คมมีดผ่าตัดเหล็กกล้าไร้สนิมเบอร์สิบหวันสะท้อนแสงตะเกียงน้ำมันวับวับ กลิ่นคาวเลือดเจือจางในห้องสี่เหลี่ยมทึบตันยังไม่ทันจางหายดี เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่กดน้ำหนักลงบนพื้นไม้กระดานทีละก้าวอย่างจงใจก็ดังแทรกเข้ามา ทำลายความเงียบงันยามราตรีลงอย่างไร้ความปรานี
หลินซูเหยาไม่ได้แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง ผู้ป่วยบนเตียงพ้นขีดอันตรายแล้ว กระสุนปืนไฟที่ฝังลึกอยู่ใกล้เส้นเลือดใหญ่ถูกคีบออกมาอย่างแม่นยำด้วยปลายนิ้วที่มั่นคง นางกำลังใช้ด้ายไหมละลายเย็บปิดปากแผลทีละฝเข็มอย่างประณีต ราวกับกำลังปักลวดลายลงบนผืนผ้าแพรชั้นดี หาใช่การเย็บเนื้อหนังมนุษย์ไม่
ประตูไม้แกะสลักถูกผลักเปิดออกโดยไม่แม้แต่จะเคาะขออนุญาต
ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรห้ากรงเล็บด้วยด้ายสีเงินยวดยวงก้าวเข้ามา ไอเย็นเยียบแผ่ซ่านปกคลุมทั่วทั้งห้องราวกับพายุฤดูหนาวที่เคลื่อนตัวเข้ามาอย่างไร้สุ้มเสียง อ๋องเฉินจิ้งหานยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังแสงเงา ใบหน้าคมคายราวกับสลักจากหินหยกดำสนิทคู่นั้นทอดมองสตรีเบื้องหน้าด้วยแววตาที่ยากจะหยั่งถึง
"เจ้ากล้าดียังไง ถึงใช้เครื่องมือประหลาดเหล่านี้กับคนของเปิ่นหวาง" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มที่กำลังทดسสอบเหยื่อในกรง
ซูเหยาค่อยๆ วางเครื่องมือลงบนถาดทองเหลืองอย่างใจเย็น นางใช้ผ้าสะอาดเช็ดคราบโลหิตบนเรียวรอก่อนจะค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับบุรุษผู้กุมอำนาจครึ่งค่อนแผ่นดินผู้นี้ ดวงตากลมโตนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นพรั่นพรึงแม้แต่น้อย
"หากหม่อมชั้นไม่ใช้เครื่องมือเหล่านี้ เกรงว่ามือขวาของท่านอ๋องคงต้องถูกตัดทิ้งเพื่อรักษาชีวิต หรือไม่ก็ต้องรอความตายด้วยอาการติดเชื้อในกระแสเลือด... ท่านอ๋องทรงเลือกทางไหนล่ะเพคะ" นางเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดั่งคมดาบที่ซ่อนอยู่ในฝักแพร
เฉินจิ้งหานหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกจากร่างจนบรรยากาศรอบตัวแทบจะแข็งตัว เขาก้าวเข้าไปใกล้หญิงสาวทีละก้าว กลิ่นอายบุรุษเพศที่ทรงพลังและกลิ่นอายสงครามลอยอบอวลจนน่าอึดอัด ทว่าซูเหยากลับยืนหยัดอย่างมั่นคง ไม่ถอยหลังแม้แต่ครึ่งก้าว
"บังอาจนัก เจ้าเป็นใครกันแน่ หลินซูเหยา..." อ๋องหนุ่มโน้มตัวลงกระซิบชิดริมฝีปากของนาง นัยน์ตาคมกริบกวาดสำรวจใบหน้างดงามที่เยือกเย็นเกินกว่าสตรีทั่วไป "สตรีชาวบ้านธรรมดา ไฉนจึงมีความรู้เรื่องการผ่าตัดที่แม้แต่หมอหลวงในวังยังไม่เคยพบเห็น ไฉนจึงมีแววตราบระดับแม่ทัพที่กำลังวางแผนศึกบนกระดานหมากรุก"
"หม่อมชั้นก็เป็นเพียงหมอผู้หนึ่ง..." ซูเหยาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว มุมปากหยักยิ้มบางเบาที่ยากจะตีความ "ผู้ซึ่งบังเอิญตกลงมาในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย และมีความจำเป็นต้องรักษาชีวิตตนเองให้รอดพ้นจากเงื้อมมือมัจจุราชก็เท่านั้น"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทั้งสองจ้องตา0กันราวกับกำลังประลองกำลังภายในผ่านความนิ่งงัน อ๋องเฉินจิ้งหานไม่เคยพบสตรีใดที่กล้าสบตาเขานานเกินสามลมหายใจโดยไม่เข่าอ่อน ทว่าสตรีตรงหน้ากลับท้าทายอำนาจของเขาด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่ชวนให้หงุดหงิดใจยิ่งนัก
