เสียงคำรามของผืนแผ่นดินที่สะท้านสะเทือน มิได้เกิดจากภัยธรรมชาติอันใด หากแต่เป็นเสียงคำรามของเหล็กกล้าและม้าศึกนับแสนที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งให้แหลกคาเท้า
ภายในตำหนักฉางle ยามนี้ความเงียบงันกลับหนักหน่วงเสียยิ่งกว่าภูเขาไท่ซาน หลินซูเหยายังคงยืนอยู่เบื้องหน้าโต๊ะไม้แกะสลักสลักลายหงส์ สองมือของนางนิ่งสงบ ทว่าดวงตากลับสะท้อนภาพเงาของธงประจำกองทัพที่โบกสะบัดอยู่นอกกำแพงวังอย่างเด่นชัด
ธงสีดำสนิทปักลายหงส์ทองคำสยายปีก... นั่นคือสัญลักษณ์ขององค์รัชทายาทผู้ล่วงลับ ทว่าบัดนี้ มันกลับโบกสะบัดอยู่เบื้องหน้ากองทัพที่ยกพลเข้าประชิดราชสำนัก
"สามปี..." ซูเหยาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานในความเงียบ "ข่าวการสิ้นพระชนม์ในสนามรบเมื่อสามปีก่อน เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ถูกวางไว้เพื่อตบตาใต้หล้าสินะพะยะค่ะ... ท่านอ๋อง"
อ๋องเฉินจิ้งหานมิได้ตอบคำทันที บุรุษผู้กุมอำนาจทหารทั่วแผ่นดินในชุดเกราะสีนิลกาฬสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิง เขายกมือขึ้นสัมผัสคมดาบประจำกายอย่างเชื่องช้า ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีหรี่แคบลง ความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากร่างจนอากาศรอบกายคล้ายจะแข็งตัว
"เขาไม่ได้กลับมาจากความตายหรอก ซูเหยา" จิ้งหานกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสจิตสังหารที่รุนแรง "แต่เป็นเพราะเขาไม่เคยตายต่างหาก... สุนัขที่แสร้งทำเป็นตาย ย่อมรอคอยจังหวะที่จะขย้ำคอเจ้าของเมื่อเผลอไผลเสมอ"
บรรยากาศรอบตัวทั้งสองตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง แม้ภายนอกกำแพงวัง เสียงโห่ร้องของกองทัพกบฏจะดังสนั่นหวั่นไหวราวกับคลื่นทะเลคลั่งที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง แต่ภายในห้องโถงนี้ กลับมีเพียงสายตาของคนทั้งคู่ที่กำลังประสานกันอย่างมีความหมาย
ไม่มีคำตัดพ้อ ไม่มีแม้แต่ความตื่นตระหนก มีเพียงความเข้าใจอันลึกซึ้งของคนสองคนที่ยืนอยู่บนปากเหวแห่งความเป็นความตาย
