“หากท่านอ๋องทรงประสงค์จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของกระหม่อม เหตุใดจึงไม่ลองดื่มชาถ้วยนี้ต่อหน้าเหล่าขุนนางเล่าพะย่ะค่ะ?”
เสียงหวานกังวานดุจระฆังเงินของหลินซูเหยาดังแทรกความเงียบงันที่กดดันภายในท้องพระโรงขุนนาง เสียงนั้นราบเรียบ ทว่าคมกริบดั่งมีดผ่าตัดที่กรีดลงบนแผ่นหลังของเหล่าขุนนางฝ่ายตรงข้ามที่กำลังลอบยิ้มด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่อง
อ๋องเฉินจิ้งหานประทับนั่งบนเก้าอี้ไม้จันทน์หอม พระเนตรคมกริบดุจพญาเหยี่ยวตวัดมองสตรีข้างกายที่เขารักสุดหัวใจ นางในวันนี้สวมอาภรณ์สีขาวสะอาดตา ปักลายดอกเหมยสีแดงชาดที่ดูราวกับเลือดสดๆ บนหิมะขาว นางไม่ได้ดูหวาดกลัวต่อเล่ห์เพทุบายเบื้องหน้าแม้แต่น้อย หากแต่แววตาของนางกลับมีความสุขุมเย็นเยือกที่เขามักจะเห็นเวลาที่นางลงมีดผ่าตัดรักษาคนไข้
“เจ้าแน่ใจแล้วหรือ หลินซูเหยา?” เสียงทุ้มต่ำของเฉินจิ้งหานดังขึ้น มันเป็นน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความกดดันมหาศาล เขาไม่ได้ถามเพื่อข่มขู่ แต่ถามเพื่อ 'ส่งสัญญาณ' ให้ศัตรูตายใจ
“หม่อมฉันเป็นหมอ ชีวิตคนไข้เป็นเรื่องใหญ่ แต่หากต้องแลกด้วยความยุติธรรมในราชสำนัก... หม่อมฉันเชื่อว่าชาถ้วยนี้มีคำตอบที่ชัดเจนที่สุดพะย่ะค่ะ”
หลินซูเหยาขยับกายเล็กน้อย นิ้วเรียวงามค่อยๆ เลื่อนถ้วยชาเซลาดอนสีเขียวไข่กาไปวางตรงหน้าเสนาบดีกรมพิธีการ—ชายผู้ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าเล่ห์และเป็นเบี้ยตัวสำคัญของฝ่ายตรงข้าม
ท่ามกลางความเงียบงัน ทุกสายตาจับจ้องไปที่ถ้วยชาใบนั้น ภายในถ้วยมีไอระเหยลอยกรุ่น กลิ่นหอมของใบชาอูหลงชั้นเลิศคลุ้งไปทั่ว แต่สำหรับคนที่ผ่านการเรียนรู้เรื่องพิษวิทยาจากโลกอนาคตอย่างหลินซูเหยา กลิ่นหอมจางๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้กลิ่นชา คือ 'ดอกลืมเลือน' ซึ่งเป็นพิษร้ายที่ออกฤทธิ์ช้าแต่ทำลายระบบประสาทอย่างรุนแรง
เสนาบดีกรมพิธีการใบหน้าซีดเผือด เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “หมอหลวงหลิน... ท่านต้องการจะกล่าวหาข้าหรืออย่างไรกัน ในเมื่อชาถ้วยนี้จัดเตรียมโดยข้ารับใช้ส่วนตัวของท่านอ๋อง!”
“นั่นสิครับท่านเสนาบดี” หลินซูเหยาแค่นยิ้ม มุมปากของนางยกขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่สายตากลับเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก “ในเมื่อเป็นชาของท่านอ๋อง เหตุใดท่านจึงต้องแสดงอาการตัวสั่นเพียงแค่ข้าขยับถ้วยมาใกล้ท่านเล่า? หรือว่าท่านรู้อยู่แล้ว... ว่าในถ้วยนี้มี ‘แขกที่ไม่ได้รับเชิญ’ ซ่อนอยู่?”
