กลิ่นคาวเลือดจางๆ และกลิ่นสมุนไพรต้มเคี่ยวระคนกันอบอวลอยู่ภายในห้องนอนส่วนตัวของตำหนักอ๋อง ปลายเข็มเงินเล่มบางในมือของหลินซูเหยาเปล่งประกายวับแวมยามต้องกับแสงเทียนสีส้มสลัว นางกำลังใช้สมาธิขั้นสูงในการฝังเข็มระบายพิษตกค้างตามจุดชีพจรสำคัญบริเวณแผ่นหลังกว้างของอ๋องเฉินจิ้งหาน ร่างกายกำยำสมชายชาตรีที่ผ่านสนามรบมาโชกโชนเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นอันเป็นเครื่องหมายแห่งเกียรติยศ แต่ในยามนี้แผ่นหลังนั้นกลับมีรอยพุพองสีคล้ำจากการถูกลอบวางพิษลึกลับเมื่อค่ำคืนก่อน
ความเงียบงันภายในห้องปกคลุมหนาแน่นจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของบุรุษผู้กุมอำนาจทหารครึ่งค่อนแผ่นดิน หลินซูเหยาขยับปลายนิ้วอย่างแม่นยำ ทุกการเคลื่อนไหวเปี่ยมด้วยความมั่นใจและงดงามดั่งร่ายรำ แต่นางย่อมรู้ดีว่าสถานการณ์รอบตัวในยามนี้มิได้สงบเยือกเย็นดังเช่นบรรยากาศภายในห้อง
"เจ้ากังวลเรื่องฎีกาลับจากชายแดนเหนือฉบับนั้นอยู่หรือ"
เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าเล็กน้อยเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ บุรุษผู้เป็นเจ้าของแผ่นหลังยังคงนั่งนิ่งให້ນางรักษา โดยไม่แสดงอาการเจ็บปวดออกมาแม้แต่น้อย แม้พิษร้ายจะกำลังกัดกินอวัยวะภายในก็ตาม
หลินซูเหยาชะงักปลายนิ้วที่ถือเข็มเงินไว้เพียงชั่วลมหายใจ นางกวาดสายตาคมปลาบไปยังเงาสะท้อนบนฉากกั้นลายมังกร ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ซ่อนคมความคิด
"หม่อมฉันเพียงแต่คิดว่า... หมากกระดานนี้ผู้เล่นเบื้องหลังช่างใจกล้าเสียจริง กล้าแม้กระทั่งส่งมือสังหารแทรกซึมเข้าสู่เขตพระราชฐานชั้นในเพื่อหวังปลิดชีวีท่านอ๋อง หากคืนนี้หม่อมฉันมาล่าช้าไปก้านธูปเดียว เกรงว่าตำหนักนี้คงต้องไว้ทุกข์ให้กับแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่แล้วกระมังครับ... เอ๊ย... เพคะ"
นางเผลอใช้สรรพนามหลุดปากตามความคุ้นเคยจากโลกยุคศตวรรษที่ยี่สิบที่เคยจากมา แต่ความเฉียบคมในน้ำเสียงและการแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าทำให้นางรีบปรับเปลี่ยนคำเรียกขานในเสี้ยววินาที ทว่าปฏิกิริยานั้นกลับไม่รอดพ้นจากประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของบุรุษเบื้องหน้า
อ๋องเฉินจิ้งหานแค่นหัวเราะในลำคอแผ่วเบา ร่างหนาพลิกตัวกลับมาเผชิญหน้ากับนางอย่างรวดเร็วจนปลายนิ้วของหลินซูเหยาเกือบจะพลาดสัมผัสถูกแผ่นอกแกร่ง ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีย์จ้องลึกเข้ามาในดวงตานาง ราวกับต้องการค้นหาความลับดำมืดที่สตรีผู้นี้ปกปิดไว้ภายใต้รอยยิ้มเยือกเย็น
"เจ้าเรียกแทนตัวเองว่า 'หม่อมฉัน' ตามธรรมเนียม แต่แววตาของเจ้าไม่เคยมีความหวาดกลัวต่ออำนาจของเป่ยจิงแม้แต่น้อย หลินซูเหยา... เจ้าเป็นใครกันแน่"
มือหนาเอื้อมออกไปคว้าข้อมือเรียวบางของนางไว้เบาๆ ไม่ได้บีบรัดด้วยความรุนแรง ทว่ามั่นคงและทรงพลังราวกับคีมเหล็ก ความอบอุ่นจากฝ่ามือของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเลือดเย็นและไร้หัวใจ ส่งผ่านผิวเนื้อเข้ามาจนทำให้หัวใจของศัลยแพทย์สาวผู้ผ่านความตายมานับไม่ถ้วนถึงกับกระตุกวูบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
