ท่านอ๋องอย่าร้าย...ข้าแค่ทะลุมาเป็นหมอ•ตอนที่ 21

เส้นขนานที่มาบรรจบ

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
คราบหมึกสีชาดยังคงชื้นอยู่บนแผ่นแพรไหมสีขาวบริสุทธิ์ ตัวอักษรตวัดด้วยลายมือเฉียบคมดั่งปลายกระบี่ กลิ่นอายของอำนาจและกลิ่นอายความตายจากแดนเหนือลอยคละคลุ้งอยู่ในตำหนักบูรพา ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน อ๋องเฉินจิ้งหานมิได้ชายตามองม้วนพระราชโองการที่แผ่หลาอยู่เบื้องหน้า สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวพญาหันกลับมาจับจ้องร่างระหงของสตรีที่ยืนนิ่งสงบอยู่หลังโต๊ะยาว นางในอาภรณ์สีเทาอ่อนปักลายสมุนไพรหายาก แววตาคู่คมของหลินซูเหยามิได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความเยือกเย็นดั่งบึงลึกที่สะท้อนเงาของเขาไว้ "ทรงตรัสมาเถอะพ่ะย่ะค่ะ... ว่าเหตุใด พระราชโองการลับฉบับนี้ จึงระบุชื่อของหม่อมฉันว่าเป็น 'สายลับแดนเหนือ' ผู้บั่นทอนรากฐานแคว้นเฉิน" น้ำเสียงของนางราบเรียบ ไร้ซึ่งความสั่นเครือ ทว่าทุกคำเปรียบเสมือนคมเข็มที่ปักลงบนความอึดอัดระหว่างทั้งสอง ทหารองครักษ์ถอยร่นออกไปจนหมดสิ้นตามคำสั่ง เหลือเพียงความกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นเทพสงคราม เฉินจิ้งหานก้าวช้าๆ เข้าหา นางไม่ได้ถอยหลังหนี เขายื่นมือหนาออกไป ปลายปลายนิ้วหยาบกร้านจากการจับกระบี่มาค่อนชีวิตแตะลงบนคางมนของนางอย่างแผ่วเบา ทว่ามั่นคง บังคับให้นางเงยหน้าขึ้นสบตา "เปิ่นหวังไม่เคยคิดว่าเจ้าเป็นสายลับ" สุ้มเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน แฝงไว้ด้วยความร้าวราญที่ถูกกักเก็บมานาน "แต่เปิ่นหวังเจ็บใจ... ที่เจ้าใช้ชีวิตของตนเองเป็นเดิมพันในกระดานหมากรุกที่ขุนนางชั่วพวกนั้นวางไว้ เจ้าไม่เคยไว้ใจเปิ่นหวังเลยใช่หรือไม่ ซูเหยา?" หลินซูเหยาเม้มริมฝีปากแน่น นางแค่นยิ้มหยันให้กับโชคชะตาที่เล่นตลก "ไว้ใจหรือพ่ะย่ะค่ะ? ท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์เคยมอบความจริงใจให้หม่อมฉันตั้งแต่แรกเริ่มด้วยหรือ ทุกย่างก้าวในตำหนักนี้ หม่อมฉันต้องใช้ความรู้ทางการแพทย์และสติปัญญาเฮือกสุดท้ายเพื่อเอาชีวิตรอดจากยาพิษและคมดาบที่ท่านส่งคนมาทดสอบ... ท่านบอกให้หม่อมฉันเชื่อใจ แต่หลักฐานในมือท่านกลับบอกว่าหม่อมฉันคือภัยคุกคาม" คำพูดของนางทิ่มแทงเข้ากลางใจของแม่ทัพผู้เกรียงไกร เฉินจิ้งหานชะงักไป ดวงตาคมกล้าไหววูบชั่วขณะ เขาไม่ได้แก้ตัว เพราะทุกสิ่งที่นางพูดคือความจริง ในอดีต เขาเคยใช้วิธีการที่โหดร้ายและเย็นชาเพื่อทดสอบความบริสุทธิ์ของนางจริงๆ ความระแวงแคลงใจในฐานะผู้กุมอำนาจรัฐทำให้เขาเกือบทำลายสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิตด้วยมือของตนเอง "เปิ่นหวังโง่เง่าเอง" เฉินจิ้งหานเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ยอมจำนนต่อความรู้สึกเบื้องลึก "โง่ที่คิดว่าอำนาจและการปกป้องด้วยวิถีทหารจะเพียงพอ โดยไม่เคยเฉลียวใจเลยว่า หัวใจของเจ้า... ข้าไม่เคยปกป้องมันไว้เลย" บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นความเงียบงันที่บาดลึก หลินซูเหยาสังเกตเห็นความเหนื่อยล้าที่ฉายชัดผ่านดวงตาคู่นั้น ความดุดันเยือกเย็นที่เคยมีบัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความห่วงหาอาทรที่ปิดไม่มิด นางสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอายยาสมานแผลและกลิ่นจันทน์หอมผสมผสานกันในอากาศ นางยื่นมือเรียวบางออกไปสัมผัสกับแผลเป็นลึกบริเวณหัวไหล่ใต้ร่มผ้าของเขา—ร่องรอยจากสนามรบที่เขาไม่เคยยอมให้หมอหลวงคนใดแตะต้อง สัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้ร่างสูงกระตุกเกร็งเล็กน้อย เฉินจิ้งหานก้มลงมองสตรีหน้าตาเรียบเฉย แต่นัยน์ตากลับทอประกายความอ่อนโยนที่นางพยายามซ่อนเร้น "ท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่... ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล แต่กลับโง่เขลาเรื่องความรู้สึกของสตรี" หลินซูเหยาถอนหายใจยาว น้ำเสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว "พระราชโองการฉบับนี้ เป็นฝีมือของเสนาบดีหลี่ใช่หรือไม่ เขาต้องการใช้เรื่องชาติกำเนิดของหม่อมฉันจากแดนเหนือ มาบีบให้ท่านเลือก ระหว่างราชบัลลังก์กับชีวิตของหม่อมฉัน" "ใช่" เฉินจิ้งหานตอบรับ เสียงของเขาเข้มขึ้น แววตาฉายแววอำมหิตขึ้นมาวูบหนึ่ง "แต่พวกมันคำนวณพลาด... เปิ่นหวังยอมสละได้ทุกสิ่ง ยกเว้นเจ้า" สิ้นคำพูดนั้น ร่างหนาก็รวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วราวกับกลัวว่านางจะสลายหายไปในอากาศ อ้อมแขนที่เคยใช้โอบอุ้มกองทัพนับแสนโอบกอดนางไว้แน่น ฝังใบหน้าลงกับลาดไหล่ของนาง ความอบอุ่นจากร่างกายของเขาสลายความหนาแน่นของความหวาดระแวงทั้งหมดลงจนไม่เหลือซาก ความเข้าใจผิดที่เคยเป็นดั่งกำแพงสูงชัน ถูกหลอมละลายด้วยความจริงใจที่เดิมพันด้วยชีวิต หลินซูเหยาหลับตาลง ยอมปล่อยให้ตนเองพักพิงอยู่ในอ้อมแขนที่แข็งแกร่งที่สุดในแผ่นดินนี้ นางยกมือขึ้นโอบหลังเขาไว้ เป็นการกระทำที่ยืนยันถึงความเชื่อใจที่เพิ่งประสานเข้าหากันอย่างสมบูรณ์ เส้นขนานของคนสองโลก บัดนี้ได้บิดงอเข้าหาและหลอมรวมเป็นเส้นทางเดียวกันแล้ว ทว่า ในขณะที่ความเงียบสงบและความอบอุ่นกำลังโอบล้อมคนทั้งคู่ เสียงฝีเท้าเร่งรีบและหนักหน่วงก็ดังขึ้นจากนอกประมุกตำหนัก เสียงเหล็กกระทบกันบ่งบอกถึงความวุ่นวายภายนอก ปัง! ประตูไม้แกะสลักถูกผลักเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง องครักษ์คนสนิทพุ่งเข้ามาคุกเข่าลงกับพื้นด้วยเนื้อตัวที่เปื้อนฝุ่นและรอยเลือด สีหน้าตื่นตระหนกจนซีดเผือด "ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" องครักษ์ละล่ำละลักรายงานด้วยเสียงสั่นเครือ "กองกำลังลับของสำนักเงาโลหิตจากแคว้นเหนือ... บุกทะลวงคุกหลวงและปลดปล่อยนักโทษการเมือง พร้อมทั้ง... พร้อมทั้งมีราชโองการประกาศิตฉบับที่สองจากฮ่องเต้แดนเหนือ เคลื่อนพลประชิดชายแดนแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เฉินจิ้งหานผละออกจากร่างของหลินซูเหยาช้าๆ แววตาที่เพิ่งมีความอ่อนโยนเมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นคมดาบที่พร้อมฆ่าฟันในเสี้ยววินาที หลินซูเหยาสบตากับเขา นางหยิบเครื่องมือผ่าตัดขนาดเล็กที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อขึ้นมาถือไว้มั่น ความสงบสุขยังไม่ทันได้หยั่งราก ความตายก็เคาะประตูเรียกเสียแล้ว ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันคลื่นลมอันบ้าคลั่งนี้เคียงบ่าเคียงไหล่กันมาตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้าย...ข้าแค่ทะลุมาเป็นหมอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%