กลิ่นอายความเน่าเฟะของปลาเค็มและสนิมเหล็กในตลาดกลางเขตอุตสาหกรรม "สกายพอยต์" ไม่เคยรื่นรมย์เลยแม้แต่น้อย แต่มันก็ยังน่ารื่นรมย์กว่าเศษขยะสังคมที่ยืนวางท่าเกะกะขวางทางเดินอยู่เบื้องหน้าพวกเราสามก้าว
"เฮ้ย! ไอ้หน้าอ่อน หมวกคลุมหัวนั่นมันบังตาหรือไงวะ ถึงมองไม่เห็นว่าใครเป็นเจ้าของพื้นที่ตรงนี้!"
เสียงคำรามแหบพร่าของ "บารอน" หัวหน้าแก๊งอันธพาลประจำตลาดกลาง ดังสะท้อนก้องไปทั่วซอกตึกแคบๆ ที่ล้อมรอบด้วยร้านค้าจำหน่ายวัตถุดิบเวทมนตร์ระดับต่ำ ร่างกายของมันใหญ่โตกว่ามนุษย์ทั่วไปถึงเท่าตัว กล้ามเนื้อพองโตด้วยการฉีดยานัมเบอร์เซเว่นที่ผิดกฎหมาย สันหลังสวมเกราะหนังเทียมราคาถูกที่ส่งกลิ่นเหงื่อไคลน่าสะอิดสะเอียน รอบตัวมันมีลูกสมุนอีกหายคนถือกระบองไฟฟ้าหัวเราะคิกคักรอชมความฉิบหายของเหยื่อรายใหม่
ผม—เอเลียส ชายหนุ่มผู้ยืนอยู่ใต้เงาหมวกคลุมสีดำสนิท ยังคงสงบนิ่ง มือขวาสอดไว้ในกระเป๋าเสื้อโค้ทอย่างไร้ความกังวล ขณะที่เซเลสเทีย หญิงสาวในชุดเกราะหนังสีเงินรัดรูปซึ่งก้าวตามหลังมาครึ่งก้าว ขยับมือเรียวสวยไปแตะที่ด้ามดาบคาตานะข้างเอวอย่างเป็นธรรมชาติ ดวงตาคมกริบของเธอฉายแววรังเกียจเดียดฉันท์ ราวกับกำลังมองฝูงแมลงสาบที่ไต่อยู่บนกองขยะ
"ในเมื่อแกอยากเล่นเกมนี้... ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนถอดปลั๊กมันเองครับ"
ผมเอ่ยทวนประโยคเดิมด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งอารมณ์โกรธเกรี้ยว แต่มันกลับทำให้รอยยิ้มหยันบนใบหน้าของบารอนแข็งค้างไปในเสี้ยววินาที
"ปากดีนักนะไอ้สวะ! อยากลองดีกับกิลด์ 'เหล็กไหล' ของท่านไคเซอร์สินะ จัดให้มันนอนหยอดน้ำข้าวต้มซะพวกเรา!" บารอนคำรามลั่น สั่งการให้ลูกสมุนพุ่งเข้ามาพร้อมกันสี่ทิศทาง ประจุไฟฟ้าจากกระบองส่งเสียงเปรี๊ยะปร่าแหวกอากาศเข้ามาหมายจะเผาร่างของเราให้ไหม้เกรียม
เซเลสเทียขยับตัวเล็กน้อย ร่างกายของเธอเตรียมพร้อมจะสะบัดคมดาบออกไปตัดหัวพวกมันให้สิ้นซากในดาบเดียวตามสัญชาตญาณอดีตแม่ทัพ แต่ผมกลับยกมือซ้ายขึ้นแตะไหล่เธอเบาๆ เป็นสัญญาณห้าม
"ไม่ต้องเหนื่อยหรอกครับเซเลสเทีย... การใช้ดาบกับขยะพวกนี้ มันเปลืองคมเหล็กเปล่าๆ"
