ท่านอ๋องอย่าร้าย...ข้าแค่ทะลุมาเป็นหมอ•ตอนที่ 12

ความลับใต้บันทึกประวัติศาสตร์

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
กลิ่นอับของกระดาษโบราณและฝุ่นผงที่สะสมมานานนับร้อยปีคละคลุ้งอยู่ในความมืดสลัวของหอสมุดหลวง แสงจันทร์นวลที่ลอดผ่านหน้าต่างแกะสลักลวดลายเมฆมงคลทาบทับลงบนพื้นหินอ่อน ราวกับรอยเลือดที่ถูกชะล้างออกไปไม่หมด หลินซูเหยาปัดเศษกระดาษชิ้นสุดท้ายที่ร่วงหล่นลงมาจากชั้นหนังสือสูงตระหง่าน นางสวมชุดคลุมผ้าไหมสีเข้มกลมกลืนไปกับรัตติกาล ปลายศรสแตนเลสขนาดจิ๋วที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อถูกเตรียมไว้พร้อมปลิดชีพผู้ใดก็ตามที่กล้าขัดขวาง การเดินทางข้ามมิติจากโลกศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดมาสู่ราชสำนักต้าเฉินอันเต็มไปด้วยเล่ห์กล ไม่ได้สอนให้นางหวาดกลัว ตรงกันข้าม... มันหล่อหลอมให้สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของศัลยแพทย์มือหนึ่งเฉียบคมยิ่งกว่าคมมีดผ่าตัด นิ้วเรียวยาวดึงบันทึกประวัติศาสตร์ราชวงศ์ฉบับรัชกาลก่อนออกมาจากช่องลับหลังชั้นตำราแพทย์แผนโบราณ ปกหนังปลาฉลามสีซีดปรากฏรอยกรีดด้วยของมีคมอย่างจงใจ "เจ้ากำลังเล่นกับไฟที่พร้อมจะเผาผลาญทั้งวังหลวงให้เป็นจุล" เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์ยามค่ำคืนดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง หลินซูเหยาไม่แม้แต่จะสะดุ้ง นางเพียงชะอักมือเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับเจ้าของเงาร่างสูงใหญ่ที่ก้าวออกมาจากเสาต้นมหึมา อ๋องเฉินจิ้งหานในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรห้ากรงเล็บด้วยด้ายสีเงินยวด ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวราตรีคู่นั้นจดจ้องมองนางด้วยประกายที่อ่านไม่ออก ทั้งดุดัน เย็นชา และเจือแววห่วงใยที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความเย่อหยิ่งของแม่ทัพผู้กุมอำนาจทหารครึ่งแผ่นดิน "หม่อมฉันเพียงแต่หาตำราสมุนไพรแก้พิษในตับ..." ซูเหยาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่เกรงกลัว "แต่ดูเหมือนว่าสมุนไพรที่ท่านอ๋องซ่อนไว้ในหอสมุดแห่งนี้ จะไม่ใช่ตัวยาสำหรับรักษาโรค... หากแต่เป็นยาวิปลาสที่ใช้ปลิดชีพแผ่นดินต่างหาก" เฉินจิ้งหานสาวเท้าย่างสามขุมเข้ามาใกล้ รัศมีกดดันอันทรงพลังแผ่ซ่านจนอากาศรอบกายคล้ายจะเบาบางลง เขายื่นมือหนาออกไปคว้าข้อมือเรียวของนางไว้แน่นด้วยแรงที่ทำให้อีกฝ่ายต้องนิ่วหน้าเล็กน้อย แต่ดวงตาคู่งามของหญิงสาวไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความท้าทายที่จุดประกายไฟในอกของท่านอ๋องหนุ่มให้ลุกโชน "เจ้าฉลาดเกินไปแล้ว ซูเหยา" น้ำเสียงของเขาแหบพร่า ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน "คนฉลาดในวังหลัง... มักอายุไม่ยืน" "หากหม่อมฉันตายด้วยมือของท่านอ๋อง ความลับเรื่องตราหยกทหารพิทักษ์ชายแดนที่ถูกผนึกไว้ในบันทึกเล่มนี้ คงจะถูกเปิดเผยต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้ในยุ่งยามรุ่งสางอย่างแน่นอนเพคะ" นางกระซิบตอบช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ ทุกพยางค์เปรียบเสมือนเข็มเงินที่ปักลงจุดสำคัญ ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันท่ามกลางกองตำราโบราณ เฉินจิ้งหานจ้องมองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกซับซ้อน นางไม่ใช่สตรีอ่อนแอที่รอคอยความเมตตา นางคือหมากตัวสำคัญที่เขาเป็นคนเลือกเดินลงกระดานด้วยตนเอง ทว่าตอนนี้... หมากตัวนี้กลับมีพลังที่จะพลิกกระดานทั้งหมดได้ทุกเมื่อ ชายหนุ่มถอนหายใจยาว ดึงตัวนางเข้าสู่อ้อมแขนอย่างกะทันหันจนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับร่างบาง ซูเหยาตกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ขัดขืน นางปล่อยให้เขากักขังไว้ในอ้อมแขนที่แข็งแกร่งดั่งกำแพงเหล็ก "เจ้าอยากรู้เรื่องใดอีก..." เสียงกระซิบของเขาอยู่ชิดริมฝีปากของนาง "ในเมื่อเจ้าเปิดประตูห้องสมุดแห่งนี้แล้ว ก็ไม่มีทางหันหลังกลับได้อีกต่อไป" ซูเหยาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของนางจริงจังขึ้น "ข้าอยากรู้ว่า... ใครคือผู้บงการเบื้องหลังการลอบวางยาพิษอดีตฮ่องเต้เมื่อสิบปีก่อน และเหตุใดตราหยกของกองทัพพยัคฆ์จึงไปปรากฏอยู่ในมือของแคว้นเป่ยหลิว" บรรยากาศรอบกายพลันเย็นเยียบลงทันที เฉินจิ้งหานชะงักไปชั่วอึดใจ แววตาที่เคยแข็งกร้าวไหววูบราวกับผิวน้ำยามต้องลมพายุ ความลับที่เขาเก็บงำไว้ชั่วชีวิต บัดนี้ถูกสตรีผู้นี้ขุดคุ้ยขึ้นมาอย่างไม่เกรงกลัวความตาย ก่อนที่ชายหนุ่มจะได้เอ่ยคำใด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นที่โถงทางเดินเบื้องล่าง แสงคบเพลิงสว่างวาบสะท้อนผ่านหน้าต่างกระจกสีเข้ามาในหอสมุด "ทูลท่านอ๋อง! พบร่องรอยผู้บุกรุกบริเวณปีกตะวันตก พรรคพวกของไทเฮากำลังมุ่งหน้ามาที่นี่พ่ะย่ะค่ะ!" เสียงรายงานจากองครักษ์เงาดังลอดเข้ามา เฉินจิ้งหานขมวดคิ้วมุ่น เขาคว้าข้อมือของหลินซูเหยาแน่นขึ้นกว่าเดิม ดึงตัวนางให้หลบไปหลังชั้นหนังสือขนาดใหญ่ที่ถูกเงาไม้บังมิดชิด ร่างสูงกราบประชิดแผ่นหลังของนางเพื่อบังร่างทั้งร่างไว้ พร้อมกับที่มืออีกข้างชักกระบี่ออกจากฝักอย่างเงียบเชียบ ประตูกลของหอสมุดถูกถีบเปิดออกด้วยความรุนแรง แสงไฟสว่างจ้าสาดส่องเข้ามาพร้อมกับเงาร่างในชุดคลุมสีทองอร่ามของขันทีคนสนิทแห่งตำหนักใน กลิ่นหอมประหลาดของกำยานลอยมาแตะจมูก และวินาทีนั้นเอง... ขันทีชราผู้กุมอำนาจเงียบก็ก้าวเท้าเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก พร้อมกับชูสิ่งของในมือขึ้นสูง "ทูลท่านอ๋อง... พระราชโองการลับฉบับใหม่จากฝ่าบาท... เพิ่งมาถึงกลางดึกพ่ะย่ะค่ะ" ขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินหมากกลยุทธ์อันเชือดเฉือนนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้าย...ข้าแค่ทะลุมาเป็นหมอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%