"หากรินชาลงบนพื้นดินจนเปียกชุ่มถึงเพียงนั้น เกรงว่ารากบัวใต้สระคงเน่าตายก่อนจะได้ผลิดอกแล้วกระมัง คุณหนูรอง..."
น้ำเสียงราบเรียบดั่งผืนน้ำไร้ระลอกคลื่น ทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวกระดูกดังขึ้นจากเบื้องหลังม่านมุกโปร่งแสง หลินซูเหยาค่อยๆ วางพู่กันขนกระต่ายป่าลงบนแท่นฝนหมึกอย่างเชื่องช้า นางไม่ได้แม้แต่จะชายตามองร่างอรชรที่กำลังยืนตัวสั่นเทาอยู่กลางห้องรับรองเรือนปีกซ้าย กลิ่นอายกดดันอันเยือกเย็นแผ่ซ่านออกมาจากตัวนางราวกับราชสีห์ที่กำลังจ้องมองเหยื่อในกำมือ
บนโต๊ะไม้ฮวาหลีเบื้องหน้า มีถ้วยชาเคลือบกระเบื้องลายครามวางอยู่สองใบ ใบหนึ่งส่งควันกรุ่นพร้อมกลิ่นหอมละมุนของชาหลงจิ่งชั้นดี แต่อีกใบ... ผิวน้ำชาสีอำพันกลับสะท้อนเงาของผงยาพิษสีขาวขุ่นที่ยังละลายไม่หมดดี
ฉู่อวี้หลัน อนุภรรยาผู้เป็นดั่งดวงใจของซีกหนึ่งในจวนอ๋อง ขบริมฝีปากจนห่อเลือด นางฝืนปั้นยิ้มบิดเบี้ยว ถือวิสาสะเดินล่วงล้ำเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมกับถาดน้ำชาที่หมายจะแสดง "ความคารวะ" ตามธรรมเนียมของผู้น้อย ทว่าเบื้องหลังรอยยิ้มอ่อนหวานนั้น ซ่อนไว้ด้วยจิตใจที่ดำมืดดั่งก้นบึงอเวจี
"พี่หญิง... น้องเพียงแต่เห็นท่านตรากตรำกับการตรวจรักษาอาการประชวรของท่านอ๋องมาหลายวัน จึงตั้งใจนำน้ำชาบำรุงกำลังมาให้ด้วยความหวังดี เหตุใดท่านจึงกล่าวหาว่าน้องมีเจตนาร้ายเล่าเจ้าคะ" ฉู่อวี้หลันเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ คล้ายคน
สัตย์ซื่อผู้ถูกรังแกจนแทบทนไม่ไหว หยดน้ำตาเอ่อคลอเบ้าตาอย่างน่าเวทนา
หลินซูเหยาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นเย็นเยียบเสียจนฉู่อวี้หลันรู้สึกราวกับมีเข็มเงินนับเล่มพุ่งเข้าปักกลางอก ศัลยแพทย์อัจฉริยะผู้ผ่านความเป็นความตายมานับไม่ถ้วนในห้องผ่าตัด ย่อมมองทะลุปรุโปร่งถึงกลอุบายตื้นเขินระดับอนุภรรยาเช่นนี้ นางค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย ดวงตาคู่คมปลาบดุจกระบี่คมกริบที่ซ่อนอยู่ในฝักอันงดงาม
"ความหวังดี? เจ้าเรียก 'ผงหงส์มรกต' ครึ่งสลึงที่ผสมลงไปในถ้วยชานี้ว่าความหวังดีกระนั้นหรือ?" ซูเหยาเอ่ยพลางใช้นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนขอบโต๊ะเป็นจังหวะเชื่องช้า "ยาทาสมานแผลภายนอกชนิดนี้ หากผู้มีครรภ์ดื่มเข้าไป จะทำให้โลหิตไหลไม่หยุดจนแท้งบุตรภายในสามชั่วยาม แต่หากเป็นคนปกติ... ลำไส้จะถูกกัดกร่อนจนเน่าเปื่อยภายในเจ็ดวัน ช่างเป็นความกรุณาที่ลึกซึ้งเสียจริง ฉู่อวี้หลัน"
ใบหน้าของฉู่อวี้หลันถอดสีลงทันที ราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางศีรษะในยามวิกาล ความมั่นอกมั่นใจที่นางซ่อนเร้นมาตลอดพังทลายลงในพริบตา นางไม่คาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่า สตรีที่เติบโตมาในห้องหอเช่นหลินซูเหยา จะมีความรู้ลึกซึ้งถึงพิษพรรณหายากเหล่านี้ได้รวดเร็วยิ่งกว่าหมอหลวงประจำสำนักแพทย์หลวงเสียอีก
"ทะ... ท่านพี่... ท่านกล่าวเหลวไหลอันใด น้องไม่เห็นเข้าใจ..." ฉู่อวี้หลันละล่ำละลักแก้ตัว ถอยหลังกรูดไปจนชนเข้ากับเสาไม้แกะสลัก
"ไม่เข้าใจอย่างนั้นหรือ?" ซูเหยาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง อาภัพผ้าไหมปักลายหงส์เพลิงเคลื่อนไหวตามจังหวะก้าวเดินราวกับมีชีวิต นางก้าวเข้าไปใกล้ฉู่อวี้หลันทีละก้าว แรงกดดันมหาศาลแผ่ออกมาจากตัวนางจนฉู่อวี้หลันแทบทรุดลงไปกองกับพื้น "ในเมื่อเจ้าบอกว่าไม่เข้าใจ งั้นพวกเรามาลองพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของ 'น้องสาว' ผู้แสนดีคนนี้กันดีกว่า"
ซูเหยาเอื้อมมือไปหยิบถ้วยชาพิษนั้นขึ้นมาด้วยท่าทางสง่างามไร้ที่ติ ก่อนจะยื่นไปตรงหน้าของฉู่อวี้หลัน
"ดื่มมันเสียสิ หากถ้วยนี้คือชาบำรุงกำลังอย่างที่เจ้ากล่าวอ้าง ข้าในฐานะชายาหลักย่อมดื่มต้อนรับน้ำใจจากเจ้าครึ่งหนึ่ง แต่อีกครึ่งที่เหลือ... เจ้าในฐานะผู้ปรุงย่อมต้องดื่มมันเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจเช่นกัน ดีหรือไม่?"
