“ถ้าน้องฝึกงานคนนี้ทำโครงสร้างชั้นแปดพัง ฉันจะถือว่ามันเป็นมรดกบาปที่คุณทิ้งไว้ให้ฉันแก้ต่าง หน้างานจริงไม่ใช่กระดาษไขแผ่นสวยในห้องแอร์นะคะ คุณวิศวกร”
เสียงทุ้มหวานแต่เฉียบคมราวกรรไกรตัดกระดาษดังขึ้นทันทีที่ประตูลิฟต์ขนของเปิดออก กลิ่นอับชื้นของปูนซีเมนต์ผสมฝุ่นผงคละคลุ้งปะทะเข้ากับปลายจมูกทันที คีย์ก้าวฉับๆ ออกจากกรงเหล็กแคบๆ โดยไม่สนใจว่ารองเท้าผ้าใบแบรนด์ดังของตนจะต้องเปื้อนคราบโคลนสีเทา ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาแฟชั่นฉายแววหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด เมื่อนึกถึงรายงานความเสียหายยับเยินของรอยร้าวบนผนังรับแรงเฉือนที่เพิ่งได้รับเมื่อสิบนาทีก่อน
เพลิงก้าวตามมาติดๆ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและหมวกนิรภัยสีขาวเคลื่อนไหวด้วยความนิ่งสงบผิดกับอีกฝ่าย ใบหน้าคมสันเรียบเฉยจนดูไร้อารมณ์ แต่ดวงตาสนเท่ห์คมกริบกลับจับจ้องแผ่นหลังบางที่กำลังสะบัดตัวเดินหนีราวกับแมวหงุดหงิด
“ถ้าคุณมัวแต่ห่วงเรื่องความสวยงามของผนังโค้งจนลืมมองแนวเสาเข็มรับน้ำหนัก ผมว่าเราคงไม่ต้องขึ้นไปดูข้างบนหรอกครับ... อ้อ ขอโทษที ติดปากไปหน่อย” เพลิงจงใจหยุดคำพูดพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายความหมั่นไส้ในอกสถาปนิกหนุ่มได้ทันที “หมายถึง... ถ้าคุณมัวแต่เถียงเรื่องดีไซน์ไร้สาระ เราคงไม่ต้องแก้ปัญหาอะไรกันพอดี”
คีย์หยุดก้าวเดินกะทันหันจนเกือบชนเข้ากับเสาคอนกรีต เปลือกตากระตุกวูบ หมุนขวับกลับมาประจันหน้ากับร่างสูงที่สูงกว่าตนเกือบหนึ่งคืบ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่มีช่องว่างให้ลมพัดผ่าน
“คุณว่าอะไรนะ? ดีไซน์ไร้สาระเหรอคะคุณเพลิง? อาคารนี้ชนะการประกวดระดับประเทศนะยะ! ถ้าโครงสร้างงี่เง่าของคุณไม่ไปเบียดบังพื้นที่ใช้งานจนมันเกิดรอยร้าวปูดโปนขึ้นมา มีเหรอที่ผมจะต้องถ่อสังขารมาตากแดดหัวฟูอยู่ตรงนี้!”
“มันไม่ใช่รอยร้าวธรรมดา” เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำหนักเสียงที่กดต่ำลงจนบรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปทันที เพลิงไม่ได้สนใจประกายไฟในดวงตาคู่สวยที่จ้องจะกินหัวเขา เขาก้าวเข้ามาประชิดอีกนิด มือหนายื่นออกไปคว้าหมวกนิรภัยสีขาวจากมือถือของคีย์มาสวมลงบนศีรษะทุยของอีกฝ่ายอย่างถือวิสาสะ
คีย์ชะงัก กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นแดดและบุคลิกสุขุมเยือกเย็นของวิศวกรหนุ่มโถมเข้าใส่จนลมหายใจสะดุด ปลายจมูกของพวกเขาแทบจะชนกันอยู่แล้วหากคีย์ไม่เอียงหน้าหนีเสียก่อน ปลายนิ้วอุ่นจัดของเพลิงที่แตะโดนกรอบหูตอนจัดสายรัดคางใต้คางเรียว ทำให้หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างไม่น่าให้อภัย
“ยะ... ยุ่งน่า ผมใส่เองได้” คีย์ปัดมือใหญ่ออกอย่างเก้อเขิน ใบเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโมโห... หรืออาจจะเพราะความใกล้ชิดที่อันตรายเกินไปเมื่อครู่กันแน่ เจ้าตัวก็ไม่อยากจะยอมรับ
“ถ้าไม่ใส่ หมวกเหล็กตกลงมาจากเครนชั้นสิบ คุณได้ไปนอนคุยกับรากมะม่วงก่อนจะได้ตรวจงานแน่ครับ สถาปนิกปากเก่ง” เพลิงกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำพ่นลมหายใจร้อนผ่าวรดต้นคอขาว ทำเอาคีย์ขนลุกซู่ รีบก้าวถอยหลังกรูดแล้วเชิดหน้าขึ้นทำเป็นมองไปทางอื่น
