"ข้าว่าท่านวางกริชในมือลงเสียก่อนดีกว่าครับ ท่านอ๋อง... เลือดของกบฏกลุ่มนั้นเปื้อนเปรอะพรมเปอร์เซียผืนงามจนน่าเสียดายแล้ว"
สำเนียงราบเรียบแต่ทรงอำนาจดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องโถงแปดเหลี่ยม กลิ่นอายคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นกำยานชั้นดีจากแคว้นทางใต้ หลินซูเหยาไม่ได้แม้แต่จะชายตามองร่างไร้วิญญาณของมือสังหารที่นอนจมกองเลือดอยู่เบื้องเท้า นางเพียงก무ซาตินสีนวลของอาภรณ์ให้เข้าที่อย่างใจเย็น ปลายเรียวนิ้วคีบเข็มเงินเล่มบางที่เพิ่งใช้ปลิดชีพศัตรูด้วยจุดตาย สะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงวับวามดั่งดวงตาของพยัคฆ์ซุ่มซ่อนในพงไพร
อ๋องเฉินจิ้งหานชะงักปลายคมดาบที่จ่ออยู่กับลำคอของหัวหน้ามือสังหาร ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะทมิฬปักลายพยัคฆ์ทะยานเมฆหันกลับมามองสตรีผู้เป็นดั่งภาพฝันและภาพฝันร้ายในคราเดียวกัน นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายฉายแววระคนทึ่งและลุ่มลึก เขาลดกระบี่ลงช้าๆ เสียงโลหะกระทบฝักดัง 'กริ๊ง' ก้องกังวาน บ่งบอกถึงการควบคุมลมหายใจอันสมบูรณ์แบบ
"เจ้าช่างใจกล้านัก ซูเหยา" สุ้มเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของราชสีห์ในยามวิกาลดังลอดไรฟัน "รู้ตัวหรือไม่ว่าคนกลุ่มนี้มีเบื้องหลังเป็นถึงสำนักมือสังหารเงาโลหิตที่แม้แต่กรมอาญายังไม่กล้าแตะต้อง"
"แล้วอย่างไรหรือครับ?" ซูเหายิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ทำให้บุรุษผู้กุมอำนาจครึ่งค่อนแผ่นดินถึงกับหัวใจกระตุกวูบ นางก้าวเข้าไปใกล้เขาอย่างไม่เกรงกลัว กลิ่นกายหอมเย็นดั่งดอกเหมยในเหมันตฤดูโชยปะทะนาสิกของแม่ทัพหนุ่ม "ในเมื่อพวกเขาเลือกที่จะเหยียบย่างเข้ามาในเขตเรือนพักของหมออย่างข้า เท่ากับว่าพวกเขาก้าวเท้าข้างหนึ่งลงไปในยมโลกแล้ว... ท่านอ๋องเองก็คงทราบดี มิเช่นนั้นท่านคงไม่มายืนรอรับศพแทนข้าเช่นนี้"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทว่ามิใช่ความอึดอัด หากแต่เป็นแรงดึงดูดอันมหาศาลระหว่างคนทั้งสอง คมดาบและเข็มเงิน ยอดขุนพลและศัลยแพทย์ผู้ทะลุมิติข้ามกาลเวลา ทั้งคู่ต่างยืนอยู่บนกระดานหมากรุกแห่งการแย่งชิงบัลลังก์ที่เดิมพันด้วยชีวิต ทว่าในเวลานี้ สายตาที่พวกเขามีให้กันกลับหลอมรวมความดุร้ายทางการเมืองและความเร่าร้อนของห้วงอารมณ์ไว้อย่างแนบเนียน
เฉินจิ้งหานแค่นหัวเราะในลำคอ ทว่าแววตากลับทอประกายความอ่อนโยนที่หาดูได้ยากยิ่ง เขาเอื้อมมือหนาที่ผ่านการจับดาบมานับไม่ถ้วน แตะลงบนกลุ่มผมสลวยของนางอย่างทะนุถนอม สัมผัสที่ขัดแย้งกับบุคลิกเยียบเย็นของเขาโดยสิ้นเชิง
"เจ้าชนะแล้ว ซูเหยา... ข้าพ่ายแพ้ให้กับความดื้อรั้นและสติปัญญาของเจ้าตั้งแต่คืนแรกที่เราพบกันในจวนสกุลหลินแล้ว"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของท่านอ๋องผู้เย่อหยิ่ง หาได้มีความอ่อนแอไม่ หากแต่เป็นประกาศิตอันหนักแน่นดั่งขุนเขา
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ท้องพระโรงใหญ่ที่ประดับประดาด้วยผ้าแพรสีแดงชาดและโคมมงคลระยิบระยับ ขุนนางน้อยใหญ่ต่างยืนเรียงรายด้วยความเงียบงัน บรรยากาศกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ราชโองการฉบับพิเศษถูกอัญเชิญขึ้นสู่บัลลังก์ ทว่าวันนี้ไม่ใช่การประกาศศึกหรือแต่งตั้งแม่ทัพออกไปชายแดน หากแต่เป็นการประกาศก้องถึง 'พันธะแห่งศรัทธา' ที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งเมืองหลวง
"ด้วยพระราชานุญาตจากฝ่าบาท... นับจากวันนี้เป็นต้นไป ท่านอ๋องเฉินจิ้งหาน และคุณหนูหลินซูเหยา หาใช่เพียงคู่หมั้นหมายตามธรรมเนียมเดิมไม่ หากแต่เป็น 'คู่ชีวิต' ผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกัน เคียงบ่าเคียงไหล่ครองอำนาจและปกป้องแผ่นดิน เคียงคู่กันไปตราบชั่วฟ้าดินสลาย!"
