กลิ่นอายของสมุนไพรจันทน์หอมผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยอลวนอยู่ภายใต้ความเงียบสงบของห้องหนังสือบูรพา แสงจากเปลวเทียนสีชาดไหววูบตามแรงลมที่ลอดผ่านหน้าต่างแกะสลักลายเมฆา สะท้อนเงาบุรุษร่างสูงใหญ่ที่กำลังกัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมปลาบดุจพญาอินทรีมองตรงไปเบื้องหน้าอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ว่าอาภรณ์สีดำสนิทบริเวณหัวไหล่ขวาจะถูกย้อมด้วยสีโลหิตจนชุ่มโชก และเนื้อผ้าชั้นดีถูกฉีกขาดออกเผยให้เห็นบาดแผลฉกรรจ์ที่เกิดจากคมดาบอาบยาพิษของมือสังหารเงา
"หากท่านยังดื้อดึงไม่ยอมให้ข้าชำระล้างแผล เกรงว่าแขนข้างนี้ของท่านคงต้องถูกตัดทิ้งก่อนที่ฮ่องเต้จะได้ประทานราชโองการฉบับใหม่เสียก่อนกระมัง ท่านอ๋อง"
หลินซูเหยากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแววตาคู่คมกลับเต็มไปด้วยความดุดันไม่แพ้กัน นางวางอ่างกระเบื้องเคลือบใสใส่น้ำอุ่นผสมสมุนไพรลงบนโต๊ะไม้จันทน์เสียงดังกระทบกันเบาๆ แต่มันกลับก้องกังวานในความเงียบงัน นางก้าวเข้าไปใกล้ร่างของอ๋องเฉินจิ้งหานอย่างไม่เกรงกลัวต่อรัศเมียะเยือกเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวเขา
เฉินจิ้งหานแค่นเสียงในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาดุจเทพสลักบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดแต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความหยิ่งทะนง เขาปรายตามองสตรีตรงหน้าด้วยแววตาคาดโทษ "หลินซูเหยา เจ้ากล้าดียังไงมาออกคำสั่งกับเรา เจ้าเป็นเพียง..."
"เป็นหมอ" หลินซูเหยาตัดบททันควัน ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของแม่ทัพผู้กุมอำนาจครึ่งแผ่นดิน "และในห้องนี้ บนเตียงนี้ หรือต่อให้เป็นแผ่นดินใต้หล้า... ยามที่ท่านอยู่ใต้เงื้อมมือข้า ท่านก็เป็นได้แค่ 'คนไข้' ผู้โง่เขลาที่ไม่รู้จักดูแลตัวเองคนหนึ่งเท่านั้น ถอดเสื้อออกเถอะเพคะ... เอ่อ หมายถึง ถอดเสื้อออกเสีย ท่านอ๋อง"
นางเผลอหลุดคำสมัยใหม่ออกมาตามความคุ้นเคยในยุค 70-80 ที่เคยชินกับการสั่งคนไข้ในโรงพยาบาลทหาร แต่กระนั้น น้ำเสียงและท่าทีเด็ดเดี่ยวของนางกลับทำให้เฉินจิ้งหานชะงักไปชั่วขณะ บุรุษผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ผู้ใด ไม่เคยมีใครกล้าออกคำสั่งกับเขาด้วยน้ำเสียงเช่นนี้ สตรีผู้นี้ช่าง... หาญกล้ายิ่งนัก
ทว่าความเจ็บปวดจากการลอบทำร้ายเมื่อยามวิกาลที่ค่ายกลประตูทิศเหนือก็ไม่รุนแรงเท่าความรู้สึกแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นในอกยามที่สตรีตรงหน้าขยับเข้าใกล้ เฉินจิ้งหานเม้มริมฝีปากแน่น ยอมปลดสายคาดเอวและถอดเสื้อคลุมออกอย่างจำยอม แผงอกกว้างเต็มไปด้วยร่องรอยบาดแผลแห่งการศึกประจักษ์แก่สายตา กล้ามเนื้อเป็นมัดตึงเครียดตามสัญชาตญาณของการระแวดระวังภัย
หลินซูเหยาไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า นิ้วเรียวยาวหยิบกรรไกรปลายโค้งที่ผ่านการลนไฟฆ่าเชื้อขึ้นมา นางบรรจงตัดผ้าส่วนที่ติดกับบาดแผลออกอย่างระมัดระวัง ทุกสัมผัสเบามือแต่มั่นคง ทว่าคนเจ็บกลับส่งเสียงขู่คำรามในลำคอราวกับพยัคฆ์บาดเจ็บทุกครั้งที่ปลายโลหะสัมผัสโดนเนื้อเยื่อที่ฉีกขาด
"ท่านอ๋องอย่าดุสิเพคะ" นางเอ่ยปรามเสียงนุ่ม ทว่าแววตากลับซ่อนรอยยبرเยาะไว้จางๆ "หากท่านยังส่งเสียงขู่ฟ่อเช่นนี้ ข้าจะใช้เข็มเงินเล่มใหญ่พิเศษเย็บแผลให้ท่านโดยไม่ใช้ยาชาเสียเลยดีไหม"
"เจ้า..." เฉินจิ้งหานสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างสะกดกลั้นความเจ็บปวดและอารมณ์บางอย่างที่พลุ่งพล่านอยู่ในอก ดวงตาคมกริบจดจ้องใบหน้างามที่อยู่ห่างกันเพียงคืบ ยามที่นางตั้งสมาธิ ขนตางอนงามทอดเงาลงบนพวงแก้มขาวนวล กลิ่นกายหอมสะอาดประหลาดที่แตกต่างจากสตรีในวังหลังทั่วไปโชยเข้าจมูก ยิ่งทำให้หัวใจที่ด้านชามานานนับปีของแม่ทัพผู้เหี้ยมเกรียมกระหน่ำเต้นอย่างไม่เป็นจังหวะ
"อดทนหน่อยนะ... พิษนี่ไม่ใช่พิษธรรมดา มันคือพิษกู่จากแดนใต้" หลินซูเหยาเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นจริงจังขึ้นเมื่อสังเกตเห็นสีดำคล้ำรอบปากแผล นางหยิบมีดผ่าตัดขนาดเล็กที่ประดิษฐ์ขึ้นเองขึ้นมา ก้มลงใช้ปลายคมกริบเขี่ยเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อออกอย่างแม่นยำ
ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่างจนเฉินจิ้งหานต้องกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเรียวของนางโดยสัญชาตญาณ แรงบิดมหาศาลทำให้หลินซูเหยาต้องหยุดชะงัก นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาดุดันของอ๋องหนุ่มในยามนี้เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อที่ผุดพรายตามขมับ แต่สิ่งที่สะท้อนอยู่ในนัยน์ตาคู่นั้นกลับไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยว หากแต่เป็นความเว้าวอนและ... ความห่วงใยที่ถูกปิดตาย
"เจ็บมากใช่ไหมล่ะคะ... เอ๊ย เจ็บมากใช่ไหมท่านอ๋อง" หลินซูเหยาเปลี่ยนคำพูดแทบไม่ทันเมื่อเผลอใช้น้ำเสียงแบบเดิมอีกครั้ง แต่นางไม่ได้สะบัดมือออก นางกลับใช้อีกมือหนึ่งกุมหลังมือหนาของเขาไว้เบาๆ สัมผัสอุ่นจากสตรีทำให้แววตาของเฉินจิ้งหานอ่อนลงวูบหนึ่ง
"เราไม่กลัวตาย..." เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอמהขึ้นชิดริมหูของนาง ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหง "แต่เรากลัว... ว่าหากเราเป็นอะไรไป เจ้าจะเอาตัวรอดจากเกมการเมืองในจวนอ๋องนี้ได้อย่างไร ซูเหยา"
