ความเงียบงันภายในห้องบรรทมกว้างขวาง ณ ตำหนักบูรพาไม่ได้เกิดจากความสงบสุข หากแต่ถูกแผ่ซ่านด้วยไอเย็นยะเยือกของความตายที่เพิ่งถอยร่นไปอย่างเฉียดฉิว กลิ่นอายของโสมภูเขาพันปีและสมุนไพรจีนราคาค่านครลอยวนอวลปะปนกับกลิ่นสนิมเหล็กบางเบาที่ระเหยมาจากผ้าพันแผลชุ่มเลือด
หลินซูเหยาค่อยๆ ปรือเปลือกตาขึ้นช้าๆ ราวกับลูกตุ้มนาฬิกาโบราณที่ฝืนต้านแรงเหวี่ยงอันหนักหน่วง
ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่เพดานไม้แกะสลักลายหงส์อันคุ้นเคยในจวนของเขา แต่เป็นใบหน้าด้านข้างของบุรุษผู้หนึ่งที่ก้มลงแนบชิดอยู่ข้างเตียง
เส้นผมสีดำสนิทที่เคยรวบตึงอย่างเป็นระเบียบยามนี้หลุดลุ่ยเคลียคลออยู่ข้างกรอบหน้าคมเข้ม ดวงตาที่เคยคมปราบดั่งเหยี่ยวราตรีบัดนี้แดงก่ำ ปรากฏรอยคล้ำใต้ตาชัดเจนจนสะท้อนความเหนื่อยล้าถึงขีดสุด ริมฝีปากที่มักเม้มแน่นเป็นเส้นตรงเพื่อบัญชาการกองทัพนับแสน บัดนี้แห้งผากและสั่นเทาน้อยๆ ยามที่ลมหายใจผ่อนเข้าออกอย่างเชื่องช้า
"เจ้า... ฟื้นแล้วหรือ"
สุ้มเสียงนั้นแหบพร่าจนแทบไม่เหลือเค้าโครงของท่านอ๋องผู้เกรียงไกรแห่งแคว้นเฉิน ทว่ากลับสั่นเครือด้วยความยินดีที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ท่าทีเยือกเย็นมาหลายวันหลายคืน
เฉินจิ้งหานไม่ได้ขยับตัวไปไหนไกล มือหนาหยาบกร้านที่ผ่านการจับกระบี่และโชกเลือดมานับไม่ถ้วน บัดนี้กลับกุมมือเรียวบางของนางไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากคลายมือเพียงนิดเดียว ภาพตรงหน้าจะสลายกลายเป็นเพียงภาพลวงตาในความฝัน
"ท่าน... อ๋อง..." หลินซูเหยาเปล่งเสียงออกมาได้อย่างยากลำบาก ลำคอแห้งผากราวกับถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิง นางพยายามจะขยับตัว ทว่าความเจ็บแปลบราถูกคมมีดกรีดแทะแล่นพล่านไปทั่วแผ่นหลังและหัวไหล่ จนต้องนิหน้าด้วยความเจ็บปวด
"อย่าขยับ!" เฉินจิ้งหานเอ่ยห้ามเสียงเข้ม ทว่าแววตากลับอ่อนโยนจนแทบหยดหยาดน้ำตา "บาดแผลที่หัวไหล่ของเจ้าเพิ่งจะสมานตัว ปาฏิหาริย์แห่งโอสถสวรรค์ดึงเจ้ากลับมาจากยมโลกได้ก็จริง แต่ร่างกายของเจ้ายังบอบช้ำยิ่งนัก... นอนนิ่งๆ เถอะซูเหยา"
