"พวกแกคิดว่าเวทมนตร์ระดับตำนานในมือของพวกสวะ มันจะเปลี่ยนหัวกะโหลกกลวงๆ ให้ฉลาดขึ้นได้งั้นหรือ?"
น้ำเสียงราบเรียบเย็นชาแต่กดดันจนอากาศรอบบริเวณบิดเบี้ยว ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของลานประลองกลางเซ็นทรัลคลาวด์ซิตี้ ไคเซอร์ หัวหน้ากิลด์มังกรฟ้าผู้ครองอันดับหนึ่งในตารางจัดอันดับเซิร์ฟเวอร์ สะดุ้งเฮือกโดยไม่รู้ตัว แม้เขาจะยืนอยู่หลังแนวป้องกันของบาตรเวทระดับ S ถึงสามชั้น แต่สัญชาตญาณดิบกลับกรีดร้องเตือนภัยราวกับมีใบมีดจ่ออยู่ที่หลอดลม
เอเลียส ก้าวเท้าช้าๆ ผ่านซากปรักหักพังของสนามประลองที่พังทลายด้วยฝีมือของเขาเอง ชุดคลุมสีดำสนิทสะบัดพลิ้วตามแรงลมเวทที่แผ่ออกมาเป็นระลอก ร่างกายของเขาไม่ได้แสดงอาการเหนื่อยหอบแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... พลังมานาสีครามเข้มข้นที่หมุนวนอยู่รอบปลายนิ้วกลับเพิ่มระดับความน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ จนผู้เล่นนับหมื่นที่รายล้อมอยู่รอบสนามต้องถอยหลังกรูด้วยความหวาดกลัว
"ไอ้... ไอ้เด็กนี่มันใช้โปรแกรมโกง! GM อยู่ไหนวะ! แบนมันสิ!" ผู้เล่นสายแทงค์ระดับท็อปคนหนึ่งตะโกนแหกปากด้วยความเสียสติ ขณะพยายามใช้โล่เวทมนตร์ยันพื้นเพื่อพยุงร่างที่สั่นเทาของตัวเองไว้
ไม่มีเสียงตอบรับจากระบบ... ไม่มีประกาศเตือนจากทีมงาน
สิ่งที่ตอบกลับคำรามนั้น มีเพียงสายตาเย้ยหยันจากชายหนุ่มผู้ไร้นาม
"ระบบหรือตั๋วเงินในบัญชีของแก ซื้อความตายของพวกแกไม่ได้หรอกนะครับ ไคเซอร์" เอเลียสเอ่ยเบาๆ แต่ดังก้องกังวานในโสตประสาทของทุกคน "ในโลกที่ตัดสินกันด้วยพลังที่แท้จริง เงินตราของแกก็เป็นแค่เศษกระดาษเปื้อนหมึกที่รอวันถูกเผาทำลายเท่านั้น"
ไคเซอร์กัดฟันจนได้ยินเสียงกรอด ใบหน้าที่เคยเย่อหยิ่งบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นและหวาดกลัวผสมปนเป เขาทุ่มเงินไปนับสิบล้านเพื่อสร้างอาณาจักรในเกมนี้ เพื่อให้ตัวเองอยู่เหนือผู้เล่นทุกคน แต่ตอนนี้... กลับมีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเขาด้วยมือเปล่า
"ฆ่ามัน! ใครก็ตามที่ลากหัวมันมาให้ฉันได้ ฉันจะให้เงินสดห้าล้าน!" ไคเซอร์แผดเสียงสั่งลูกน้องที่เหลือ
แต่ไม่มีใครขยับ...
เหล่าสมาชิกกิลด์มังกรฟ้าต่างรู้ดีว่า การก้าวเข้าไปหาเอเลียสในนาทีนี้ไม่ต่างอะไรกับการเดินเข้าสู่เตาเผาศพ
ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบขาดใจ เสียงฝีเท้าเป็นจังหวะมั่นคงก็ดังแทรกขึ้น
*ตึก... ตึก... ตึก...*
ทุกคนหันไปมองเป็นตาเดียว ร่างระหงในชุดเกราะสีเงินสลักลายเซเลสเชียลสะท้อนแสงอาทิตย์ยามอัสดง เซเลสเทีย อดีตแม่ทัพหญิงผู้เคยหยิ่งทะนงในสายเลือดตระกูลขุนนาง และเคยเหยียดหยามเอเลียสว่าเป็นแค่สามัญชนไร้ค่า ในยามนี้ เธอกลับก้าวเดินเคียงข้างเขาอย่างสง่างาม
ดวงตาสสีมรกตคู่นั้นกวาดมองฝูงชนด้วยความเย็นชาและเด็ดเดี่ยว รังสีอำมหิตระดับแม่ทัพสนามรบถูกปลดปล่อยออกมาข่มขวัญทุกคนจนต้องหลบสายตา
เซเลสเทียหยุดเดินเมื่อยืนอยู่เคียงข้างไหล่ซ้ายของเอเลียส ระยะห่างระหว่างทั้งสองคนแทบไม่มีช่องว่าง และนั่นคือสัญลักษณ์ที่ชัดเจนที่สุด
เธอมองหน้าไคเซอร์ด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก ก่อนจะประกาศกร้าวให้คนทั้งเซิร์ฟเวอร์ได้ยิน
"นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป..." เสียงของเซเลสเทียกังวานใสแต่ทรงพลัง สะท้อนสะเทือนไปทั่วทุกตึกรามบ้านช่องในเมืองหลวง "เซเลสเทียแห่งตระกูลวาเลนไทน์ขอประกาศตัวเป็นดาบและโล่... เป็นผู้ติดตามรับใช้เบื้องกายท่านเอเลียสอย่างเป็นทางการ ผู้ใดที่เป็นศัตรู1กับท่านเอเลียส ก็คือเป้าหมายการกวาดล้างของฉันเช่นกัน"
ความเงียบสงบปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงสูดหายใจเข้าลึกๆ จะดังขึ้นระงมทั่วลานประลอง
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะ!?