จิ้งหานก้าวเข้าไปใกล้ร่างเพรียวบางของนาง เอื้อมมือหนาขึ้นสัมผัสกรอบหน้าเนียนนุ่มอย่างทะนุถนอม แม้ปลายนิ้วของเขาจะสวมถุงมือเหล็กสำหรับออกศึก ทว่าสัมผัสที่มอบให้นางกลับอบอุ่นและมั่นคงดั่งขุนเขา
"เจ้ากลัวหรือไม่... ซูเหยา" เสียงของเขาอ่อนลงเล็กน้อย ยามเมื่อทอดมองสตรีผู้ที่ทำให้หัวใจเหล็กกล้าของแม่ทัพผู้เหี้ยมโหดผู้นี้สั่นคลอนได้
ซูเห่ายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและสติปัญญาอันเฉียบคม นางใช้มือเรียวยาวทาบลงบนหลังมือของเขาที่แนบอยู่ข้างแก้ม
"ในมือของหมออย่างหม่อมฉัน มีทั้งมีดผ่าตัดที่ช่วยชีวิตคน และยาพิษที่คร่าชีวิตคนได้ในพริบตา... การเผชิญหน้ากับกองทัพนับแสน อาจน่ากลัวสำหรับผู้อื่น แต่สำหรับหม่อมฉันแล้ว พวกมันเป็นเพียงผู้ป่วยที่มาผิดเวลาเท่านั้นเองพะยะค่ะ"
คำกล่าวของนางเรียกเสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอจากชายหนุ่มได้ทันที อ๋องเฉินจิ้งหานดึงร่างของนางเข้ามากอดแนบกายอย่างแน่นแฟ้น ไออุ่นจากอ้อมแขนนี้คือเกราะคุ้มGกันเดียวที่พวกเขามีในยามที่พายุการเมืองโหมกระหน่ำ
"เช่นนั้น... เรามาดูกันว่า หมากตานี้ ใครกันแน่ที่จะเป็นฝ่ายรุกฆาต"
จิ้งหานผละออกด้วยแววตาที่เด็ดเดี่ยว เขาสสะบัดกายหันไปออกคำสั่งกับองครักษ์เงาที่คุกเข่ารอรับคำสั่งอยู่เบื้องหน้า "เปิดประตูเมืองชั้นใน... ปล่อยให้พวกมันเข้ามาในรัศมีที่เตรียมไว้"
"ท่านอ๋อง! จะให้พวกมันเข้ามาง่ายดายเช่นนี้หรือพะยะค่ะ?" องครักษ์เงาขมวดคิ้วถามด้วยความไม่แน่ใจ
"ปล่อยให้เข้ามา..." ดวงตาของจิ้งหานทอประกายคมปลาบดั่งคมดาบที่ซ่อนอยู่ในฝัก "ถ้ำเสือแห่งนี้ หากไม่ยอมเปิดปากถ้ำ แล้วเราจะจับเสือทั้งฝูงได้อย่างไร?"
ในขณะเดียวกัน ภายในลานกว้างหน้าพระราชวังชั้นใน กองทัพขององค์รัชทายาทที่นำโดยแม่ทัพผู้เหี้ยมโหดได้พังประตูพระราชวังเข้ามา เสียงไม้หักโค่นและเสียงกรีดร้องดังระส่ำระสาย ทว่าสิ่งที่น่าแปลกใจคือ ภายในพระราชวังกลับไร้ซึ่งเงาของทหารรักษาการณ์ ข้ารفاรบริพานต่างหลบหนีอลหม่าน ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าอันน่าสะพรึงกลัว
แม่ทัพฝ่ายกบฏควบม้าเข้ามาหยุดกลางลานกว้าง ยิ้มเยาะด้วยความลำพองใจ "ฮ่าๆๆ! คิดไม่ถึงว่าอำนาจของอ๋องเฉินจิ้งหานจะพังทลายลงได้ง่ายดายปานนี้! ทหาร บุกเข้าตำหนักหลัก! จับตัวทรชนมาให้องค์รัชทายาทสำเร็จโทษ!"
