กลิ่นอายจางๆ ของสนิมเหล็กและคราบเลือดเก่าคร่ำคร่าบนพื้นหินศิลาแกร่ง ลอยอวลปะปนกับกลิ่นอายเย็นเยียบของรัตติกาลที่แผ่ซ่านเข้ามาทางหน้าต่างบานแกะสลัก
"ไหน... ลองบอกเปิ่นหวังให้ฟังหน่อยซิ ว่าชายชู้ของชายาข้า... คือผู้ใดกันแน่"
สุ้มเสียงทุ้มต่ำดั่งหินผาบดขยี้ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน อ๋องเฉินจิ้งหานประทับนั่งอยู่บนเก้าอี้พนักสูงสลักลายพยัคฆ์ทมิฬ แสงคบเพลิงวับแวมสาดส่องกระทบสันกรามคมคายและแววตาดุจเหยี่ยวที่จ้องมองตรงมา เบื้องล่างแทบเท้าของเขาคือร่างของ 'พ่อบ้านจ้าว' พยานปากสำคัญผู้กุมความลับทั้งหมดของเรือนหลัง บัดนี้ลำคอหนาปรากฏรอยเขียวช้ำจากการถูกบีบเค้น ลมหายใจรวยรินใกล้ขาดใจตายเต็มทน หากคนผู้นี้ตายลงในคืนนี้ ความจริงเบื้องหลังข้อกล่าวหาอัปยศย่อมถูกฝังกลบ และตัวนาง... หลินซูเหยา ย่อมไม่แคล้วต้องรับโทษทัณฑ์ ‘ดื่มสุราพิษล้างมลทิน’ ตามกฎเหล็กแห่งราชสกุล
หลินซูเหยาหาได้สะทกสะท้านต่อบรรยากาศกดดันอันน่าสะพรึงกลัวไม่ นางก้าวเท้าช้าๆ ผ่านกองเลือดด้วยท่าทีสุขุมเยือกเย็นดั่งสายน้ำ นัยน์ตาคู่คมกวาดสำรวจสภาพร่างกายของพ่อบ้านจ้าวอย่างรวดเร็วด้วยสัญชาตญาณของศัลยแพทย์อัจฉริยะ ชีพจรเต้นอ่อน ปลายมือปลายเท้าเริ่มเย็นเฉียว ภาวะช็อกจากการสูญเสียเลือดและหลอดลมตีบตันจากแรงบีบมหาศาลกำลังพรากวิญญาณของเขาไปสู่ปรโลก
"หากท่านอ๋องยังทรงซักไซ้เขาด้วยวิธีป่าเถื่อนเช่นนี้ เกรงว่าพยานปากเอกของพระองค์คงได้ไปแถลงไขกับพญายมราชก่อนที่หมอต่ำต้อยเช่นข้าจะได้รักษาเสียกระมังครับ"
นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากังวานชัดเจน ก้าวเข้าไปยืนขวางเบื้องหน้าร่างที่กำลังจะหมดลมหายใจโดยไม่เกรงกลัวต่ออำนาจมืดที่แผ่พุ่งออกมาจากบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าสามี
เฉินจิ้งหานหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่กระจายรอบกายจนอุณหภูมิในห้องโถงลดฮวบลง ทว่าเขากลับมิได้สั่งให้คนลากตัวนางออกไปตามคาด นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องสตรีตรงหน้า ราวกับกำลังประเมินหมากตัวใหม่ที่บังAอาจเดินเกมสวนสนามรบของเขา
"บังอาจนัก เจ้ามีสิทธิ์อันใดมาสั่งสอนวิธีสอบสวนของเปิ่นหวัง" อ๋องหนุ่มแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ เยียบเย็นเสียจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "หรือเจ้ากลัวว่าความลับที่เจ้าสมคบคิดกับมันจะถูกเปิดเผยออกมากันแน่, ชายาตัวดี?"