หลินซูเหยากวาดสายตามองไปรอบห้อง สติปัญญาอันเฉียบคมของศัลยแพทย์สาวยุคปัจจุบันเริ่มประมวลผลเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ รอยกระบี่อาบยาพิษที่พุ่งตรงมาหมายปลิดชีพนางเพื่อตัดกำลังของเฉินจิ้งหาน... การตัดสินใจเอาตัวเข้าขวางคมกระบี่แทนสามี การปรุงยาถอนพิษสูตรเร่งด่วนด้วยมือตนเองท่ามกลางห้วงลมหายใจรวยริน และ... ความมืดมิดที่กลืนกินสติไปยาวนาน
"ข้า... หลับไปกี่วันแล้วเพคะ..." นางเปลี่ยนสรรพนามตามธรรมเนียมโบราณ พร้อมกับเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
"เจ็ดวันกับอีกแปดยาม" เฉินจิ้งหานตอบเสียงต่ำ เขายกถ้วยชาอุ่นที่เตรียมไว้ข้างเตียงขึ้นมาอย่างระมัดระวัง ใช้ช้อนกระเบื้องตักน้ำชาอุ่นๆ ป้อนให้นางจิบทีละน้อยอย่างทะนุถนอม "เจ็ดวันที่ข้าไม่อาจข่มตาหลับได้ลง เพราะกลัวว่าเมื่อหลับตาลงแล้วตื่นขึ้นมา จะไม่พบเจ้าอยู่เคียงข้างอีก"
คำพูดนี้จากปากของแม่ทัพผู้ขึ้นชื่อเรื่องความไร้ความปรานี ย่อมมีน้ำหนักดั่งขุนเขา หลินซูเหยาชะงักไปเล็กน้อย นางมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมที่สะท้อนเงาของนางเพียงผู้เดียว ความรู้สึกอุ่นซ่านสายหนึ่งแผ่ซ่านขึ้นมาจากก้นBบึ้งของหัวใจ ทลายกำแพงความระแวดระวังและกลยุทธ์การเอาตัวรอดที่นางสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตนเองในวังหลังอันโสโครกแห่งนี้จนหมดสิ้น
"ท่านอ๋อง... ผู้ยิ่งใหญ่แห่งแดนเหนือ เหตุใดจึงทำหน้าตาเช่นนี้เล่าเพคะ" นางฝืนแย้มรอยยิ้มบางเบา แม้ใบหน้าจะซีดเซียวไร้เลือดฝาด แต่แววตายังคงมีความฉลาดเฉลียวเป็นประกาย "ข้าเป็นหมอ... ย่อมรู้ขีดจำกัดของร่างกายตนเองดี พิษนั่นร้ายกาจก็จริง แต่ไม่อาจพรากวิญญาณของข้าไปได้ง่ายๆ หรอกเพคะ"
"เจ้าคนปากกล้า!" เฉินจิ้งหานเค้นเสียงดุ ทว่ามือข้างที่ไม่ได้กุมมือภรรยา กลับเอื้อมมาเกลี่ยปอยผมที่ระกรอบหน้าให้อย่างเบามือ สัมผัสที่อบอุ่นและสั่นเทานั้นบอกเล่าเรื่องราวความหวาดกลัวที่ชายชาติทหารอย่างเขาไม่เคยเผชิญมาก่อนในชีวิต "เจ้าเอาตัวเข้ามารับกระบี่แทนข้า... เจ้าคิดอันใดอยู่ หืม? หากเจ้าเป็นอันใดไป คิดว่าแผ่นดินนี้ยังมีค่าพอให้ข้าหายใจอยู่หรือ?"