เบื้องหน้าของพวกเขาทั้งคู่คือโครงสร้างเหล็กและคอนกรีตดิบๆ ที่ทอดยาวขึ้นไปสู่ท้องฟ้าสีครามจัด แดดช่วงบ่ายแผดเผาจนอากาศสั่นไหว แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุดจริงๆ ไม่ใช่ความร้อนระอุของสภาพอากาศ หากแต่เป็นภาพตรงหน้า... รอยร้าวแนวเฉียงขนาดใหญ่พาดผ่านเสาหลักรับน้ำหนักโซน C แตกแขนงออกไปราายใยแมงมุม ปูนกะเทาะร่วงหล่นลงมากองบนพื้นคอนกรีตจนเห็นโครงเหล็กขึ้นสนิมสีแดงฉาน
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ รอยยิ้มเยาะหยันหายไปจากใบหน้าของคีย์ เหลือเพียงแววตาสั่นระริกด้วยความตกใจ
“นี่มัน... ไม่ใช่แค่รอยร้าวจากการทรุดตัวปกติแล้ว” คีย์พึมพำเสียงแผ่ว สัญชาตญาณนักออกแบบบอกทันทีว่าโครงสร้างส่วนนี้กำลังรับแรงบิดเกินขีดจำกัดจากดีไซน์โค้งเว้าที่เขาดึงดันจะใช้
“ใช่ครับ มันคือวิกฤต” เพลิงก้าวเข้ามาประชิดด้านหลังโดยที่คีย์ไม่ทันตั้งตัว แผ่นอกกว้างแนบชิดกับแผ่นหลังบางเมื่อวิศวกรหนุ่มโน้มตัวลงชี้จุดวิกฤตบนเสาต้นนั้น มือหนาเอื้อมผ่านไหล่บางไปวางทาบลงบนคอนกรีตที่แตกออก เพื่อวัดขนาดความกว้างของรอยร้าวด้วยตลับเมตรพกพา ท่าทางเหมือนเขากำลังโอบกอดสถาปนิกหนุ่มไว้กลายๆ กลางไซต์งานก่อสร้างที่ล้อมรอบด้วยคนงานนับสิบ
คีย์ตัวแข็งทื่อ ลมหายใจติดขัด ความร้อนจากแผ่นหลังของเพลิงแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามาจนแผ่นหลังร้อนผ่าว ยิ่งกว่าแสงแดดแผดเผาด้านนอกเสียอีก สัมผัสใกล้ชิดนี้ทำให้สมองที่เคยแล่นฉิวด้วยไอเดียออกแบบกลับขาวโพลน ว่า D-Line และความบาดหมางที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยเสียงหัวใจที่เต้นรัวโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
“ถ้าเราไม่รื้อคานรับน้ำหนักฝั่งตะวันตกออกตอนนี้ทั้งแถบ แรงเค้นทั้งหมดจะพังทลายตึกนี้ลงมาภายในสัปดาห์หน้า” เพลิงกระซิบชิดขอบหู น้ำเสียงจริงจังไร้ซึ่งการหยอกล้อเมื่อครู่ “และนั่นหมายถึง ผลงานชิ้นโบแดงที่คุณภูมิใจนักหนา จะกลายเป็นกองขยะพังพินาศในพริบตา”
คีย์เม้มริมฝีปากแน่น ความอีโก้ที่เคยมีพังทลายลงต่อหน้าความจริงอันโหดร้าย เขาช้อนสายตาขึ้นมองหน้าวิศวกรหนุ่มผ่านเลนส์แว่น เพลิงก้มลงมองสบตาเขาพพอดี ระยะห่างเพียงคืบทำให้เห็นประกายความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดุดันนั้นอย่างชัดเจน
“คุณ... จะช่วยผมแก้ปัญหานี้ใช่ไหมครับ” คีย์เผลอหลุดปากถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมอย่างไม่รู้ตัว
เพลิงยกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาสีเข้มวับวามราวกับสัตว์ป่าที่พบเหยื่ออันโอชะ มือหนาที่ยังทาบอยู่บนเสาเปลี่ยนมาบีบหัวไหล่บางเบาๆ เป็นเชิงปลอบประโลมผสมการประกาศิต
“ผมไม่เคยปล่อยให้งานที่ทำร่วมกับ ‘คนสำคัญ’ พังคามือหรอกครับ... แต่หลังจากเคลียร์เรื่องนี้จบ เรามีเรื่องต้องเคลียร์กันยาวแน่ คุณสถาปนิก”
ยังไม่ทันที่คีย์จะได้อ้าปากเถียงกลับ เสียงตะโกนโกลาหลก็ดังขึ้นจากด้านล่างของไซต์งาน พร้อมกับร่างของหัวหน้าคนงานวิ่งหน้าตาตื่นถือวิทยุสื่อสารเข้ามา “คุณเพลิงครับ! แย่แล้วครับ! ทีมงานขุดเจาะข้างเคียงทำท่อประปาหลักแตก น้ำทะลักเข้าชั้นใต้ดินโครงสร้างโซน A กำลังจะวิกฤตแล้ว!”
