ท่านอ๋องอย่าร้าย...ข้าแค่ทะลุมาเป็นหมอ•ตอนที่ 9

แผนซ้อนแผนชิงบัลลังก์

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
เสียงโลหะกระทบกันครั้งหนึ่งในความเงียบงันยามราตรี ดั่งเสียงเตือนสติจากยมทูตที่รายล้อมจวนอ๋องแห่งนี้ หลินซูเหยายังคงนั่งนิ่งอยู่หน้าโต๊ะไม้จันทน์แดง แสงจากเปลวเทียนสีส้มสั่นไหวตามแรงลมที่ลอดผ่านบานหน้าต่างแกะสลักลวดลายเมฆมงคล ในมือเรียวบางของนางกำลังคีบเข็มเงินเล่มยาวที่เพิ่งผ่านการลนไฟเพื่อฆ่าเชื้อ ร่างระหงในชุดฮั่นฟู่สีครามเข้มไม่ได้แสดงอาการหวาดหวั่นต่อคมดาบที่ซ่อนอยู่หลังเงาจันทร์แม้แต่น้อย สำหรับศัลยแพทย์ผู้ผ่านห้องผ่าตัดที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดมานับไม่ถ้วน ความตายและการแย่งชิงอำนาจในยุคสมัยโบราณนี้ ก็เป็นเพียง 'เคส' ทางการแพทย์ที่เดิมพันด้วยชีวิตเช่นกัน "เจ้ากล้าดียังไงถึงเข้ามาในเขตหวงห้ามของจวนอ๋องโดยไม่ได้รับอนุญาต" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นจากมุมมืดของห้องโถง อ๋องเฉินจิ้งหานก้าวออกมาจากเงาสลัว อาภรณ์สีดำสนิทปักดิ้นลายมังกรทอง 4 เล็บขับเน้นให้บุคลิกของเขาราวกับพญายมที่ก้าวลงมาจากนรกภูมิ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองสตรีตรงหน้าด้วยประกายซับซ้อน ระหว่างความระแวดระวังและความพึงพอใจที่ซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเยือกเย็น หลินซูเหยาค่อยๆ วางเข็มเงินลงบนถาดกระเบื้องเคลือบ เสียงกระทบกันเบาๆ นั้นกังวานชัดในความเงียบ นางเงยหน้าขึ้นสบตาบุรุษผู้กุมอำนาจครึ่งค่อนแผ่นดิน มุมปากยกยิ้มบางเบาอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า "หากหม่อมฉันไม่ทำตัวให้เป็นเป้าหมายล่อเสือออกจากถ้ำ ท่านอ๋องจะทรงมีเวลาว่างพอมานั่งสืบสวนคนทรยศในเงาเงื้อมมือของพระองค์หรือเพคะ?" คำพูดของนางเฉียบคมดั่งใบมีดอาบยาพิษ ทว่าน้ำเสียงกลับราบเรียบและนุ่มนวล เฉินจิ้งหานชะงักฝีเท้าลงเล็กน้อย แววตาคมกริบวับวาวขึ้นวูบหนึ่ง เขาไม่เคยพบสตรีใดที่มีสติปัญญาและความกล้าหาญเทียบเท่าหลินซูเหยา นางไม่ใช่เพียงหมอเทวดาที่รักษาอาการบาดเจ็บของเขาในวันวาน แต่คือนักหมากรุกผู้ทรงภูมิที่มองทะลุปรุโปร่งถึงเกมการเมืองอันโสมمของราชสำนัก "เจ้าช่างกล้าหาญนัก ซูเหยา... การเล่นกับไฟในวังหลวง มีแต่จะทำให้มอดไหม้จนไม่เหลือแม้แต่เถ้ากระดูก" เฉินจิ้งหานก้าวเข้าไปประชิดตัว กลิ่นอายบุรุษอันทรงพลังและกลิ่นอายสนธยาโชยปะทะนาสิก ร่างสูงใหญ่โน้มตัวลงมาจนเกือบชิด ใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากนางเพียงคืบเดียว หลินซูเหยาไม่ถอยหนี นางเพียงแหงนเงยขึ้นรับสบตากับเขา หัวใจในอกเต้นรัวจังหวะหนึ่งด้วยความใกล้ชิด แต่นัยน์ตาคู่สวยยังคงความนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก "ไฟจะมอดไหม้ใครนั้น... ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนถือคบเพลิงต่างหากล่ะเพคะ ท่านอ๋อง" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทั้งสองจ้องมองกันราวกับกำลังประลองกำลังภายในผ่านสายตา ในสายตาของเฉินจิ้งหาน บัดนี้ไม่มีเงาของสตรีอ่อนแอในห้องหอ มีเพียงพันธมิตรผู้ทรงคุณค่าที่สุดที่สวรรค์ประทานมาให้ท่ามกลางสงครามชิงบัลลังก์อันเลือดเย็นนี้ มือหนาเอื้อมไปหยิบกล่องไม้ประดับหยกขาวที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา เปิดฝาออกเผยให้เห็นวัตถุชิ้นสำคัญที่ทำให้ขุนนางครึ่งราชสำนักต้องนอนไม่หลับ 'ตราพยัคฆ์' ทำจากทองคำบริสุทธิ์สลักลวดลายดุดัน ทรงพลัง และมีอำนาจสั่งการกองทหารนับแสนนายทั่วพรมแดนประจักษ์อยู่ตรงหน้า เฉินจิ้งหานหยิบตราพยัคฆ์นั้นขึ้นมาด้วยมือข้างเดียว ก่อนจะวางมันลงบนฝ่ามือเรียวบางของหลินซูเหยาอย่างนุ่มนวล น้ำหนักของมันหนักอึ้งดั่งขุนเขา แต่น้ำหนักแห่งความไว้วางใจที่เขามอบให้นั้น หนักหน่วงยิ่งกว่า "เปิ่นหวางมอบอำนาจนี้ให้เจ้า" น้ำเสียงของเฉินจิ้งหานทุ้มต่ำและจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "หากผู้ใดในราชสำนักกล้าขัดขวางเจ้า จงใช้ตราพยัคฆ์นี้เด็ดหัวพวกมันเสีย ไม่ต้องรายงานเปิ่นหวางล่วงหน้า" หลินซูเหยาจ้องมองตราพยัคฆ์ในมือ ความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดไหล뢰เข้าสู่หัวใจที่เคยด้านชาจากการต่อสู้ดิ้นรนในโลกยุคปัจจุบันและอดีต นางรู้ดีว่าการรับตราพยัคฆ์นี้เท่ากับการผูกชะตาชีวิตของนางเข้ากับเขาอย่างสมบูรณ์ ไม่มีทางถอยหลังกลับได้อีกต่อไปแล้ว "ทรงไว้ใจหม่อมฉันถึงเพียงนี้เชียวหรือเพคะ... ไม่กลัวว่าวันหนึ่งหม่อมฉันจะหันคมดาบนี้กลับมาหาพระองค์หรอกหรือ" นางถามหยั่งเชิงด้วยรอยยิ้ม เฉินจิ้งหานแค่นหัวเราะในลำคอแผ่วเบา มือใหญ่อีกข้างเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่เคลียแก้มเนียนของนางออกอย่างทะนุถนอม สัมผัสที่อบอุ่นและอ่อนโยนนั้นขัดแย้งกับภาพลักษณ์แม่ทัพผู้โหดเหี้ยมโดยสิ้นเชิง "หากเป็นเจ้า ต่อให้เจ้าจะแทงเข้าที่หัวใจของเปิ่นหวางจริงๆ... เปิ่นหวางก็ยินดีจะยื่นดาบให้เจ้าด้วยมือของตัวเอง" บรรยากาศในห้องอบอวลไปด้วยความเสน่หาอันล้ำลึกที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยกลิ่นอายอันตรายของการเมือง ทว่าในวินาทีที่ความเงียบกำลังสานต่อความหวานล้ำ ข้ารับใช้คนสนิทก็นอกชานก็เคาะประตูสามครั้งเป็นสัญญาณเร่งด่วน พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหยุดอยู่หน้าห้อง "ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงขององครักษ์เงาเอ่ยขึ้นด้วยความตื่นตระหนก "ราชโองการลับจากฮ่องเต้... ถูกส่งมาถึงหน้าจวนแล้วพ่ะย่ะค่ะ และผู้ที่นำมา... คือราชครูหลี่ ผู้เป็นอดีตอาจารย์และพันธมิตรคนสนิทของไทเฮา!" หลินซูเหยาหรี่ตาลงทันที รอยยิ้มบนมุมปากจางหายไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาคมกริบดั่งนักล่า ในขณะที่เฉินจิ้งหานดึงมือกลับ สีหน้าของเขากลับมาเยือกเย็นและอำมหิตขึ้นในพริบตา เขาก้มลงกระซิบข้างหูของนางด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "ดูท่า... พวกมันคงทนรอให้ถึงรุ่งสว่างไม่ไหวเสียแล้ว" ขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินหมากกลยุทธ์อันเชือดเฉือนนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้าย...ข้าแค่ทะลุมาเป็นหมอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%