ผมถอนหายใจแผ่วเบา ดวงตาใต้ฮู้ดเหลือบมองฝูงอันธพาลที่พุ่งเข้ามาประชิดตัวในระยะไม่ถึงสองเมตร เวลารอบตัวราวกับถูกดึงให้ช้าลงจนเกือบหยุดนิ่ง ระบบแจ้งเตือนสีแดงฉานกระพริบวูบวาบในห้วงความคิดของผม — *ผู้เล่น 'บารอน' ละเมิดเขตปลอดภัยและพยายามทำร้ายร่างกาย รหัสปลดปล่อยอำนาจ: เปิดใช้งาน*
ผมไม่ได้หยิบไม้เท้าเวทมนตร์ ไม่ได้ร่ายคาถาบทสั้นยาวอันน่าเบื่อหน่าย สิ่งเดียวที่ทำคือการยกนิ้วชี้ข้างขวาขึ้นมาอย่างเชื่องช้า แล้วดีดมันออกไปในอากาศเบื้องหน้า
*แป๊ะ!*
เสียงดีดนิ้วเบาๆ ราวกับเสียงกิ่งไม้หักในป่าลึก แต่อานุภาพที่ซ่อนอยู่ภายในกลับระเบิดออกมาเป็นคลื่นกระแทกสีครามเข้มข้นที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า คลื่นพลังงานระดับมหาศาลพุ่งแหวกอากาศออกไปด้วยความเร็วเหนือแสง
*ตูมมมม!*
แรงระเบิดเพียงชั่วพริบตาเดียวทำให้พื้นถนนคอนกรีตเสริมเหล็กในรัศมีสิบเมตรยุบตัวลงไปเป็นหลุมลึก ลูกสมุนทั้งสี่คนที่กำลังพุ่งเข้ามาลอยละลิ่วขึ้นไปบนฟ้าด้วยแรงอัดกระแทกมหาศาล ก่อนจะร่วงตกลงมากระแทกพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง เลือดสีแดงสดทะลักออกจากปากของพวกมันทันทีที่กระทบพื้น ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดโดยยังไม่ทันเข้าใจด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น
ส่วนบารอน ผู้ซึ่งยืนอยู่หน้าสุด ร่างกายกำยำของมันถูกแรงดีดนิ้วเข้าที่กลางหน้าอกเต็มรัก เกราะหนังราคาถูกแตกละเอียดเป็นผุยผง กระดูกซี่โครงหักยุบลงไปในอก ร่างมหึมาปลิวไปกระแทกเข้ากับผนังตึกฝั่งตรงข้ามจนกำแพงอิฐพังทลายลงมาทับร่างมันจนมิด เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังระงมขึ้นเพียงชั่วครู่ก่อนจะเงียบหายไปในลำคอ เมื่อมันสำลักเลือดออกมาคำโตแล้วหมดสติคาที่
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมตลาดกลางในทันที พ่อค้าแม่ค้าและผู้เล่นคนอื่นๆ ที่ยืนมุงดูเหตุการณ์อยู่รอบด้านต่างอ้าปากค้าง ดวงตาทุกคู่เบิกกว้างจนแทบหลุดออกจากเบ้า ไม่มีใครกล้าส่งเสียงหายใจดัง แม้แต่แมลงวันสักตัวก็ไม่มีใครกล้ากระดิกปีก
นั่นคือเวทมนตร์ระดับใดกัน? ไม่มีการร่ายคาถา ไม่มีวงเวทปรากฏ แม้แต่มานาฟลักซ์ก็แทบไม่รั่วไหลออกมาให้สัมผัส... แต่กลับสามารถกวาดล้างกลุ่มอันธพาลระดับเลเวลห้าสิบหายวับไปกับตาได้ด้วยการดีดนิ้วครั้งเดียว!