เพลิงขมวดคิ้วมุ่นทันที ดวงตาคมกริบหันขวับกลับไปมองทิศทางนั้น ก่อนจะหันมามองคีย์ที่เบิกตากว้างด้วยความตกใจซ้ำสอง
“อยู่ตรงนี้ ห้ามไปไหนเด็ดขาด” เพลิงสั่งเสียงเฉียบขาดด้วยสัญชาตญาณผู้นำ ก่อนจะหันหลังเตรียมวิ่งลงไปข้างล่าง
ทว่า... ในวินาทีที่เพลิงก้าวขาออกไป แรงสะเทือนมหาศาลจากใต้ดินก็ระเบิดขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย! พื้นคอนกรีตใต้ฝ่าเท้าของคีย์ทรุดฮวบลงไปครึ่งแถบอย่างรวดเร็วดั่งแผ่นดินไหว ร่างบางเสียการทรงตัวกรีดร้องลั่นและร่วงดิ่งลงสู่ความมืดเบื้องล่างในเสี้ยววินาที!
“คีย์!!”
เพลิงพุ่งตัวคว้าคว้างกลางอากาศอย่างไม่คิดชีวิต มือหนาคว้าข้อมือเรียวไว้ได้ทันท่วงทีก่อนที่ร่างของสถาปนิกหนุ่มจะร่วงหล่นสู่ก้นหลุมลึก แต่แรงดึงมหาศาลจากแรงโน้มถ่วงดึงรั้งพวกเขาทั้งคู่ไว้บนปากเหวที่กำลังพังทลายลงมาทีละน้อย
ฝุ่นคละคลุ้งตลบอบอวล ท่ามกลางเสียงเหล็กโครงสร้างลั่นเอี๊ยดอ๊าดน่ากลัว เพลิงห้อยตัวอยู่ริมขอบหลุม มือข้างหนึ่งเกาะคานเหล็กขึ้นสนิมแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ขณะที่มืออีกข้างกำข้อมือของคีย์ไว้แน่นสนิท แน่นเสียจนแทบจะจมลงไปในเนื้อ
“จับผมไว้แน่นๆ อย่าปล่อยนะคีย์!” เพลิงคำรามแข่งกับเสียงโครงสร้างพังทลาย ดวงตาคู่คมฉายแววตื่นตระหนกอย่างที่คีย์ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต
คีย์หอบหายใจสะท้าน ห้อยเควงคว้างอยู่กลางอากาศระหว่างความเป็นกับความตาย ดวงตากลมโตมองหน้าวิศวกรหนุ่มที่กำลังใช้แรงเฮือกสุดท้ายยื้อชีวิตเขาไว้ ร่างกายแนบชิดกันในวินาทีแห่งความเป็นความตาย และก่อนที่ทุกอย่างจะดิ่งวูบลงไปมากกว่านั้น เสียงทุ้มของเพลิงก็ดังขึ้นเหนתหูท่ามกลางเสียงถล่มของเศษปูน—
“ถ้าคุณรอดไปได้... เตรียมตัวรับคำขอแต่งงานจากวิศวกรปากร้ายคนนี้ได้เลย!”
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาDIVEดิ่งลึกไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!* — **แบล็กเวลเวต**
สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายดิ่ง: ดิ่งลึกถึงขีดสุด•ตอนที่ 3
สมรภูมิไซต์ก่อสร้าง
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายดิ่ง: ดิ่งลึกถึงขีดสุด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!