กลิ่นอายของสมุนไพรจีนโบราณอย่างโสมเขาหวางและชะเอมเทศคั่วไฟ คลุ้งตลบอบอวลอยู่ภายในห้องปรุงยาหลวงอันเงียบสงบ ทว่าเบื้องหลังความสงบนั้นกลับซ่อนเร้นระลอกคลื่นแห่งการแย่งชิงอำนาจที่เชือดเฉือนกันอย่างไร้รอยแผล หลินซูเหยาในชุดคลุมผ้าไหมปักลายปักกระเรียนสีครามเข้ม ยืนนิ่งสงอยู่หน้าโต๊ะไม้จันทน์หอม มือเรียวบางจรดพู่กันเขียนใบสั่งยาลงบนกระดาษสาเนื้อดีด้วยลายมือที่เฉียบคมและหนักแน่น นางไม่ได้เป็นเพียงแค่หมอหลวงผู้กุมความเป็นความตายของขุนนางในราชสำนักอีกต่อไปแล้ว นับจากวินาทีนี้ โรงหมอหลวงแห่งแคว้นต้าเฉินจะกลายเป็นหมากกระดานสำคัญที่นางใช้ชักใยเครือข่ายข่าวกรองทั่วทั้งเมืองหลวง
"ท่านหมอหลิน..." เสียงกระซิบแผ่วเบาของจูซิน สาวใช้คนสนิทดังขึ้นพร้อมกับร่างที่ก้าวเข้ามาอย่างระมัดระวัง นางกวาดสายตามองรอบห้องก่อนจะโน้มตัวลงกระซิิ้างข้างหู "สายข่าวจากโรงเตี๊ยมบูรพาแจ้งมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ... ขุนนางกรมพิธีการผู้นั้นเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว"
ซูเหยาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากกระดาษสมุนไพร ริมฝีปากบางเฉียบแย้มยิ้มเยือกเย็นออกมาวับหนึ่ง "เคลื่อนไหว? ดี... คนที่กำลังร้อนรนย่อมเดินหมากผิดพลาดได้ง่ายที่สุด เจ้าจงส่งเทียบยานี้ไปให้ฮูหยินรองของเขา แต่อย่าลืมผสมผงรากบัวหิมะลงไปสักนิดเพื่อให้โรคหอบหืดของนางกำเริบในยามดึก อาการป่วยของฮูหยินจะทำให้ท่านเสนาบดีผู้นั้นต้องวิ่งเต้นหาหมอฝีมือดี และในเมืองหลวงนี้ย่อมไม่มีใครรักษาอาการธาตุไฟหยินพร่องได้ดีไปกว่าโรงหมอหลวงของเราอีกแล้ว"
นี่คือกลยุทธ์ก้าวกระโดดที่ซูเหยาวางหมากไว้ การรักษาโรคไม่ใช่เพียงเพื่อต่อชีวิต แต่เป็นการผูกมัดผู้มีอำนาจไว้ด้วย 'หนี้บุญคุณ' และ 'ความลับ' ที่มีเพียงนางผู้เดียวเท่านั้นล่วงรู้ ขุนนางผู้ยิ่งใหญ่ย่อมต้องก้มหัวให้แพทย์ผู้กุมลมหายใจของคนในครอบครัว
ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศอันตึงเครียดของการเดินหมาก ประตูไม้แกะสลักลายมังกรพ่นไฟกลับถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง ร่างสูงใหญ่สง่างามในชุดเกราะทมิฬและเสื้อคลุมขนจิ้งจอกสีดำสนิทก้าวเข้ามาอย่างองอาจ กลิ่นอายคาวเลือดและไอเย็นจากสนามรบแผ่ซ่านเข้ามาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที อ๋องเฉินจิ้งหาน... บุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพพยัคฆ์ทมิฬปรากฏตัวขึ้นโดยไม่มีผู้ใดกล้าขัดขวาง
ซูเหยาชะงักมือที่ถือพู่กัน นางเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงเนตรคมกริบดั่งพญานอินทร์คู่นั้น ความเยือกเย็นและดุดันที่ฉายชัดอยู่ในแววตาของเขาทำให้นางต้องสูดลมหายใจเข้าลึก
"ท่านอ๋องดึกดื่นเช่นนี้ ลมพัดพาพระองค์มาถึงห้องปรุงยาหลวงด้วยเหตุอันใด หรือว่าบาดแผลที่หัวไหล่เริ่มกำเริบอีกแล้วเพ่ะคะ... เอ๊ย... พ่ะย่ะค่ะ" ซูเหยาเผลอหลุดคำเรียกขานในยุคปัจจุบันออกมาเล็กน้อย ดีที่นางปรับเปลี่ยนสรรพนามได้อย่างรวดเร็วจนแทบไม่น่าสังเกต
เฉินจิ้งหานก้าวเข้ามาประชิดตัวนาง ร่างสูงใหญ่กดดันจนซูเหยาต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางสมุนไพร มือหนาราวกับคีมเหล็กยื่นไปจับคางนกนางแอ่นของซูเหยาให้เงยขึ้นบังคับสบตา น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยลอดไรฟัน "เจ้าช่างกล้านักหลินซูเหยา กล้าใช้ฮูหยินกรมพิธีการเป็นหมากในมือ กล้าชักใยขุนนางในราชสำนักโดยไม่เกรงกลัวอาญาแผ่นดิน... เจ้าคิดว่าหัวบนบ่าของเจ้ามีกี่ดวงกัน ถึงได้กล้าเล่นกับไฟกองโตเช่นนี้"
ซูเหยาไม่แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย นางแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ สายตาดุดันตอบโต้กลับไปอย่างไม่ยอมแพ้ "ท่านอ๋องทรงมีเนตรทิพย์หรืออย่างไร ถึงได้ล่วงรู้การเดินหมากของหม่อมฉัน... หรือว่าที่เสด็จมาในยามวิกาลเช่นนี้ เพราะทรงหวาดกลัวว่าสตรีตัวเล็กๆ อย่างหม่อมฉันจะก้าวล้ำอำนาจของท่านเข้าสักวันหนึ่ง?"
