็นด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับการปรากฏตัวของขันทีเฒ่าหน้าขาวผู้ถือราชโองการสีทองอร่ามในมือ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นที่มุมปากของขันทีผู้นั้นทันทีที่กวาดสายตามองเข้ามา "มีพระราชโองการด่วนจากฮ่องเต้... สั่งปลดท่านอ๋องเฉินจิ้งหานจากตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ และควบคุมตัวชายาหลินซูเหยาฐานต้องสงสัยใช้คุณไสยมนต์ดำในวังหลัง!" ขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงกลยุทธ์อันเชือดเฉือนนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้าย...ข้าแค่ทะลุมาเป็นหมอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%