มุมปากของอ๋องหนุ่มกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยเล่ห์กลและอันตรายปรากฏขึ้นชั่วแวบ "ดี... ในเมื่อเจ้าเก่งกาจถึงเพียงนี้ เปิ่นหวางมีข้อเสนอที่เจ้า... ปฏิเสธไม่ได้"
ซูเหยาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เป็นเชิงรอฟัง
"มาเป็นหมอส่วนตัวของเปิ่นหวาง" เฉินจิ้งหานกล่าวด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ไร้ซึ่งช่องว่างให้ปฏิเสธ "ชีวิตของคนสกุลหลินที่บ้านเดิมของเจ้า รวมทั้งความลับเรื่องชาติกำเนิดประหลาดๆ ของเจ้า จะถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีภายใต้เงื้อมมือของเปิ่นหวาง แต่หากเจ้าปฏิเสธ... พรุ่งนี้เช้า ศพของคนทั้งตระกูลเจ้าคงได้ไปนอนรออยู่ยมโลกก่อนเวลาอันควร"
คำขู่ที่เลือดเย็นและเด็ดขาด ทว่าซูเหยากลับหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เจือความเย้ยหยันเล็กน้อย ทำให้ดวงตาของอ๋องหนุ่มวาวโรจน์ขึ้นด้วยความกริ้ว
"ท่านอ๋องทรงใช้ชีวิตของคนอื่นมาต่อรองกับหม่อมชั้น ช่างสมกับเป็นแม่ทัพผู้เหี้ยมโหดเสียจริงเพคะ..." ซูเหยาขยับเข้าไปใกล้เขาอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่รดอยู่บนหน้าผาก "แต่... ท่านแน่ใจหรือว่า การผูกล่ามเสือร้ายไว้ข้างกาย จะไม่ใช่การชักศึกเข้าบ้านเสียเอง"
"เปิ่นหวางไม่กลัวเสือ..." เฉินจิ้งหานเอื้อมมือหนาขึ้นโอบรอบเอวบางของนางไว้กระชับแน่น ดึงร่างของนางเข้าประชิดตัวจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตานาง "เปิ่นหวางชอบที่จะปราบพยศมันด้วยมือของตนเองมากกว่า"
หัวใจของซูเหยาเต้นกระหน่ำขึ้นมาวูบหนึ่ง นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมสติ ทว่าก่อนที่นางจะได้ทันเอ่ยคำใดโต้แย้ง เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นที่หน้าประตูก่อนที่เงาร่างขององครักษ์เงาจะพุ่งเข้ามาคุกเข่าลงด้วยความตื่นตระหนก
"เรียนท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ราชโองการด่วนจากฮ่องเต้... ส่งมาถึงมือแม่ทัพพิทักษ์แคว้นแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
เฉินจิ้งหานขมวดคิ้วมุ่น ละสายตาจากหญิงสาวในอ้อมแขนอย่างไม่เต็มใจนัก เขารับม้วนราชโองการผ้าแพรสีเหลืองทองประทับตราหยกจากมือองครักษ์ขึ้นมาคลี่ออกอ่านด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ทว่าเมื่อกวาดสายตาผ่านตัวอักษรไม่กี่บรรทัด ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นประกายตาดุดันที่ลุกโชนไปด้วยเพลิงโทสะ
ซูเหยาแอบชำเลืองมองผ่านหัวไหล่หนาของเขา และตัวอักษรตัวสุดท้ายบนราชโองการที่สะท้อนเข้าตา, ก็ทำให้นางต้องกลั้นหายใจนิ่งค้างไปทันที...
ขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินหมากกลยุทธ์อันเชือดเฉือนนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
ท่านอ๋องอย่าร้าย...ข้าแค่ทะลุมาเป็นหมอ•ตอนที่ 6
ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้าย...ข้าแค่ทะลุมาเป็นหมอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!