ท่านอ๋องอย่าร้าย...ข้าแค่ทะลุมาเป็นหมอ•ตอนที่ 19

เล่ห์นางหงส์

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
กลิ่นอายจางๆ ของสนิมเหล็กและคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกำยานกลิ่นบุปผาพันปีในตำหนักโอบฟ้า แผ่นป้ายหยกสีเลือดชิ้นนั้นสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงด้านนอกจนทอประกายสีชาดราวกับหยดเลือดสดๆ ของสัตว์ร้าย มันนอนนิ่งอยู่แทบเท้าของหลินซูเหยา ดึงดูดสายตาทุกคู่ในท้องพระโรงให้หยุดนิ่งราวกับกาลเวลาถูกแช่แข็ง ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงหัวเราะทุ้มต่ำราวกับเสียงระฆังสำริดแตกจะดังแหวกความมืดมิดเข้ามาจากเบื้องหลังม่านไหมสีชาด "ฮ่าๆๆ... ช่างเป็นฉากการลงทัณฑ์ที่น่าดูชมเสียจริง ท่านแม่ทัพเฉิน... ท่านคิดว่าสุนัขที่ถูกกุดหัวไปแล้ว จะไม่มีวันคาบกระดูกกลับมาแก้แค้นอย่างนั้นหรือ?" เงาร่างโปร่งบางในชุดคลุมยาวปักลายพยัคฆ์ซ่อนเล็บก้าวออกมาจากมุมมืด รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนริมฝีปากซีดขาวของ 'องค์ชายรอง' เฉินอี้หลาน บุรุษผู้ซึ่งควรจะนอนเน่าเปื่อยอยู่ใต้กองหิมะ ณ ชายแดนรกร้างเมื่อสามปีก่อนตามราชโองการสวรรค์ ทว่าบัดนี้เขากลับยืนหยัดอยู่ ณ เบื้องหน้า ท่ามกลางเหล่าองครักษ์เงาที่สวมหน้ากากกระดูกสัตว์นับร้อยชีวิตซึ่งแอบแฝงตัวเข้ามาในวังหลวงตั้งแต่เมื่อใดไม่มีผู้ใดล่วงรู้ หลินซูเหยาปรายตามองแผ่นป้ายหยกที่พื้นแวบหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับผู้มาใหม่ ความตื่นตระหนกไร้ซึ่งร่องรอยบนดวงหน้าเรียบเนียนของนาง มีเพียงประกายตาคู่คมที่หรี่แคบลงเล็กน้อยราวกับกำลังคำนวณน้ำหนักของหมากแต่ละตัวบนกระดาน "องค์ชายรอง... ดูท่าทางลมที่ชายแดนคงจะหนาวเหน็บไม่น้อย ถึงได้พัดพาพระองค์ให้ทรงลืมแม้กระทั่งธรรมเนียมปฏิบัติของการเข้าเฝ้า" หลินซูเหยาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัวแม้แต่น้อย รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของนางสะท้อนความเยือกเย็นที่หลอมรวมมาจากประสบการณ์การผ่าตัดนับร้อยเคสท่ามกลางความเป็นความตาย เฉินอี้หลานหรี่ตาลง รังสีความเกลียดชังพุ่งทะยานออกจากนัยน์ตาคู่นั้น "ปากกล้าดีนี่ หมอหญิงหลิน! เจ้าคิดว่ามีท่านอ๋องผู้พี่คอยหนุนหลังแล้วจะสามารถค้ำฟ้าได้หรือ? ฮองเฮาทรงมีพระราชสาส์นลับ... บัดนี้ ตราประทับหยกแผ่นดินอยู่ในมือเราแล้ว!" เขายกมือขึ้นเป็นสัญญาณ องครักษ์เงาด้านหลังนับร้อยพลันชักดาบออกจากฝักพร้อมกัน เสียงเหล็กกระทบกันก้องกังวานบาดแก้วหู ขุนนางหลายคนถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยความหวาดกลัว อำนาจเบ็ดเสร็จที่ฮองเฮาวางแผนมาแรมปี บัดนี้ถูกเปิดเผยออกมาอย่างไม่เกรงกลัวฟ้าดินเมื่อมีกองกำลังส่วนตัวขององค์ชายรองหนุนหลัง ทว่า... ใจกลางของพายุแห่งความตายนี้ เฉินจิ้งหานกลับยังคงยืนนิ่งสงบดั่งขุนเขา ท่านอ๋องผู้กุมอำนาจกองทัพพยัคฆ์ทมิฬไม่ได้สะดุ้งสะเทือนต่อกองกำลังนับร้อยที่รายล้อม มือหนาของเขาเอื้อมไปกุมมือเรียวบางของหลินซูเหยาเอาไว้แน่น ไออุ่นจากฝ่ามือของเขาถ่ายทอดความมั่นคงมาสู่นาง เป็นภาษากายที่เงียบงันแต่วัดใจได้ดีที่สุด—*ต่อให้ฟ้าถล่มลงมา เขาก็จะยืนหยัดอยู่เคียงข้างนาง* "เจ้าคิดว่า... แผ่นป้ายหยกชิ้นนั้น กับกองกำลังสุนัขลอบกัดกลุ่มนี้ จะทำให้เจ้าพลิกแผ่นดินได้จริงหรือ?" เสียงทุ้มต่ำดั่งพญาเสือคำรามดังขึ้น เฉินจิ้งหานค่อยๆ ก้าวออกมายืนบังร่างของหลินซูเหยาไว้ครึ่งหนึ่ง สายตาคมกริบราวกับใบมีดกวาดมององค์ชายรองด้วยความสมเพชเวทนา "เฉินจิ้งหาน! เจ้าอย่าได้ปากดีไปหน่อยเลย!" เฉินอี้หลานกัดฟันกรอด ยื่นมือไปรับราชโองการสีทองอร่ามจากขันทีเฒ่าผู้ติดตาม "ราชโองการสวรรค์... ฮองเฮามีรับสั่ง! ท่านอ๋องเฉินจิ้งหานและหลินซูเหยา สมคบคิดกันเป็นกบฏ ลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้ในยามวิกาล มีความผิดต้องประหารเก้าชั่วโคตร! ทหาร! ฆ่าพวกมันเสีย!" สิ้นเสียงคำสั่ง องครักษ์เงาทั้งหมดพุ่งเข้าใส่ดั่งคลื่นเห N คมดาบพราวระยับสะท้อนแสงไฟสังหารมุ่งตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ แต่วินาทีนั้นเอง... รอยยิ้มเย็นเยียบก็ผุดขึ้นที่มุมปากของหลินซูเหยา นางหยิบขวดกระเบื้องเคลือบใบเล็กออกจากแขนเสื้อ แล้วสะบัดมันออกไปเบื้องหน้าอย่างแม่นยำ *แปะ!* ขวดกระเบื้องแตกกระจาย ละอองผงสีม่วงเข้มฟุ้งกระจายไปทั่วอากาศในรัศมีสิบก้าว องค์ชายรองและองครักษ์แถวหน้าที่สูดดมเข้าไปพลันชะงักกึก ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกเมื่อความรู้สึกชาดิ่งแล่นลามจากปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจอย่างรวดเร็ว ดาบในมือร่วงหล่นลงพื้น เสียงร้องโอดโอยดังระงมเมื่อกำลังภายในและเรี่ยวแรงทั้งหมดสลายหายไปราวกับหิมะโดนแดด "เจ้า...เจ้าวางยาพิษตั้งแต่เมื่อไหร่!" เฉินอี้หลานเซถอยหลังไปหลายก้าว ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดและตกใจกลัว หลินซูเหยาขยับกายก้าวออกมายืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับเฉินจิ้งหาน ดวงตากลมโตฉายแววเฉียบคมดั่งปราชญ์หญิง "ยาพิษสลายโลหิตนี้ ข้ามิได้เตรียมไว้ให้พวกเจ้าหรอก... แต่เตรียมไว้สำหรับผู้ที่คิดจะใช้ประโยชน์จากความโลภขององค์ชายรองต่างหาก" เฉินจิ้งหานไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ มือหนาวาดกระบี่ประจำกายออกมารวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ เพียงพริบตาเดียว ปลายกระบี่คมกริบก็จ่ออยู่ที่ลำคอระหงของเฉินอี้หลาน บรรยากาศกดดันจนแทบหยุดหายใจ เกมการเมืองที่ฮองเฮาและองค์ชายรองร่วมกันวางแผนมานานแรมปี ถูกพลิกกลับด้วยเข็มเงินและสติปัญญาของสตรีเพียงนางเดียว ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังจะตกอยู่ในกมือของพวกเขา เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากก็ดังสนั่นมาจากนอกตำหนัก พร้อมกับทหารรักษาพระองค์อีกหลายพันนายที่สวมชุดเกราะเต็มยศกรูเข้ามาปิดล้อมทุกเส้นทาง และคนที่ก้าวออกมาจากแถวหน้าของกองทัพเสริมนั้น... กลับไม่ใช่คนของฮองเฮา แต่เป็นแม่ทัพใหญ่ตระกูลหลี่ ผู้บัญชาการกองทัพพิทักษ์เมืองหลวง ผู้ซึ่งถือครองตราประทับลับที่สามารถระดมพลได้ทั่วทั้งแผ่นดิน และในมือของเขา กำลังถือถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวบริสุทธิ์ที่ส่งกลิ่นหอมหวานเย้ายวนใจ แต่กลับแฝงไว้ด้วยไอน้ำสีดำมืดมัว... แม่ทัพหลี่ประสานมือคำนับเฉินจิ้งหานด้วยสีหน้าเรียบเฉย แววตาซับซ้อนยากจะคาดเดา "ท่านอ๋อง... พระราชสาส์นฉบับสุดท้ายจากตำหนักในเพิ่งมาถึง" เขายื่นถ้วยชาใบนั้นไปเบื้องหน้า "ฮองเฮามีพระประสงค์ให้ท่านอ๋องทรง 'ดื่ม' เพื่อแลกกับการรักษาชีวิตของหมอหญิงหลิน... และพระองค์ทรงให้เกียรติท่านเป็นผู้เลือกเอง ว่าจะดื่มมันด้วยความสมัครใจ หรือจะให้หมอหญิงหลินเป็นผู้ดื่มแทน" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันเล่ห์กลอันมืดมนนี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้าย...ข้าแค่ทะลุมาเป็นหมอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%