นี่ไม่ใช่การคุกคามทางการเมือง แต่เป็นแรงดึงดูดอันตรายที่สั่นคลอนเกราะป้องกันอันแข็งแกร่งของทั้งสองฝ่าย
หลินซูเหยาเม้มริมฝีปากแน่น นางไม่หลบสายตา ประสานสายตากลับไปอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจในอกจะเต้นเร็วกว่าปกติจนน่าตกใจ
"หม่อมฉันก็เป็นเพียงแพทย์ผู้หนึ่ง... ผู้ซึ่งบังเอิญตกลงมาในหลุมพรางการเมืองของพวกท่านก็เท่านั้นเพคะท่านอ๋อง หากท่านยังมีเวลามาสงสัยในตัวหม่อมฉัน สู้เอาเวลาไปคิดดีกว่าว่า ชาเขียวที่ท่านดื่มไปเมื่อยามอู่เหตุใดจึงมีกลิ่นอลันจิเจือปนอยู่ด้วย"
คำพูดของนางทำให้รอยยิ้มมุมปากของอ๋องเฉินจิ้งหานจางหายไปในพริบตา แววตาลึกล้ำฉายประกายวาบด้วยความชื่นชมระคนระแวดระวัง บุรุษผู้ไม่เคยเปิดใจให้ผู้ใดกลับรู้สึกว่า สตรีตรงหน้าผู้นี้คือเงาเดียวที่ก้าวล้ำเข้ามาในเขตแดนแห่งความโดดเดี่ยวของเขาได้อย่างน่าประหลาด
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยกระแสความเร่าร้อนที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ผืนน้ำอันนิ่งสงบ อ๋องเฉินจิ้งหานค่อยๆ ขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้น กลิ่นอายบุรุษและกลิ่นจันทร์หอมลอยกรุ่นอบอวลอยู่ปลายจมูก จนหลินซูเหยาต้องหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ
"เจ้าเป็นสตรีคนแรกที่กล้าต่อรองกับเป่ยจิง และเป็นคนแรก... ที่กล้าแตะต้องแผลเป็นในใจข้า"
น้ำเสียงของเขาอ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำที่ชวนให้หลงใหล มือที่กุมข้อมือนางเปลี่ยนเป็นสอดประสานนิ้วเข้าหากันอย่างถือวิสาสะ ท่ามกลางแสงเทียนที่วับแวม ร่างสูงใหญ่โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนของนาง
หลินซูเหยากลั้นหายใจ สมองอันปราดเปรื่องของศัลยแพทย์กำลังคำนวณอัตราการเต้นของชีพจรที่พุ่งสูงเกินมาตรฐาน แต่นางยังไม่ทันได้เอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดเพื่อรักษาระยะห่าง ทันใดนั้นเอง...
*ปัง!*
เสียงประตูห้องด้านนอกถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝีมือของผู้มาเยือนยามวิกาล เงาร่างขององครักษ์เงาพุ่งเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าด้วยท่าทางตื่นตระหนก ใบหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด
"ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ราชأองการด่วนจากห้องเครื่องหลวง... แจ้งว่าพระสนมเอกผู้เป็นมารดาเลี้ยงของท่าน ถูกพบสิ้นพระชนม์อย่างมีเงื่อนงำในตำหนักเย็น และในพระหัตถ์ของพระนาง... กำป้ายหยกประจำตัวของท่านอ๋องเอาไว้แน่นพ่ะย่ะค่ะ!"
ขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินหมากกลยุทธ์อันเชือดเฉือนนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
ท่านอ๋องอย่าร้าย...ข้าแค่ทะลุมาเป็นหมอ•ตอนที่ 14
เมื่อหัวใจเริ่มหวั่นไหว
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้าย...ข้าแค่ทะลุมาเป็นหมอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!