เสียงขันทีหลวงขานราชโองการก้องกังวาน หลินซูเหายังก้าวเดินสง่างามในชุดพิธีการสีแดงเพลิงปักลายหงส์ทองด้วยมืออย่างประณีต ทุกย่างก้าวของนางมั่นคงดั่งตอกลิ่มลงบนพื้นหินอ่อน สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่นาง บ้างริษยา บ้างหวาดกลัว และบ้างก็ยกย่องสรรเสริญ
ทว่านางหาได้ใส่ใจสายตาเหล่านั้นไม่ สายตาของนางประสานเข้ากับร่างสูงสง่าของเฉินจิ้งหานที่ยืนรออยู่เบื้องหน้าบันไดมังกร เขาสวมชุดคลุมมังกรห้าเล็บสีดำสนิทปักดิ้นทอง ท่วงทีองอาจน่าเกรงขามดั่งเทพสงคราม เมื่อนางก้าวขึ้นมาหยุดยืนเคียงข้างเขา มือหนาของอ๋องหนุ่มก็เอื้อมมาประสานเข้ากับเรียวนิ้วเย็นเฉียบของนางอย่างแน่นแฟ้น ไออุ่นจากฝ่ามือของเขาถ่ายทอดความมั่นคงมาสู่หัวใจของนาง เป็นสัตยาบันเงียบๆ ว่าไม่ว่าคลื่นลมทางการเมืองจะโหมกระหน่ำรุนแรงเพียงใด พวกเขาจะก้าวเดินผ่านมันไปด้วยกัน
ทว่า ในขณะที่ทั่วทั้งท้องพระโรงกำลังก้มศี 'ษะลงแสดงความยินดีต่อหน้าคู่ชีวิตคู่ใหม่ ประตูบานใหญ่เบื้องหลังกลับถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่ได้รับอนุญาต!
ร่างขององครักษ์เงาประจำตัวพุ่งเข้ามาด้วยสภาพสะินสะท้าน บาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าอกบ่งบอกถึงการต่อสู้อันดุเดือด นัยน์ตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดก่อนจะล้มฟุบลงแทบเท้าของเฉินจิ้งหาน พร้อมกับเสียงกระซิบขาดห้วงที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของท่านอ๋องแข็งค้างในทันที
"ท่านอ๋อง... กองกำลังทมิฬทางเหนือ... ตราประทับหยกมังกร... ถูกขโมยไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
เฉินจิ้งหานหรี่ตาลงวูบหนึ่ง รังสีสังหารแผ่ซ่านออกจากร่างจนขุนนางรอบข้างทรุดฮวบลงด้วยความหวาดกลัว ทว่าก่อนที่เขาจะได้กล่าวสิ่งใด แผ่นป้ายหยกสีเลือดชิ้นหนึ่งก็ถูกโยนกลิ้งเข้ามาหยุดแทบเท้าของหลินซูเหยา พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนมาจากความมืดมิดนอกท้องพระโรง... ป้ายหยกประจำตัวของ 'องค์ชายรอง' ผู้ที่ควรจะถูกเนรเทศไปชายแดนเมื่อสามปีก่อน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความรักและการหักเหลี่ยมเฉือนคมในครั้งนี้... แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ท่านอ๋องอย่าร้าย...ข้าแค่ทะลุมาเป็นหมอ•ตอนที่ 18
พันธะแห่งศรัทธา
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้าย...ข้าแค่ทะลุมาเป็นหมอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!