"ความลับหรือเพคะ?" หลินซูเหยาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาสะท้อนความเย้ยหยันจางๆ ที่ถูกเก็บซ่อนไว้อย่างแนบเนียน นางทรุดกายลงคุกเข่าเบื้องหน้าร่างของพ่อบ้านจ้าวอย่างไม่นึกรังเกียจอาภรณ์ที่เปรอะเปื้อนคราบโลหิต มือเรียวบางเอื้อมไปปลดสายคาดเอวของอีกฝ่ายออกอย่างไร้ความลังเล "หมอรักษาคน มิได้สนใจเรื่องชู้สาวในวังหลัง หากท่านอ๋องทรงประสงค์ให้คนตายเพื่อปิดปาก ก็เชิญทรงทอดพระเนตรดูข้าช่วยคนผู้นี้ด้วยมือเปล่าเถิด"
ท่าทีอุกอาจแต่ทว่าเยือกเย็นถึงขีดสุดนี้ ทำให้เหล่าองครักษ์เงาที่ซ่อนตัวอยู่รอบตำหนักถึงกับลมหายใจสะดุด ไม่เคยมีสตรีใดในจวนอ๋องกล้าต่อปากต่อคำกับ ‘เทพสงคราม’ เช่นนี้มาก่อน ยิ่งเป็นนักโทษประหารที่รอวันชำระโทษ ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึง
เฉินจิ้งหานนิ่งงดไปชั่วขณะ ดวงตาคมกวาดมองการกระทำของนางโดยไม่ขยับเขยื้อน เขาลอบสังเกตความมั่นใจที่ฉายชัดผ่านแววตาคู่นั้น มันไม่ใช่แววตาของสตรีผู้หวาดกลัวความตาย แต่มันคือแววตาของ ‘ผู้กุมอำนาจเหนือความเป็นความตาย’ ชัดๆ
ภายในเสี้ยววินาทีนั้น หลินซูเหยาไม่สนใจสายตาดุดันที่กำลังจ้องทะลวงร่าง นางดึงเข็มเงินชุดพิเศษที่ซ่อนไว้ในชายแขนเสื้อค่ำคืนนี้ออกมา แสงไฟจากคบเพลิงสะท้อนประกายวาววับบนปลายเข็มเรียวเล็ก นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ใช้วิชาฝังเข็มแผนจีนโบราณผสานเข้ากับความรู้กายวิภาคศาสตร์ยุคศตวรรษที่ 21 ปลายเข็มเล่มแรกถูกแทงลงที่จุด ‘เหอหลูกู่’ บนมือของพ่อบ้านจ้าวอย่างแม่นยำ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและระบบประสาทที่กำลังปิดตาย
"อึก... แค่กๆ!"
ร่างที่นอนแน่นิ่งกระตุกเกร็งขึ้นมาอย่างกะทันหัน พ่อบ้านจ้าวอ้าปากพะงาบๆ สำลักเอาลิ่มเลือดสีดำคล้ำออกมาคำโต กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
"ยังไม่พอ..." นางพึมพำกับตนเอง มืออีกข้างตวัดเข็มเล่มที่สองและสามลงที่จุด ‘จงถิง’ และ ‘ชี่ไห่’ บนแผ่นอกอย่างรวดเร็วราวด้ายบิน ปลายเข็มสั่นระริกด้วยแรงกดอันแม่นยำและทรงพลัง นี่คือหัตถการกู้ชีพฉุกเฉินที่นางเคยใช้ยื้อชีวิตเศรษฐีพันล้านบนโต๊ะผ่าตัดมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ท่ามกลางยุคสมัยที่ปราศจากเครื่องมือแพทย์อิเล็กทรอนิกส์ นางต้องใช้สมาธิและประสาทสัมผัสทุกตารางนิ้วทดแทน
เฉินจิ้งหานขยับกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้ร่างทั้งสองช้าๆ เสียงฝีเท้าหนักแน่นดั่งเสียงกลองศึกที่รุกคืบเข้ามาทุกขณะ เขาโน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อมองการกระทำของนางให้ถนัดตา กลิ่นกายบุรุษอันทรงอำนาจและกลิ่นอายสงครามลอยเข้าแตะนาสิกของหลินซูเหยา แต่นางหาได้สนใจไม่ สมาธิทั้งหมดถูกตรึงไว้ที่ปลายนิ้วที่กำลังกดนวดชีพจรบริเวณลำคอของพ่อบ้านจ้าว
"ชีพจรกลับมาเต้นเป็นจังหวะแล้ว..." นางพึมพำเบาๆ
ทว่า ในวินาทีที่พ่อบ้านจ้าวทำท่าว่าจะลืมตาขึ้นมาเอ่ยถ้อยคำสำคัญ ดวงตาฝ้าฟางของชายชรากลับเบิกโพลงค้าง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความทรมานสุดขีด เลือดสีดำสนิททะลักพุ่งออกจากทวารทั้งเจ็ดอย่างฉับพลัน!