"ข้า... ข้าไม่ดื่ม! ท่านไม่มีสิทธิ์มาบังคับข้า!" ฉู่อวี้หลันกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดก้องอยู่ในหัว นางปัดถ้วยชาในมือของหลินซูเหยาทันที
*เพล้ง!*
ถ้วยกระเบื้องเคลือบราคาแพงร่วงลงกระแทกพื้นแตกกระจาย น้ำชาสีอำพันไหลนองเปรอะเปื้อนพรมทอเปอร์เซียลวดลายวิจิตร กลิ่นฉุนของพิษลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ บรรยากาศภายในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก สาวใช้และบ่าวรับใช้ที่ยืนหมอบอยู่ด้านนอกต่างตัวสั่นเทา ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
ทว่า ก่อนที่ฉู่อวี้หลันจะทันได้แก้ตัวอันใด ร่างสูงสง่าในชุดคลุมผ้าไหมสีดำปักดิ้นทองของท่านอ๋องเฉินจิ้งหานก็ปรากฏขึ้นที่ประตูทางเข้า ใบหน้าคมคายดุจเทพสลักไร้ซึ่งความรู้สึก ทว่าดวงตาดั่งเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองซากถ้วยชาและรอยน้ำบนพื้นด้วยประกายตาดุดันที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งให้เป็นจุล
"เกิดเรื่องอันใดขึ้นที่นี่ เสียงดังโวยวายถึงด้านนอก" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทำให้อุณหภูมิภายในห้องลดฮวบลงทันที
ฉู่อวี้หลันเห็นดังนั้นราวกับฟางเส้นสุดท้าย นางรีบพุ่งเข้าไปหมอบกราบแทบเท้าของเฉินจิ้งหาน ปล่อยโฮออกมาเสียงดังราวกับจะขาดใจตาย "ท่านอ๋อง! โปรดให้ความเป็นธรรมแก่หม่อมฉันด้วยเพคะ! พี่หญิง... พระชายาเอกไม่ทรงโปรดหม่อมฉัน หาว่าหม่อมฉันคิดปองร้าย ถึงกับบังคับให้หม่อมฉันดื่มยาพิษฆ่าตัวตาย หม่อมฉันมีความคับแค้นใจยิ่งนักเพคะ!"
เฉินจิ้งหานก้มมองอนุภรรยาที่กำลังซบหน้าสะอื้นไห้อยู่ที่ชายผ้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับหลินซูเหยา นัยน์ตาคู่นั้นเต็มไปด้วยคำถามและความซับซ้อนที่ยากจะหยั่งถึง
หลินซูเหยาไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย นางเพียงแต่แย้มยิ้มบางเบาอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า ยื่นมือไปหยิบกระดาษรายชื่อสมุนไพรบนโต๊ะขึ้นมาถือไว้ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใสที่บาดลึกถึงโสตประสาทของทุกคนในที่นั้น
"ท่านอ๋องไม่ต้องรีบตัดสินใจเพคะ..." ซูเหยาเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองฉู่อวี้หลันที่กำลังตัวสั่นด้วยความหวาดผวา "เพราะสิ่งที่อยู่ในถ้วยนั้นหาใช่ยาพิษธรรมดาไม่... แต่เป็นตำรับยาทำลายทายาทที่ท่านแม่ทัพใหญ่แห่งกองทัพพยัคฆ์ทมิฬ เพิ่งจะ 'พระราชทาน' ให้กับคนสนิทของฉู่อวี้หลันเมื่อสามวันก่อนต่างหากเล่าเพคะ!"
สิ้นคำพูดนั้น ร่างของเฉินจิ้งหานก็ชะงักกึก ใบหน้าคมคายเปลี่ยนเป็นเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลกทันที!
ขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินหมากกลยุทธ์อันเชือดเฉือนนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
ท่านอ๋องอย่าร้าย...ข้าแค่ทะลุมาเป็นหมอ•ตอนที่ 15
ศึกในเรือนหลัง
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้าย...ข้าแค่ทะลุมาเป็นหมอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!