สถานการณ์ในท้องพระโรงตึงเครียดถึงขีดสุด ขุนนางรอบข้างเริ่มซุบซิบกันไปมา อ๋องเฉินจิ้งหานวางมือหนาลงบนดาบข้างกาย แรงกดดันจากไอสังหารของเขาส่งผลให้บรรยากาศโดยรอบหนักอึ้งดุจมีภูเขาทับถม
“หากท่านไม่ดื่ม” เฉินจิ้งหานเอ่ยขึ้นช้าๆ พระสุรเสียงทรงอำนาจจนคนฟังขนลุกชัน “ข้าจะถือว่าท่านคือผู้สมรู้ร่วมคิดในการวางยาพิษในงานเลี้ยงครั้งนี้ และโทษของการลอบปลงพระชนม์เชื้อพระวงศ์ คือการประหารเจ็ดชั่วโคตร”
เสนาบดีกรมพิธีการหน้าถอดสี มือที่สั่นเทาพยายามเอื้อมไปหยิบถ้วยชา แต่ในจังหวะนั้นเอง หลินซูเหยาก็พลิกแพลงสถานการณ์ นางแสร้งทำเป็นเสียหลักล้มตัวลงไปปัดถ้วยชาจนคว่ำลงบนพื้นหินอ่อน เสียงถ้วยกระเบื้องแตกกระจายดังสนั่นท่ามกลางความตกใจของทุกคน
“โอ๊ะ! หม่อมฉันต้องขอประทานอภัยด้วยพะย่ะค่ะ” หลินซูเหยาแสร้งร้องอุทาน แต่สายตาของนางจ้องเขม็งไปที่รอยคราบชาบนพื้น
“ดูนั่นสิ...” นางชี้ไปยังคราบชาที่กำลังกัดกร่อนหินอ่อนจนเกิดรอยด่างดำและฟองอากาศฟู่ขึ้นมา “ชานี้ไม่เพียงแต่มีพิษ แต่มันยังมีฤทธิ์รุนแรงจนสามารถกัดกร่อนศิลาได้! ท่านเสนาบดี... ท่านยังจะกล่าวว่าท่านไม่รู้เห็นอีกหรือว่าเหตุใดถ้วยชาที่ควรจะดื่มได้ ถึงได้กลายเป็นน้ำกรดที่ทำลายล้างชีวิตคนได้เช่นนี้!”
ทั้งท้องพระโรงเงียบกริบจนได้ยินเสียงหัวใจเต้น เสนาบดีผู้นั้นทรุดฮวบลงกับพื้น แผนการที่เขาวางไว้เพื่อใส่ร้ายอ๋องเฉินจิ้งหานกลับกลายเป็นบ่วงรัดคอตัวเองเสียสิ้น
ทว่า ในขณะที่ชัยชนะกำลังจะตกเป็นของหลินซูเหยา ความผิดปกติบางอย่างก็เกิดขึ้น...
เงาร่างหนึ่งพุ่งผ่านหน้าต่างท้องพระโรงเข้ามาด้วยความเร็วสูง ก่อนที่ขุนนางทุกคนจะทันตั้งตัว ลูกดอกอาบยาพิษนับสิบพุ่งเข้าใส่จุดตายของอ๋องเฉินจิ้งหานและหลินซูเหยาพร้อมกัน!
เฉินจิ้งหานตวัดดาบออกมาด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้า ฟาดฟันลูกดอกจนร่วงหล่น ทว่าเขากลับชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นสิ่งที่มากับลูกดอกดอกสุดท้าย... มันไม่ใช่ลูกดอกธรรมดา แต่เป็นตราประทับลับจากวังหลวงที่เขาเพิ่งจะฝังมันไว้ในหีบสมบัติที่ปิดตายไปเมื่อสิบปีก่อน
ตราประทับนั้นร่วงลงบนพื้นข้างกายหลินซูเหยา นางหยิบขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เพราะภายใต้ตราประทับนั้น มีจดหมายลับที่เขียนด้วยลายมือของ ‘บุคคลที่ควรจะสิ้นพระชนม์ไปแล้ว’ สอดอยู่ข้างใน
“ท่านอ๋อง... เรื่องนี้มันไม่ใช่แค่เกมการเมืองในท้องพระโรงแล้วพะย่ะค่ะ” หลินซูเหยากระซิบเสียงสั่น ขณะที่ความจริงที่ซ่อนเร้นมานานนับสิบปีเริ่มสั่นคลอนรากฐานของอาณาจักรนี้
“ผู้ที่ส่งตรานี้มา... เขารู้ความลับที่ข้าทะลุมิติมาที่นี่ด้วย”
ขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินหมากกลยุทธ์อันเชือดเฉือนนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
ท่านอ๋องอย่าร้าย...ข้าแค่ทะลุมาเป็นหมอ•ตอนที่ 10
ยาพิษในถ้วยชา
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้าย...ข้าแค่ทะลุมาเป็นหมอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!