หลินซูเหยาชะงักไป หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างห้ามไม่ได้ นางหรี่ตาลงเล็กน้อยเพื่อซ่อนความหวั่นไหว ก่อนจะยิ้มมุมปากด้วยท่าทีสุขุมเยือกเย็นดังเดิม
"ท่านอ๋องกังวลเรื่องของข้า มากกว่าแผลที่หัวไหล่เสียอีกกระมัง ห่วงตัวเองให้รอดจากเงื้อมมือขององค์ชายรองเสียก่อนเถอะเพคะ ข้ายังไม่อยากเป็นหม้ายขันหมากตั้งแต่ยังไม่ได้แต่งเข้าจวนท่านหรอกนะ"
คำพูดหยอกเย้าแกมประชดประชันทำเอาเฉินจิ้งหานถึงกับมุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยากยิ่ง บุรุษหนุ่มแค่นเสียงในคออย่างหมั่นไส้ระคนเอ็นดู "ปากเก่งนักนะ... หวังว่าฝีมือยามรักษาจะดีเท่าฝีปากเถอะ"
"วางใจเถอะเพคะ มือหนึ่งด้านศัลยกรรม มือหนึ่งด้านพิษวิทยา ข้าช่วยท่านไว้ ท่านขาดทุนที่ไหนกัน"
หลินซูเหยาจัดการเทผงยาถอนพิษสูตรพิเศษลงบนปากแผลทันที ควันสีขาวจางๆ พร้อมกับเสียงฟู่เบาๆ ดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นคาวเลือดที่ค่อยๆจางหายไป นางใช้ผ้าแพรสะอาดพันแผลให้อย่างประณีตบรรจง ผูกปมอย่างแน่นหนาด้วยความชำนาญก่อนจะถอยหลังกลับมายืนเว้นระยะห่างเพื่อรักษามารรยาท
บรรยากาศในห้องหนังสือกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ทว่าความตึงเครียดไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย เฉินจิ้งหานมองตามร่างระหงที่กำลังเก็บเครื่องมือแพทย์ลงในกล่องไม้ ก่อนที่สายตาคมกริบจะหันไปมองนอกหน้าต่างที่มืดมิด
"เจ้าเดาถูก... องค์ชายรองเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว" อ๋องหนุ่มเอ่ยเสียงเยียบเย็น รังสีสังหารแผ่ซ่านออกมาจากร่างอีกครั้ง "และคนที่ส่งมือสังหารมาวันนี้... ไม่ใช่คนของเขา"
หลินซูเหยาชะงักมือที่กำลังเช็ดกรรไกร นางเงยหน้าขึ้นมองบุรุษตรงหน้าทันที "ถ้าไม่ใช่คนขององค์ชายรอง... แล้วจะเป็นใคร?"
เฉินจิ้งหานหันกลับมาสบตานาง รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับว่างเปล่าราวน้ำแข็งพันปี
"ฮ่องเต้..."
ยังไม่ทันที่หลินซูเหยาจะได้เอ่ยถามอันใด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นที่หน้าประตูเรือน พร้อมกับเสียงเคาะเกราะประกาศยามสาม และตามมาด้วยเสียงตะโกนก้องกังวานของขันทรุดคนสนิทแห่งตำหนักในที่ดังทะลุเข้ามาในความมืด
"ราชโองการด่วนจากฮ่องเต้! ให้อ๋องเฉินจิ้งหานและพระชายาหลินซูเหยา เข้าเฝ้าหน้าท้องพระโรงเดี๋ยวนี้!"
ขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินหมากกลยุทธ์อันเชือดเฉือนนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
ท่านอ๋องอย่าร้าย...ข้าแค่ทะลุมาเป็นหมอ•ตอนที่ 11
ท่านอ๋องอย่าดุสิ
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้าย...ข้าแค่ทะลุมาเป็นหมอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!