ทว่า ทันทีที่สิ้นเสียงคำสั่งนั้น พื้นหินอ่อนลานกว้างกลับสั่นไหวอย่างรุนแรง
*ครืนนน—!*
หลุมพรางขนาดมหาสมุทรที่ถูกขุดขึ้นและอำพรางไว้อย่างแนบเนียนด้วยแผ่นหินกลกลไก เปิดออกในพริบตา ทหารกบฏนับร้อยนายร่วงหล่นลงไปในคูเมืองใต้ดินที่เต็มไปด้วยหลาวแหลมคมกริบ เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังระงมไปทั่วบริเวณ
จากระเบียงชั้นบนของตำหนักฉางle หลินซูเหยายืนมองเหตุการณ์เบื้องล่างด้วยสีหน้าสงบเยือกเย็น นางไม่ได้แสดงความโหดเหี้ยมออกมาทางสีหน้า ทว่าทุกย่างก้าวของการวางกลยุทธ์นี้ ล้วนมาจากมันสมองอันเป็นเลิศของศัลยแพทย์ผู้พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส
"ดูเหมือนแขกไม่ได้รับเชิญของเรา จะตกลงมาในหลุมต้อนรับกันอย่างพร้อมเพรียงดีนะพะยะค่ะ" ซูเหยาเอ่ยเรียบๆ พรางหันไปมองชายหนุ่มข้างกาย
อ๋องเฉินจิ้งหานยกจอกสุราขึ้นจิบช้าๆ สายตาคมกลาบจับจ้องไปยังผู้นำกองทัพกบฏที่กำลังตื่นตระหนกอยู่เบื้องล่าง
"พวกมันคิดว่ากำลังเล่นเกมรุก... แต่หารู้ไม่ว่า ตนเองได้เดินเข้ามาติดอยู่ในกระดานหมากรุกที่ถูกกำหนดตาเดินไว้หมดแล้ว" จิ้งหานวางจอกสุราบนโต๊ะเสียงดัง *กริ๊ก* ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบกระบี่คู่กาย "ถึงเวลาที่ข้าจะต้องลงไปต้อนรับ 'เสด็จพี่' ผู้ฟื้นคืนชีพเสียหน่อยแล้ว"
ซูเหยาเอื้อมมือไปคว้าชายเสื้อเกราะของเขาไว้เบื้องหลัง นัยน์ตาสุกสกาวมองตรงไปยังดวงตาคมเข้มของสามี นางไม่ได้เอ่ยห้าม เพราะรู้ดีว่าหน้าที่นี้เขาต้องสะสางด้วยตนเอง ทว่ามีเพียงประโยคเดียวที่ออกจากปากของนาง
"ระวังตัวด้วยพะยะค่ะ... หม่อมฉันจะรออยู่ที่นี่"
จิ้งหานก้มลงจุมพิตที่หน้าผากของนางแผ่วเบา สัมผัสที่อบอุ่นและหนักแน่นแทนคำสัญญาว่าเขาจะกลับมา
ทว่า ในขณะที่อ๋องเฉินจิ้งหานกำลังจะก้าวเดินออกจากตำหนักเพื่อนำทหารเข้าห้ำหั่นกับกองทัพกบฏเบื้องล่างนั้นเอง... เสียงฝีเท้าฝีรองเท้าปักลายมังกรอันเป็นเอกลักษณ์ ก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังของตำหนักชั้นในที่ควรจะปิดตาย
*กริ๊บ... กริ๊บ...*
ทั้งสองชะงักฝีเท้าพร้อมกัน ซูเหยาหันขวับไปมองตามเสียงนั้นด้วยความตกใจ ขณะที่ดวงตาของอ๋องเฉินหานหรี่แคบลงด้วยความระแวดระวังถึงขีดสุด
ประตูบานสลักไม้จันทน์ถูกผลักออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นร่างของบุรุษในอาภรณ์สีทองปักลายพยัคฆ์ ใบหน้านั้นหล่อเหลา ทว่าซีดเซียวและประดับด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่ชวนให้ขนหัวลุก
ผู้ที่ควรจะอยู่บัญชาการกองทัพกบฏนอกกำแพงเมือง... กลับยืนอยู่ ณ ใจกลางตำหนักของพวกเขาแล้ว!
และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... ในมือของชายผู้นั้น กำลังประคองถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาด ซึ่งบรรจุของเหลวสีดำสนิทที่ส่งกลิ่นหอมหวานอันตราย คล้ายกับยาพิษไร้ลักษณ์ที่เคยคร่าชีวิตคนในวังหลวงมานักต่อนัก!
"น้องรอง... ไม่เจอกันนาน เจ้ายังคงรอบคอบเช่นเคยนะ" น้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มที่ยกขึ้นอย่างน่าขนพองสยองเกล้า "แต่ก็น่าเสียดาย... ที่หมากตานี้ ข้าเป็นคนเดินเองทั้งหมด"
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านพายุนี้ไปด้วยกันนะครับ)
ท่านอ๋องอย่าร้าย...ข้าแค่ทะลุมาเป็นหมอ•ตอนที่ 23
เคียงบ่าเคียงไหล่ผ่านวิกฤต
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้าย...ข้าแค่ทะลุมาเป็นหมอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!