กลิ่นอายของชาผู่หล่อชั้นดีคุกกรุ่นผสมผสานไปกับกลิ่นอายอันเย็นเยียบของอำนาจที่แผ่ออกมาจากร่างสูงสง่าของบุรุษผู้ครองกองทัพพยัคฆ์ประจิม ทว่าภายในตำหนักรับรองอันโอ่อ่าหลังนี้ กลับมิได้มีเพียงแค่บรรยากาศของการเฉลิมฉลอง หากแต่แฝงไว้ด้วยคมมีดแห่งการชิงไหวชิงพริบที่ถูกซ่อนเร้นไว้อย่างแนบเนียนใต้รอยยิ้มของเหล่าขุนนางผู้จอมปลอม
หลินซูเหยายืนนิ่งสงбиในชุดคลุมผ้าไหมปักลายเหมันต์สีขาวบริสุทธิ์ นางกวาดสายตาคมปลาบดั่งคมดาบกริบผ่านถ้วยชาเคลือบกระเบื้องลายครามตรงหน้า ในฐานะศัลยแพทย์ผู้เคยผ่านความเป็นความตายในห้องผ่าตัดมานับร้อยนับพันเคส ประสาทสัมผัสของนางเฉียบคมยิ่งกว่าผู้ใด เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ สติปัญญาที่คำนวณอัตราส่วนของสารพิษในอากาศ และกลิ่นอายแปลกปลอมจางๆ ที่ลอยมาแตะนาสิก ล้วนบอกนางชัดเจนว่า... ค่ำคืนนี้ หาใช่มีเพียงงานเลี้ยงแสดงความยินดี หากแต่เป็นลานประหารที่ไร้ซึ่งหยดเลือด
"แม่นางหลิน เหตุใดจึงยังไม่ยอมดื่มชาคารวะท่านอ๋องเล่า? หรือว่าท่านหมอเทวดาเช่นเจ้า จะรังเกียจน้ำชาต้อนรับจอกนี้กัน"
เสียงหวานหยดย้อยทว่าแฝงพิษสงของสนียาผู้หนึ่งดังขึ้น นางคืออนุสนธิ์ของเสนาบดีกรมการคลัง ผู้ซึ่งแอบส่งสายตาอำมหิตมายังหลินซูเหยาตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าสู่ตำหนัก รอยยิ้มบนใบหน้าของนางประดิษฐ์ขึ้นอย่างงดงาม ทว่าดวงตากลับพรากประกายความอิจฉาริษยาและเจตนาฆ่าไว้อย่างมิดชิด
หลินซูเหยาไม่แม้แต่จะชายตามองสตรีผู้นั้น นางยกยมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเยือกเย็นและสูงส่งปรากฏขึ้นบนใบหน้างามล้ำ แววตาของนางสะท้อนภาพของถ้วยชาที่ส่งไอความร้อนกรุ่นขึ้นมาอย่างเชื่องช้า
"ท่านหญิงเข้าใจผิดแล้ว... เพียงแต่ข้าพเจ้าเป็นแพทย์ ย่อมรู้ดีว่าสมุนไพรชนิดใดควรคู่กับฤดูกาลใด ชาจอกนี้ใช้ใบชาผู่หล่ออายุสิบปี ทว่ากลิ่นปลายจมูกกลับมีกลิ่นหอมหวานของดอกอวี้หลานปะปนอยู่ ทั้งที่ฤดูนี้ไม่ใช่ฤดูออกดอกของมัน ช่างเป็นความพิถีพิถันที่แปลกประหลาดเสียจริงนะครับ"
คำพูดของนางทำเอาบรรยากาศในห้องโถงชะงักงันไปชั่วขณะ อนุสนธิ์ผู้นั้นหน้าถอดสีไปในพริบตา ทว่ายังคงฝืนยفةกลบเกลื่อนความพิรุธ
"หมอหลินคงจะเข้าใจผิดกระมัง ในจอกนั้นก็เป็นเพียงน้ำชาชั้นดี..."