เซเลสเทีย... หญิงสาวผู้เย่อหยิ่งที่สุดในเซิร์ฟเวอร์ ที่เคยปฏิเสธคำเชิญเข้ากิลด์ใหญ่ๆ มานับไม่ถ้วน ยอมแม้กระทั่งก้มหัวประกาศตัวเป็นผู้ติดตามรับใช้ชายหนุ่มปริศนาคนนี้เนี่ยนะ? ความภักดีที่ไร้สามัญสำนึกเช่นนี้มาจากไหนกัน!
ไคเซอร์หน้าซีดเผือด เขารู้จักเซเลสเทียดี ผู้หญิงคนนี้ไม่มีทางก้มหัวให้ใครง่ายๆ หากคนคนนั้นไม่แข็งแกร่งจนไร้เทียมทานจริงๆ
"เธอ... เธอเสียสติไปแล้วหรือไง เซเลสเทีย! แกไปรับเศษเงินอะไรจากมันมา ถึงยอมลดตัวไปเป็นขี้ข้าไอ้เวจนี่!" ไคเซอร์ชี้หน้าตะคอกด้วยความคลุ้มคลั่ง
เซเลสเทียปรายตามองเขาด้วยหางตา ราวกับกำลังมองสุนัขข้างถนนที่กำลังเห่าใส่ราชสีห์
"เศษเงิน?" เวนัสแค่นหัวเราะในลำคอ "สำหรับคนอย่างแก เงินคือทุกสิ่งสินะไคเซอร์ ถึงได้ไม่เคยเข้าใจเลยว่า... พลังที่แท้จริงและความภักดีที่บริสุทธิ์ มันมีค่าเกินกว่าที่สมองกลวงๆ ของแกจะจินตนาการได้"
เอเลียสเหลือบมองหญิงสาวข้างกายแวบหนึ่ง มุมปากของเขาหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่หาได้ยากยิ่ง เขายกมือขึ้นแตะบ่าของเธอเบาๆ เชิงอนุญาตให้อยู่ในจุดที่ยืนอยู่ได้
"ทำได้ดีมากครับ เซเลสเทีย" น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยเบาๆ แต่ทำเอาหัวใจของอดีตแม่ทัพหญิงเต้นระรัวด้วยความตื่นตัน
"ด้วยเกียรติของฉันค่ะ นายท่าน" เธอตอบรับด้วยดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ ความจงรักภักดีที่อัดแน่นอยู่เต็มอกพร้อมจะระเบิดออกมาเพื่อทำลายล้างทุกสิ่งที่กล้าขวางทางพวกเขา
เอเลียสหมุนตัวกลับ เผชิญหน้ากับไคเซอร์ที่กำลังถอยหลังกรูด้วยความตื่นตระหนก เขายกมือขวาขึ้นช้าๆ วงแหวนเวทสีดำสนิทนับร้อยปรากฏขึ้นกลางอากาศ บรรยากาศรอบตัวเริ่มบิดเบี้ยวจนเกิดเสียงคำรามต่ำๆ คล้ายเสียงคำรามของปีศาจจากขุมนรก
"ในเมื่อพวกแกอยากรู้นักว่าจุดจบของความโอหังคืออะไร..." เอเลียสกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ขณะที่ดวงตาสีดำสนิทเริ่มเปล่งประกยแสงเรืองรองสีทองอันน่าสะพรึงกลัว "งั้นฉันจะแสดงให้ดู ณ บัดนี้"
ทันใดนั้น ท้องฟ้าเหนือเซ็นทรัลคลาวด์ซิตี้ก็พลันมืดครึ้มลงในพริบตา เมฆสีดำทะมุนหมุนวนเป็นรูปเกลียวพายุขนาดยักษ์ ใจกลางพายุนั้นมีแสงสว่างวาบของอสนีบาตสีแดงฉานฟาดผ่าลงมาที่พื้นเบื้องล่างตรงหน้าของไคเซอร์จนเกิดหลุมลึกขนาดมหึมา แรงสั่นสะเทือนทำเอาตึกรอบข้างพังทลายลงมาเป็นแถบๆ
และก่อนที่ใครจะได้ทันตั้งตัว เสียงแจ้งเตือนระบบระดับเซิร์ฟเวอร์ก็ดังขึ้นพร้อมกันในหน้าจอของผู้เล่นทุกคนอย่างไร้ความปรานี—
*[แจ้งเตือนระบบ: เขตแดนเซ็นทรัลคลาวด์ซิตี้ถูกล็อกด้วยคำสั่งระดับเทพเจ้า]*
*[แจ้งเตือนระบบ: สิทธิ์การควบคุมเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดถูกถ่ายโอนไปยังผู้เล่น "เอเลียส"]*
*[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการทำลายล้างเซสชันหลัก... เตรียมรีเซ็ตข้อมูลผู้เล่นทั้งหมดใน 10... 9...]*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะครับ
เซียนจอมเวทผู้จุดชนวนสงครามเทวะบนสมรภูมิคลาวด์•ตอนที่ 10
ความภักดีเหนือสามัญสำนึก
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนจอมเวทผู้จุดชนวนสงครามเทวะบนสมรภูมิคลาวด์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!