"หึ..." เฉินจิ้งหานแค่นยิ้ม มุมปากหยักลึกปรากฏรอยยิ้มเยาะหยันที่แฝงความเร่าร้อนอันน่าอันตราย ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากที่กำลังต่อปากต่อคำกับเขาอย่างไม่เกรงกลัว "ข้าไม่เคยหวาดกลัวสิ่งใดในใต้หล้า... แต่ข้าแค่แปลกใจว่าเหตุใดสตรีเช่นเจ้า ถึงได้ซ่อนคมดาบไว้ภายใต้รอยยิ้มอ่อนโยนได้อย่างแนบเนียนถึงเพียงนี้ เจ้ากำลังสร้างเครือข่ายข่าวกรองเพื่ออันใด? เพื่อความอยู่รอด หรือเพื่อแผ่นดินนี้?"
"เพื่อตัวของหม่อมฉันเอง... และเพื่อความปลอดภัยของคนที่หม่อมฉันต้องการปกป้อง" ซูเหยาตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เด็ดเดี่ยว ดั่งขุนผาที่ไม่เคยสะท้านต่อคลื่นลม
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทั้งสองจ้องตาCกันราวกับกำลังประลองกำลังภายใน สายตาที่ประสานกันนั้นเต็มไปด้วยความดุดัน ความลุ่มลึก และประกายไฟแห่งความเสน่หาที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ความเย็นชา เฉินจิ้งหานโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนนุ่มของซูเหยา หัวใจของศัลยแพทย์สาวที่เคยนิ่งสงบกลับเต้นรัวขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
"หากเจ้าต้องการอำนาจ... ข้าจะมอบกองทัพพยัคฆ์ทมิฬให้เจ้าบัญชาการ" เฉินจิ้งหานกระซิบเสียงพร่าข้างใบหูของนาง น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความจริงจังที่หนักแน่นดั่งคำสัตย์สาบาน "แต่จำไว้... เจ้าเป็นคนของข้า หลินซูเหยา ต่อให้เจ้าจะพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน เจ้าก็ต้องอยู่ในเงื้อมมือของข้าแต่เพียงผู้เดียว"
ซูเหยาใจกระตุกวูบ นางกำลังจะอ้าปากโต้แย้ง ทันใดนั้นเอง...
*เพล้ง!*
เสียงถ้วยกระเบื้องแตกกระจายดังสนั่นมาจากระเบียงด้านนอก ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงประกาศก้องของขันทีหน้าพระพักตร์ที่ดังฝ่าความมืดเข้ามา
"ราชCโองการด่วนจากฮ่องเต้... ประทานยาพิษสังหารเพื่อความสงบแห่งแผ่นดิน!"
เฉินจิ้งหานหันขวับไปมองที่ประตูทันที แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นดุดันอำมหิตขึ้นในเสี้ยววินาที ในขณะที่ซูเหยาหรี่ตาลงอย่างใช้ความคิด หมากตานี้... มาเร็วกว่าที่นางคาดการณ์ไว้ก้าวหนึ่ง
ขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินหมากกลยุทธ์อันเชือดเฉือนนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
ท่านอ๋องอย่าร้าย...ข้าแค่ทะลุมาเป็นหมอ•ตอนที่ 7
กลยุทธ์ก้าวกระโดด
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้าย...ข้าแค่ทะลุมาเป็นหมอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!