"ชาชั้นดี... ที่ผสมผงกึ่งสำเร็จรูปและสารละลายโลหะหนักชนิดที่ออกฤทธิ์ทำให้เส้นประสาทอัมพาตชั่วคราวสินะครับ" หลินซูเหยาเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทรงพลังจนทุกคนในห้องต้องสะท้อนเฮือก นางแสร้งยกมือขึ้นจัดชายแขนเสื้ออย่างไม่เร่งรีบ ก่อนจะหันไปสบตากับร่างสูงที่นั่งประทับอยู่ ณ ตำแหน่งประธาน
อ๋องเฉินจิ้งหานยังคงนั่งนิ่งดั่งขุนเขา ทว่านัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นกลับฉายแสงวาบขึ้นวูบหนึ่งอย่างน่ากลัว รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากพระองค์ทำให้อุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงทันตาเห็น พระองค์มิได้เอตรัสสิ่งใด ทว่าการที่พระองค์ทรงวางจอกชาในพระหัตถ์ลงอย่างเชื่องช้า กลับสร้างความกดดันมหาศาลให้กับเหล่าขุนนางที่ร่วมโต๊ะจนแทบหายใจไม่ออก
"ซูเหยา..." สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็น "เจ้ากำลังบอกว่า... มีหนอนบ่อนไส้กล้าลงมือในงานเลี้ยงของเปิ่นหวางอย่างนั้นหรือ"
"ทูลท่านอ๋อง หาใช่เพียงแค่หนอนบ่อนไส้ไม่พ่ะย่ะค่ะ..." หลินซูเหยาประสานมือคำนับอย่างงดงามและถูกต้องตามธรรมเนียมโบราณทุกกระเบียดนิ้ว ทว่าแววตากลับเปล่งประกายความเฉลียวฉลาดล้ำลึก "หากแต่เป็นแผนการอันแยบคายที่ต้องการตัดกำลังของกองทัพพยัคฆ์ประจิม ผ่านทางแพทย์หลวงผู้ถวายการรักษาต่างหากเล่า"
สิ้นคำกล่าวของนาง ความโกลาหลเล็กๆ ก็บังเกิดขนานใหญ่ อนุสนธิ์ผู้ยื่นชาพิษหน้าซีดเผือกจนแทบลมจับ นางทรุดกายลงคุกเข่ากับพื้น ร้องระงมขอความเมตตา ทว่าอ๋องเฉินจิ้งหานหาได้มีความปรานีไม่ พระหัตถ์หนาโบกสะบัดเพียงครั้งเดียว ทหารองครักษ์เงาก็ก้าวพรวดเข้ามาตรึงร่างของสตรีผู้นั้นไว้ในทันที ดั่งกรงเล็บพยัคฆ์ที่ตะครุบเหยื่ออย่างไร้ความปรานี
หลินซูเหยาทอดสายตามองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความสงบนิ่ง นางรู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของหมากกระดานใหญ่ในเมืองหลวงแห่งนี้เท่านั้น ศัตรูในเงามืดกำลังเคลื่อนไหว และพวกมันคงไม่ยอมรามือเพียงเพราะแผนการในค่ำคืนนี้ล้มเหลวอย่างแน่นอน
นางหันกลับมาสบเข้ากับดวงตาคมปลาบของอ๋องเฉินจิ้งหานอีกครั้ง ทว่าในครานี้ แววตาคู่นั้นมิได้มีความเย็นชาดั่งเช่นเคย หากแต่แฝงไว้ด้วยความลุ่มลึก ความชื่นชม และความหวงแหนที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความดุดัน บุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุดในกองทัพผู้ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใด บัดนี้กลับกำลังจ้องมองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลงจากความตึงเครียด ขันทีเฒ่าคนสนิทประจำพระองค์ก็ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก หยาดเหงื่อผุดพรายเต็มใบหน้า มือที่ถือถาดไม้ประดับหยกสั่นเทาเล็กน้อยยามยื่นราชโองการลับฉบับใหม่ถวายเบื้องพระพักตร์
"ทูลท่านอ๋อง... มีม้าเร็วส่งสهمด่วนมาจากเมืองหลวงพ่ะย่ะค่ะ... ตราประทับจากท้องพระโรง... แจ้งว่าพระอาการของฮ่องเต้ทรุดหนักลงอย่างกะทันหัน และ... และมีพระราชโองการลับให้ปลดท่านอ๋องออกจากตำแหน่งแม่ทัพพยัคฆ์ประจิมในทันทีพ่ะย่ะค่ะ!"
ขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินหมากกลยุทธ์อันเชือดเฉือนนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
ท่านอ๋องอย่าร้าย...ข้าแค่ทะลุมาเป็นหมอ•ตอนที่ 5
กับดักชาพิษ
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้าย...ข้าแค่ทะลุมาเป็นหมอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!