"ถอยไปค่ะ คุณเพลิง"
น้ำเสียงของคีย์ไม่ได้สั่นแม้แต่น้อย แต่มันเต็มไปด้วยความหงุดหงิดที่อัดแน่นจนเกือบกลายเป็นเสียงคำราม ร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตลินินยับยู่ยี่จากการทำงานข้ามคืนถอยหลังกรูดจนสะโพไปชนกับขอบโต๊ะเขียนแบบกระจก กองแปลนพิมพ์เขียวแผ่นใหญ่ส่งเสียงกรอบแกรบยามเมื่อถูกสะโพกกระแทกเข้าอย่างจัง
เพลิงไม่ได้ถอยตามคำสั่ง ร่างสูงใหญ่ในมาดวิศวกรโครงสร้างที่ปลดกระดุมเสื้อเม็ดบนออกอย่างไร้ระเบียบ ยืนค้ำฟ้าปิดกั้นพื้นที่หายใจของอีกฝ่ายจนมิด แสงไฟนีออนสีขาวนวลจากเพดานออฟฟิศชั่วคราวบนไซต์งานส่องกระทบสันจมูกคมและไรหนวดจางๆ ที่ยิ่งขับเน้นความดุดันให้เด่นชัดขึ้น ดวงตาคมกริบมองสำรวจคนตรงหน้าด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา—มันไม่ใช่สายตาของการทำงานร่วมกัน แต่มันคือสายตาของนักล่าที่กำลังจดจ้องเหยื่อในกรงแคบๆ
"ถอยทำไมล่ะครับคุณสถาปนิก" เพลิงเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ลากเสียงยาวอย่างจงใจยั่วประสาท "เมื่อกี้ยังเถียงผมฉอดๆ เรื่ององศาบันไดวนบ้าบอคอแตกนั่นอยู่เลยไม่ใช่เหรอ พอตอนนี้ไม่มีข้ออ้างเรื่องโครงสร้างมารองรับแล้ว... กลัวอะไรขึ้นมาล่ะ"
"ฉันไม่ได้กลัว" คีย์เชิดหน้าขึ้นดื้อๆ ถึงแม้แผ่นหลังจะชนขอบโต๊ะจนไม่มีทางให้ถอยหนีแล้วก็ตาม เรียวปากบางเม้มเข้าหากันแน่นก่อนจะพ่นลมหายใจพรืดใหญ่ออกมาอย่างเหลืออด "ฉันแค่รำคาญ คุณช่วยจำไว้ใส่กะโหลกหนาๆ ของวิศวกรอย่างคุณไว้สักนิดได้ไหมคะ ว่าเราสองคนทำสัญญาเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ ไม่ใช่คู่กรณีในศาลเตี้ย!"
"ธุรกิจเหรอ" เพลิงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและสั่นพร่าจนน่าขนลุก เขายื่นมือข้างหนึ่งไปค้ำกับขอบโต๊ะกระจก กักตัวสถาปนิกปากจัดเอาไว้ตรงกลางวงแขนอย่างสมบูรณ์แบบ "ถ้าพูดถึงเรื่องธุรกิจ... ผมว่าเราควรตกลง 'ข้อตกลงความเป็นมืออาชีพ' กันใหม่ให้ชัดเจนดีกว่ามั้งครับ คีย์"
สรรพนามที่เปลี่ยนไปทำให้หัวใจของคนฟังกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว คีย์ชะงักไปนิด ดวงตากลมโตวาวโรจน์ขึ้นด้วยความไม่พอใจแต่ก็แฝงความหวั่นไหวที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเย่อหยิ่ง
"อย่ามาเปลี่ยนวิธีเรียกฉันนะ" คีย์กดเสียงต่ำ พยายามดันอกแกร่งของอีกฝ่ายให้ออกห่างด้วยเรียวแรงทั้งหมดที่มี แต่วิศวกรหนุ่มกลับแน่นิ่งราวกับกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กที่เขาเพิ่งจะวิจารณ์ไปเมื่อสิบนาทีที่แล้ว "แล้วก็ไม่ต้องมาทำข้อตกลงบ้าบออะไรทั้งนั้น ระหว่างเรา... มันไม่มีอะไรต้องตกลงกันอีกแล้ว นอกจากการส่งมอบงานให้มันจบๆ ไป!"