"อ... ไอ้นี่มัน... ปีศาจชัดๆ!" เสียงกระซิบด้วยความหวาดกลัวดังขึ้นจากฝูงชน
ผมปัดฝุ่นที่ไหล่เสื้อเล็กน้อยอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันไปมองเซเลสเทียที่กำลังมองผมด้วยสายตาเป็นประกายระยิบระยับ ความเลื่อมใสและภักดีฉายชัดเจนผ่านนัยน์ตาคู่สวยของเธอ เธอยิ้มมุมปากเล็กน้อยอย่างพึงพอใจ
"ฝีมือท่านยังเฉียบคมเหมือนเคยเลยนะคะ... นายเหนือหัวของฉัน" เซเลสเทียกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่เต็มไปด้วยความเทิดทูน
ผมไม่ได้ตอบคำถามนั้น เพียงแต่ก้าวเท้าเดินข้ามซากปรักหักพังและร่างของพวกอันธพาลที่นอนระเกะระกะอย่างไร้ค่า มุ่งหน้าไปยังใจกลางตลาดที่ซึ่งร้านค้าประมูลชื่อดังตั้งอยู่ แต่ในจังหวะที่ผมกำลังจะก้าวพ้นเขตซอกตึกนั้นเอง
*ปึง!*
เสียงเฮลิคอปเตอร์รบไร้เสียงรุ่นท็อปฮิตติดอันดับของกิลด์ใหญ่อภิมหาเศรษฐี พ่นลมแรงกระโชกจนฝุ่นตลบอบولลงมาจอดสนิทอยู่กลางลานประลองของตลาด แรงลมมหาศาลทำให้ผู้เล่นรอบข้างต้องยกมือขึ้นป้องกันใบหน้า
ประตูห้องโดยสารด้านข้างเปิดออกอย่างช้าๆ รองเท้าหนังราคาแพงเหยียบลงบนพื้นคอนกรีต ตามมาด้วยร่างของชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดพิเศษสีขาวบริสุทธิ์ เส้นผมสีทองถูกเซ็ตอย่างประณีต ใบหน้าหล่อเหลาแต่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเย่อหยิ่งและแววตาเหยียดหยาม
"กล้ามากนะที่กล้ามาสร้างเรื่องในอาณาเขตของฉัน... เอเลียส"
ไคเซอร์ หัวหน้ากิลด์อันดับหนึ่งผู้กุมอำนาจเงินสดและระบบบั๊กในมือ ก้าวออกมาพร้อมกับลูกน้องระดับท็อปนับสิบคนที่ถืออาวุธเรืองแสงสีทองอร่ามล้อมกรอบเราไว้ทุกด้าน เขากระตุกยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า พลางหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทฝังเพชรแท้ส่องประกายระยับขึ้นมาควงเล่นในมืออย่างไม่แยแส
"แกคิดว่ากำจัดแค่ขยะแถวนี้แล้วจะรอดไปได้งั้นเหรอ? บนโลกใบนี้น่ะ เงินคือพระเจ้า... และฉันนี่แหละคือผู้ถือบัญชีของพระเจ้าองค์นั้น" ไคเซอร์หัวroออกมาก้องตลาด
ผมหยุดเดิน ชำเลืองสายตาไปมองบัตรเครดิตสีดำในมือของมันแวบหนึ่ง ก่อนจะยกยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด
เซเลสเทียที่ยืนอยู่ข้างหลังขยับตัวเข้ามาใกล้กระซิบเบาๆ ด้วยรอยยิ้มเยาะ "ท่านคะ... ให้ฉันจัดการรูดบัตรวงเงินไม่จำกัดของท่านซื้อตึกทั้งแถวนี้แล้วทุบทิ้งให้มันดูเล่นเลยไหมคะ?"
ผมส่ายหน้าช้าๆ ปลดปล่อยออร่าเวทมนตร์สีครามเข้มข้นจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยวเป็นคลื่น ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบที่ส่งตรงไปถึงโสตประสาทของทุกคนในที่นั้น
"เงินของแก... มันก็เป็นแค่เศษกระดาษที่ฉันเตรียมจะเผาทิ้งในอีกสามวินาทีข้างหน้านี่แหละครับ"
นิ้วเรียวยาวของผมกดลงบนปุ่มควบคุมระบบโอนถ่ายทรัพย์สินสากลในมือถือที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋า พร้อมกับเสียงระบบตอบรับอัตโนมัติที่ดังสะท้อนก้องฟ้าด้วยระดับเสียงสูงสุดขีด: **[ยืนยันการทำธุรกรรม: ซื้อกิจการทั้งหมดของกิลด์ไคเซอร์ด้วยยอดเงิน 10,000,000,000 เหรียญทอง — สำเร็จแล้ว]**
ไคเซอร์ที่กำลังยิ้มเยาะถึงกับหน้าซีดเผือด มือที่ถือบัตรเครดิตสั่นเทาขึ้นมาทันทีเมื่อหน้าจอโฮโลแกรมส่วนตัวของมันแจ้งเตือนข้อความสีแดงฉานตัวโต: *'บัญชีถูกอายัดและทรัพย์สินทั้งหมดถูกโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่: เอเลียส'*
................................................................................
*(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับพลังอำนาจที่ไร้ขีดจำกัดนี้นะครับ)*
เซียนจอมเวทผู้จุดชนวนสงครามเทวะบนสมรภูมิคลาวด์•ตอนที่ 4
ตบหน้าพวกโอหังในตลาดกลาง
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนจอมเวทผู้จุดชนวนสงครามเทวะบนสมรภูมิคลาวด์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!