กลิ่นหอมหวานแปลกประหลาดโชยตัดผ่านกลิ่นเลือดคละคลุ้งเข้ามาในโสตประสาท หลินซูเหยาหน้าถอดสีทันที นางก้มลงตรวจสอบนัยน์ตาของพ่อบ้านจ้าวที่เริ่มขยายกว้าง... *พิษสลายโลหิตขั้นรุนแรง!*
มีคนวางยาพิษล่วงหน้าในร่างกายของพยานผู้นี้อยู่แล้ว และมันถูกกระตุ้นให้แสดงผลทันทีที่ชีพจรกลับมาเต้น!
"คิดจะฆ่าปิดปากต่อหน้าเปิ่นหวังอย่างนั้นหรือ!"
เฉินจิ้งหานคำรามลั่นด้วยความเกรี้ยวกราด รัศมีสังหารระเบิดออกรอบตัวจนข้าวของในห้องโถงสั่นสะเทือน มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของหลินซูเหยาที่กำลังพยายามดึงเข็มเงินออกเพื่อยื้อชีวิต ดึงนางเข้ามาชิดร่างแกร่งอย่างรวดเร็วราวดั่งคีมเหล็ก "นี่คือแผนการที่เจ้ากับมันตระเตรียมไว้ เพื่อทำลายหลักฐานชิ้นสุดท้ายใช่หรือไม่ หลินซูเหยา!"
ใบหน้าของทั้งสองห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบขาดอากาศหายใจ นัยน์ตาคู่นคมดุของอ๋องหนุ่มเต็มไปด้วยเพลิงโทสะและความระแวงสงสัยที่พุ่งถึงขีดสุด ขณะที่หลินซูเหยาแม้จะตกใจกับการจู่โจม แต่นางกลับไม่มีทีท่าหวาดกลัวแม้แต่น้อย นัยน์ตากลมโตฉายแวววาววับด้วยความท้าทาย นางเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาตรงๆ โดยไม่หลบเลี่ยง
"หากข้าต้องการฆ่าเขาปิดปากจริง..." นางเอ่ยกระซิบช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำริมฝีปากของเขา "ข้าคงไม่ต้องลงมือช่วยชีวิตเขาให้เหนื่อยแรงแต่แรกหรอกเพคะ... ท่านอ๋องผู้ปราดเปรื่อง"
เฉินจิ้งหานชะงักงัน นัยน์ตาคมกริบหรี่แคบลงทันทีเมื่อตระหนักถึงความจริงข้อนี้ ทว่าก่อนที่เขาจะได้เอ่ยคำใด ประตูบานใหญ่แกะสลักลายวิจิตรของตำหนักก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบขององครักษ์เอกพร้อมกับกระดาษสาชุ่มโลหิตในมือก็พุ่งเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้า
"ทูลท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ... กองกำลังทหารรักษาระดับเมืองหลวงเคลื่อนพลปิดล้อมจวนอ๋องแล้ว และนี่คือ... ราชโองการด่วนที่สุดจากห้องทรงพระอักษร!"
หลินซูเหยาหรี่ตามองกระดาษแผ่นนั้นในมือองครักษ์ รอยยิ้มบางเบาเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากของนาง ขณะที่เฉินจิ้งหานก้มลงมองหน้าหญิงสาวในอ้อมแขนสลับกับราชโองการในมือด้วยแววตาที่ลุ่มลึกและอันตรายยิ่งกว่าเดิม
---
ขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงกลยุทธ์อันเชือดเฉือนนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
ท่านอ๋องอย่าร้าย...ข้าแค่ทะลุมาเป็นหมอ•ตอนที่ 2
เข็มเงินคืนชีพ
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้าย...ข้าแค่ทะลุมาเป็นหมอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!