"ไม่มีเหรอ?" เพลิงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นกาแฟเข้มข้นรดรินอยู่บนผิวแก้มใสจนคีย์ต้องหลบสายตาโดยอัตโนมัติ "แต่ร่างกายคุณมันไม่ได้บอกแบบนั้นนะคีย์... มือของคุณที่กำลังสั่นอยู่เนี่ย มันฟ้องว่าคุณกำลังตื่นเต้นต่างหาก"
"ฉันไม่ได้ตื่นเต้น! ฉันแค่... หิวข้าว!" คีย์สวนกลับทันควันอย่างไร้ฟอร์ม ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความอับอายที่ถูกจับพิรุธได้คาหนังคาเขา
เพลิงหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่อบอุ่นและทรงเสน่ห์จนน่าหมั่นไส้ในเวลาเดียวกัน เขายอมผ่อนแรงกดดันลงเล็กน้อย ยืดตัวตรงขึ้น แต่มือข้างหนึ่งยังคงคว้าข้อมือบางของคีย์เอาไว้ ไม่ยอมปล่อยให้สถาปนิกตัวดีได้วิ่งหนีหายไปไหน
บรรยากาศในห้องทำงานชั่วคราวกึ่งห้องประชุมเงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเก่าๆ ที่ส่งเสียงฮัมเบาๆ เป็นฉากหลัง ความตึงเครียดเมื่อครู่วางตัวลงกลายเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิต คล้ายกับว่าต่างฝ่ายต่างกำลังชั่งใจกับเส้นกั้นบางๆ ระหว่างคำว่า 'เพื่อนร่วมงาน' กับ 'ความรู้สึกส่วนตัว' ที่มันชักจะล้ำเส้นกันไปไกลจนกู่ไม่กลับแล้ว
คีย์ดึงข้อมือกลับมาทันทีที่อีกฝ่ายเผลอ เจ้าตัวก้าวถอยหลังออกห่าง จัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่เข้าทางเพื่อเรียกความน่าเชื่อถือกลับคืนมา แม้ว่าหัวใจข้างในจะเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุตี่ซี่โครงออกมาแล้วก็ตาม
"ถ้าคุณไม่มีอะไรจะคุยเรื่องแบบแปลนแล้ว..." คีย์สูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ "เชิญออกไปจากห้องของฉันค่ะ ดึกมากแล้ว ฉันต้องเคลียร์งานต่อคนเดียว"
เพลิงหรี่ตามองคนปากแข็งที่พยายามสร้างกำแพงเหล็กกล้าขึ้นมาอีกครั้ง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากหยักสวย วิศวกรหนุ่มคว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะขึ้นมาพลิกดูผ่านๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรื่อยเปื่อยที่ทำเอาคนฟังอยากจะคว้าไม้บรรทัดเหล็กมาฟาดหัวสักที
"เคลียร์งานคนเดียวเหรอครับ? ดีเลย... งั้นผมจะอยู่ช่วยตรวจความปลอดภัยให้อีกแรง จนกว่าคุณจะเคลียร์เสร็จนั่นแหละ"
"ไม่ต้อง! ฉันดูแลตัวเองได้!"
"ผมไม่ได้ห่วงคุณหรอกคีย์..." เพลิงเงยหน้าขึ้นสบตาตรงๆ นัยน์ตาสีเข้มพราวระยับด้วยประกายความคลั่งไส้ที่ปิดไม่มิด "ผมแค่ห่วงว่า... ถ้าปล่อยให้คุณนั่งคิดงานคนเดียว สมองอัจฉริยะของคุณมันอาจจะคิดเลยเถิดไปถึงเรื่องที่เราเพิ่งเถียงกันเมื่อกี้จนทำงานไม่เสร็จมากกว่า"
"คุณเพลิง!"
คีย์หวีดร้องออกมาอย่างเหลืออด เงื้อมือขึ้นทำท่าจะปาแฟ้มเอกสารใส่หน้าคนกวนประสาท แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะได้สัมผัสปกแฟ้ม ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดผางเข้ามาอย่างไร้มารยาท พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของสถาปนิกสาวรุ่นน้องร่วมทีมที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาโดยไม่ทันได้ดูตาม้าเรือ
"พี่คีย์คะ! แย่แล้วค่ะ! โครงสร้างเสาหลักโซน B เกิดรอยร้าว... เอえ... ะ... เอ่อ... ดิฉันเข้ามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าคะเนี่ย?"
น้องรุ่นน้องชะงักกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อเห็นสภาพของสถาปนิกจอมเนี๊ยบยืนหน้าแดงก่ำอยู่ชิดกับวิศวกรหนุ่มมาดนิ่งที่มีรอยยิ้มระรื่นอยู่บนใบหน้า บรรยากาศชวนคิดลึกอบอวลไปทั่วห้องจนคนมาใหม่แทบอยากจะมุดแผ่นดินหนี
เพลิงหันไปมองหน้าผู้มาใหม่ด้วยแววตาเรียบเฉย ผิดกับคีย์ที่แทบอยากจะลมจับตรงนั้นให้รู้แล้วรู้รอด
ขอบคุณที่แวะมาอ่านและร่วมเดินทางไปกับความปากแข็งของต้าววิศวกรกับคุณสถาปนิกคนสวยนะคะ!
สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายดิ่ง: ดิ่งลึกถึงขีดสุด•ตอนที่ 7
เส้นกั้นระหว่างงานกับใจ
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายดิ่ง: ดิ่งลึกถึงขีดสุด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!