บรรยากาศภายในห้องเงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของคนทั้งสอง
หลินซูเหยาทอดถอนใจเบาๆ นางรู้ดีว่าเบื้องหลังเหตุลอบสังหารครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ตระกูลใหญ่ฝ่ายตรงข้ามในราชสำนักและสนมเอกขั้นเฟยในวังหลวงต่างร่วมมือกันเดินหมากตานี้ เพื่อหวังจะใช้ความตายของนางเป็นชนวนทำลายความมั่นคงของท่านอ๋อง
"พวกมัน... คงคิดว่ากำจัดข้าได้แล้ว จะสามารถสั่นคลอนอำนาจของท่านได้สินะเพคะ" แววตาของหลินซูเหยาเปลี่ยนเป็นคมกริบดั่งใบมีดผ่าตัด ทว่าน้ำเสียงยังคงราบเรียบเยือกเย็น
เฉินจิ้งหานแค่นหัวเราะในลำคอ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาทันที "หมากตานี้... พวกมันเดินพลาดมหันต์แล้ว ซูเหยา" เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ กระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร "ตลอดเจ็ดวันที่เจ้าหมดสติ ข้าไม่ได้นิ่งนอนดูดาย หลักฐานการสมคบคิดระหว่างขุนนางฝ่ายใต้กับตำหนักในถูกขุดรากถอนโคนจนหมดสิ้น ราชตระกูลกำลังจะชำระล้างครั้งใหญ่... และหัวของพวกมัน จะถูกนำมาเซ่นไหว้ขอบคุณสวรรค์ที่เมตตาคืนเจ้าให้แก่ข้า"
นี่คือวิถีแห่งการแก้แค้นของเฉินจิ้งหาน เย็นชา เด็ดขาด และแม่นยำดั่งคมดาบที่กวัดแกว่ง
หลินซูเหยาจ้องมองสามีด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความรัก ความเข้าใจ และความเคารพในฐานะคู่ชีวิตที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับพายุร้ายไปด้วยกัน นางยกมือขึ้นสัมผัสสันกรามของเขาแผ่วเบา "ถ้าเช่นนั้น... ท่านอ๋องผู้ปรีชาชาญ คงไม่รังเกียจที่จะให้หมอหลวงส่วนตัวอย่างข้า ได้มีส่วนร่วมในการ 'รักษา' โรคเรื้อรังของราชสำนักครั้งนี้ด้วยกระมังเพคะ?"
เฉินจิ้งหานคว้ามือที่สัมผัสแก้มของเขามาจູບเบาๆ ที่หลังมือ รอยยิ้มมุมปากที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย "ตามใจเจ้าทุกอย่าง... ภรรยาข้า"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหวานล้ำท่ามกลางกลิ่นอายสงครามการเมืองที่สงบลงชั่วคราว เสียงฝีเท้าเร่งรีบและหนักหน่วงก็ดังขึ้นที่หน้าประตูตำหนัก
*ปัง!*
ประตูด้านนอกถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่รออนุญาต ขันทีสนิทประจำพระองค์ของฮ่องเต้วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงกับพื้น เนื้อตัวสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำ ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด
"ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ขันทีผู้นั้นละล่ำละลักละลานจนแทบจับใจความไม่ได้
เฉินจิ้งหานขมวดคิ้วมุ่น ความหงุดหงิดฉายชัดขึ้นในแววตาที่ถูกขัดจังหวะ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง บังร่างของหลินซูเหยาไว้ครึ่งหนึ่งเพื่อป้องกันอันตราย "มีเรื่องอันใด? พูดให้ชัดเจน!"
ขันทีผู้นั้นก้มหน้าชิดพื้น มือที่ประสานกันสั่นเทารุนแรง ยื่นราชโองการม้วนหนึ่งที่ประทับตราหยกทองคำแท้ด้วยความหวาดกลัว
"พระราชโองการด่วนที่สุดจากท้องพระโรง... ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้ท่านอ๋องนำกองกำลังทหารม้าทมิฬสามหมื่นนาย เดินทางออกจากเมืองหลวงไปชายแดนตะวันตก *ภายในคืนนี้*... เพื่อปราบกบฏโดยไม่มีกำหนดกลับพ่ะย่ะค่ะ!"
หลินซูเหยาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย สัญชาตญาณนักยุทธศาสตร์ในตัวนางร้องเตือนภัยทันที นี่ไม่ใช่คำสั่งราชการปกติ... แต่มันคือแผนการ "ถอนฟันเสือออกจากถ้ำ" ที่สมบูรณ์แบบที่สุด!
เฉินจิ้งหานรับม้วนราชโองการมาถือไว้ ดวงตาดั่งเหยี่ยวราตรีกวาดมองตัวอักษรด้วยความเยือกเย็น ไร้ซึ่งความตกใจ ทว่ามุมปากกลับหยยัดยิ้มหยันออกมาอย่างน่ากลัว
หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะร่วมเดินทางฝ่าคลื่นลมการเมืองครั้งนี้ไปกับข้าและตัวละครอันเป็นที่รักเสมอนะครับ
---
*เฉินเว่ยสายลุย*
ท่านอ๋องอย่าร้าย...ข้าแค่ทะลุมาเป็นหมอ•ตอนที่ 26
ฟื้นคืนจากมัจจุราช
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้าย...ข้าแค่ทะลุมาเป็นหมอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!